การใช้ และการดูแลฟันเทียม

ผู้สูงอายุที่เริ่มใส่ฟันเทียมใหม่ หรือเปลี่ยนฟันเทียมชิ้นใหม่ อาจรู้สึกอึดอัด รู้สึกว่าฟันเทียมคับปาก พูดไม่ชัด การเคี้ยวระยะแรกอาจรู้สึกไม่ถนัด แต่เมื่อรู้สึกคุ้นเคย อาการเหล่านี้จะหายไป  แต่ถ้าเกิดอาการเจ็บ เคี้ยวอาหารไม่ได้ หรือเป็นแผลในการใส่ฟัน ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ตรวจแก้ไข ไม่ควรแก้เอง หรือดัดแปลงด้วยตนเอง เพราะจะทำให้ฟันเทียมเสียรูปและใส่ไม่เข้าที่ได้

การใช้และการดูแลฟันเทียม

1.การใส่ฟันเทียม  ควรใช้นิ้วมือช่วยใส่ฟันให้เข้าที่ ไม่ควรวางฟันเทียมในปาก แล้วใช้ฟันกัดกันให้เข้าที่โดยเฉพาะฟันเทียมบางส่วนที่มีตะขอ เพราะจะทำให้ตะขอบิดเบี้ยวหรืออ้าออกได้

2.  การรับประทานอาหาร  2.1 ควรเริ่มเคี้ยวอาหารที่อ่อน เคี้ยวง่ายในระยะเริ่มต้น   

2.2ควรเคี้ยวโดยใช้ฟันทั้งสองข้าง ไม่ควรเคี้ยวข้างใดข้างหนึ่ง

2.3เคี้ยวชิ้นเล็ก ๆ ช้า ๆ เป็นคำ ๆ

3. การรักษาความสะอาด

3.1ควรถอดฟันเทียมออก ล้างน้ำ แปรงทำความสะอาด หลังรับประทานอาหารทุกครั้ง

3.2แปรงสีฟันที่ใช้ควรมีขนนุ่ม แต่อาจมีขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อช่วยทำความสะอาดได้เร็วขึ้น ควรแปรงด้านในฟันเทียม ที่แนบกับเหงือกเบา ๆด้วยสบู่ หรือยาสีฟันที่ไม่มีผงขัด 

3.3ขณะแปรงควรทำอย่างระมัดระวังไม่ให้ฟันเทียมหล่นตกพื้น เพราะจะทำให้บิดเบี้ยว แตกเสียหาย ควรมีภาชนะบรรจุน้ำ เช่น ขันรองน้ำวางไว้ใต้ฟันเทียม

4. ควรถอดฟันเทียมออก แช่น้ำสะอาดในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ขณะนอนพักผ่อน หรือนอนตอนกลางคืนเพื่อให้สันเหงือก และเนื้อเยื่อในช่องปากได้พัก

5. หลังจากใส่ฟันเทียมไปแล้ว ควรกลับไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากไม่ว่าจะมีนแท้อยู่หรือไม่ก็ตาม และตรวจสภาพฟันเทียม อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

เคล็ด( ไม่ )  ลับ เพื่อ......ฟันดี

สำหรับผู้ที่ยังมีฟันแท้ อยู่ในช่องปาก    เมื่อดูแลความสะอาดฟันเทียมแล้วอย่าลืมทำความสะอาดฟันแท้ โดยการใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม ร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แปรงทำความสะอาดฟันแท้ให้ทั่วถึง ทุกซี่ และทุกด้าน  

ก็จะทำให้มีสุขภาพฟันที่ดีไป อีกนาน