หลักการเต้นแอโรบิก มี 3 ช่วง คือ ช่วงอบอุ่นร่างกาย (warm up) แอโรบิก (aerobic) และการคลายกล้ามเนื้อ (cool down) ซึ่งผู้ออกแบบท่าทางสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองในการสร้างสรรค์ท่าต่าง ๆ ตามจินตนาการ แต่ต้องไม่ทิ้งหลักการเต้นแอโรบิก ซึ่งข้าพเจ้าได้คิดค้นท่าทางในการเต้นแอโรบิกโดยประยุกต์กับท่าต่าง ๆ ดังนี้  รำไทย ท่ารำไทยที่นำมาประยุกต์ใช้ได้แก่ ท่าสอดสร้อยมาลา ท่าล่อแก้ว และการประยุกต์ท่ารำไทยอื่น ๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการร่ายรำของไทยโดยพัฒนาให้เป็นท่าทางที่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้เต้นและผู้ชมไม่เกิดความเบื่อหน่าย  ท่าแม่ไม้มวยไทย เป็นการนำศิลปะการต่อสู้ของไทย คือ แม่ไม้มวยไทย มาประยุกต์ใช้กับการเต้น แอโรบิก ได้แก่ การชกหน้า ศอกหน้า ศอกหลัง ฮุก เป็นต้น ซึ่งท่าเต้นที่ได้จะมีความกระฉับกระเฉงมาก ทำให้เกิดความกระตือรือร้นและยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมด้านการต่อสู้อีกทางหนึ่ง  ตารีกีปัส ท่ารำตารีกีปัส นำมาประยุกต์โดยการดัดแปลงท่ารำเพื่อให้เข้ากับจังหวะเพลงที่เร็ว โดยท่ารำก็จะเป็นท่ารำตารีกีปัสพื้นฐานและการประยุกต์ด้วยการแปลแถวเป็นวงกลม เป็นแถวตอนแถวเดียว แถวตอนสองแถวสไลด์ไปมา เป็นต้น ซึ่งท่าที่ได้จะจัดอยู่ในช่วงของการแอโรบิก ทำให้เกิดความสวยงาม มีมิติที่แปลกและแตกต่างจากการเต้นแอโรบิกแบบทั่วไป  ท่าทางอิริยะบถของสัตว์ ท่าทางอิริยะบถของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ในท้องถิ่นมาประยุกต์กับท่าเต้นในช่วงของการคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งท่าสัตว์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ ได้แก่ การเลียนแบบท่านก ไก่ ผีเสื้อ ปลา แมว และกระต่าย โดยจะมีการเลียนเสียงสัตว์ชนิดต่าง ๆ ตามท่าเต้น ทำให้ผู้เต้นและผู้ชมรู้สึกสนุกสนานเป็นอย่างมาก