TQA


TQA : Thailand Quality Award

TQA : Thailand Quality Award หรือเต็มๆ ว่า Thailand Quality Award for Performance Excellence หรือรางวัลคุณภาพแห่งชาติเพื่อองค์กรที่เป็นเลิศ เริ่มต้นโครงการมาจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ซึ่งนำแนวคิดในเรื่องของการเทียบเคียงสมรรถนะ (Benchmarking) ของ Malcolm Baldrige (มาลคอล์ม บอล์ดริจ) แห่งสหรัฐอเมริกามาใช้เป็นแนวทางดำเนินการ

ถ้าอย่างนั้นจริงๆ แล้วหากจะพูดถึง TQA ก็ควรต้องพูดถึงแนวคิดการเทียบเคียงสมรรถนะ หรือ Benchmarking กันก่อน

หากจะพูดถึง Benchmarking ให้ง่ายที่สุดก็คือ การเปรียบเทียบตัวเองกับองค์กรอื่นว่า ที่องค์กรอื่นมีผลงานด้านนั้นด้านนี้โดดเด่นยิ่งกว่าเรานั้น เขาทำได้อย่างไร ด้วยวิธีการอย่างไร จากนั้นเราก็เอาแนวคิดจากแนวทางการทำงานของเขาในเรื่องนั้นมาปรับให้เข้ากับธรรมชาติองค์กรของเรา ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถก้าวขึ้นไปยืนอยู่ในจุดที่มีศักยภาพเทียบเคียงกับเขาได้ ...ง่ายที่สุดมันก็คือการขอยืมแนวทางมาใช้นั่นเอง

Benchmarking ที่ Malcolm Baldrige ได้วางกรอบไว้จะมีอยู่ด้วยกัน 7 ด้าน ได้แก่
 1. การนำองค์กร
 2. การวางแผนเชิงกลยุทธ์
 3. การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด
 4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้
 5. การมุ่งเน้นบุคลากร
 6. การจัดการกระบวนการ
 7. ผลลัพธ์
ซึ่งแต่ละด้านจะมีความเชื่อมโยงสนับสนุนกันและกัน โดยหากจะพิจารณาจากเกณฑ์คะแนนที่ให้ค่าน้ำหนักแก่ปัจจัยทั้ง 7 ด้านข้างต้นจะพบว่า หัวข้อเรื่องผลลัพธ์มีคะแนนสูงที่สุด คือ 400 คะแนน รองลงมาคือการนำองค์กร (120 คะแนน) การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด และการจัดการกระบวนการ(110 คะแนน) การมุ่งเน้นบุคลากร(100 คะแนน) และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการวัด-วิเคราะห์ฯ (80 คะแนน)

Benchmarking

จะเห็นว่าหากเราตัดหัวข้อผลลัพธ์ออกก็จะเห็นว่าองค์กรยุคใหม่มีความคาดหวังต่อผู้บริหารค่อนข้างสูงมาก ทั้งในแง่ของวิธีคิดในการบริหารและธรรมาภิบาลในองค์กร รองลงมาคือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและนอกองค์กร จากนั้นจึงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ภาพข้างต้นอาจจะสะท้อนให้เราเห็นว่าในยุคปัจจุบันนี้ทรัพยากรบุคคลมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตขององค์กรมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็อาจจะสอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง KM ทั้งหลายที่เราพยายามดึงเอาความรู้ภายในของคนออกมาเก็บออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น

แม้ว่า Benchmarking จะเป็นวิธีหยิบยืมรูปแบบที่นำไปสู่ความเป็นเลิศมาจากองค์กรอื่น แต่เงื่อนไขหลักที่สำคัญและจำเป็นต้องตระหนักถึงก็คือการรู้เขา-รู้เรา เพื่อสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับความเป็นเราในเงื่อนไขของเรา ปัญหาคือเรานี่แหละที่จะยอมรับความจริงที่เป็นอยู่ของเราได้อย่างถึงแก่นหรือไม่ ความจริงอย่างที่เรียกว่าต้องเปิดใจยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเต็มที่ แม้ว่ามันจะสะเทือนใจก็ตาม เช่น ระบบงานย่ำแย่ เพื่อนร่วมงานต่างคนต่างอยู่ เจ้านายไม่ได้เรื่อง ลูกน้องไม่เอาถ่าน ฯลฯ เพราะคงมีแต่ความเป็นจริงเท่านั้นที่จะไม่ทำให้เราหลงตัวเองกับความสำเร็จเดิมๆ ที่เคยมี และก็เป็นวิธีการที่เราจะสามารถกลับเข้าไปแก้ปัญหาให้ได้ผลมากที่สุด

ความเชื่อมโยงของปัจจัยต่างๆ ใน Benchmarking รวมถึงในรายละเอียดวิธีการรายงานข้อมูล ยังเป็นการบอกให้เรารู้เป็นนัยๆ ว่าการเติบโตขององค์กรต้องเป็นไปพร้อมกันทั้งระบบทั้งหมด แน่นอนว่าในองค์กรที่มีคนหัวก้าวหน้าหยิบมือเดียว ย่อมไม่สามารถลากเอาคนกลุ่มอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าใจหรือมีพื้นฐานในเรื่องคุณภาพดีพอให้ก้าวไปเป็นเลิศได้ เพราะความสำเร็จนั้นคงไม่ยั่งยืนหากเราไม่ได้ค่อยๆ เดินไปพร้อมๆ กันกับคนที่มีส่วนร่วมกับองค์กร คิดอย่างนี้แล้วก็เลยให้เห็นจริงเหมือนกันว่า ถ้าคนหนึ่งคนวิ่งเร็วกว่าเพื่อนในกลุ่ม ยิ่งวิ่งไปไกลก็คงยิ่งโดดเดี่ยวตัวเองออกไปทุกขณะ คนที่วิ่งไปไกลแล้วคงไม่ใช่มาตั้งคำถามว่า "ทำไมคนที่เหลือจึงยังไม่มาซักที" แล้วหงุดหงิดเอากับสมรรถนะของคนอื่นที่ด้อยกว่า บางทีเขาอาจต้องถามตัวเองเหมือนกันว่า "ทำไมเราถึงวิ่งได้เร็วกว่า และทำไมเราจึงไม่ถ่ายทอดวิชาวิ่งให้เพื่อนคนอื่นๆ เพื่อให้เขาสามารถวิ่งได้อย่างเราบ้าง" ต่างหาก เพราะหากยิ่งวิ่งยิ่งโดดเดี่ยว เราจะไปอยู่ในวังเวงเพียงลำพังนั้นอย่างมีความสุขจริงๆ ได้อย่างไร

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดข้อมูลและเอกสารของ TQA สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tqa.or.th ส่วนเอกสารที่ขอแนะนำให้ลองอ่านดูก็คือเอกสารที่ปรากฏผ่านตัวลิงค์นี้ http://www.tqa.or.th/admin/uploadfile/d103.doc

คำสำคัญ (Tags): #tqa#benchmarking#malcolm baldrige
หมายเลขบันทึก: 137396เขียนเมื่อ 11 ตุลาคม 2007 12:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:26 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี