เทคโนโลยีสารสนเทศตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาผนวกเข้ากับปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง“เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็น ที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคน ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริตและให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี”
นับเป็นก้าวสำคัญที่เทคโนโลยีสารสนเทศนำไปสู่ยุคของกระแสโลกาภิวัตน์และได้มีความพยายามพัฒนาให้ เทคโนโลยีสารสนเทศนำมาประยุกต์ให้ใช้งาน มีความก้าวหน้ามากขึ้น ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมกล่าวได้ดังนี้1.เป็นการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อการติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น2.เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการกระจายโอกาสในการเรียนรู้ ไปในถิ่นทุรกันดาร3.สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน มีการนำคอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ และทำรายงานเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาและการแก้ไขปัญหาในโรงเรียน4.เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติจำเป็นต้องใช้สารสนเทศเพื่อการปรับปรุงแก้ไข5.เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางด้านทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ และมีการใช้เป็นระบบป้องกันภัยและระบบเฝ้าระวัง6.การผลิตในภาคอุตสาหกรรมและการพานิชยกรรม มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ และหาวิธีการผลิตให้ได้มากและราคาถูกจึงกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงควรเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป
ในเมื่อเราทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันแล้ว เราควรรู้จักที่จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ โดยยึดหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอประมาณ นั่นคือรู้จักเดินทางสายกลาง ไม่สุดโต่ง หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเกินความจำเป็น ความมีเหตุผล คือ ต้องรู้จักมีการวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคตอย่างไรไม่ให้เป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี คือ นึกถึงความเสี่ยง ควรมีสิ่งที่คอยรองรับกับความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน และที่สำคัญควรมีความซื่อสัตย์ต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ควรใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางที่ถูกที่ควร เทคโนโลยีสารสนเทศจะได้ไม่เป็นดาบสองคมทำร้ายสังคมและตัวของเราเอง
อ้างอิงweb.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network http://geosocial.mju.ac.th
ดีมาก
เห็นด้วย กับที่บอกว่านับเป็นก้าวสำคัญที่เทคโนโลยีสารสนเทศนำไปสู่ยุคของกระแสโลกาภิวัตน์และได้มีความพยายามพัฒนาให้ เทคโนโลยีสารสนเทศนำมาประยุกต์ให้ใช้งาน มีความก้าวหน้ามากขึ้น ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง
ขอชมเชยเจ้าของบทความ คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะพัฒนาบุคคลให้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ให้หลงติดอยู่ในค่านิยมของชีวิตไว้กับเครื่องอุปโภคบริโภคจนเกินไป เพื่อความปลอดภัยของสังคมและประเทศชาติ <ul>
</ul>(ภาษิตนิทัศน์ พระธรรมกิตติวงศ์)
เป็นบทความที่ผู้เขียนเขียนได้ดีค่ะ
ดีคับเขียนได้ดีครับ
เขียนบทความได้ดีนะวันหลังเขียนมาใหม่นะเราจะค่อยอ่าน
น่าอ่านจัง
ตัดเก่ง