บทบาทของชุมชนกับการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา
 จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา พบว่า คณะกรรมการสถานศึกษาร้อยละ 80  ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมกับสถานศึกษาทุกขั้นตอน ดังนี้
1. การมีส่วนร่วมในการสืบค้นสาเหตุของปัญหา  พบว่า โรงเรียนได้เชิญคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาเข้าร่วมประชุม เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา สืบค้นสภาพปัญหา ร่วมหาสาเหตุที่เกิดขึ้น  โดยร่วมวางแผนประชุมวิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งได้มีการวางแผนการดำเนินงาน โดยเฉพาะการวิเคราะห์แผนการบริหารงานวิชาการในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ  การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา  การวิเคราะห์ระบบการประกันคุณภาพภายใน และ  การวิเคราะห์แผนการใช้งบประมาณ เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้เป็นไปตามความต้องการ
2. การมีส่วนร่วมการกำหนดแผนงาน พบว่า โรงเรียนได้เชิญคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุมในการกำหนดแผนงาน ของโรงเรียน เช่น การกำหนดแผนงานวิชาการโดยดำเนินการวางแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้มีความต่อเนื่อง  การวางแผนการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน  การวางแผนการจัดหางบประมาณและการใช้งบประมาณในการดำเนินงาน
3. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  พบว่า  โรงเรียนได้นำเสนอแผนงานโครงการกิจกรรมของสถานศึกษาทุกแผนงาน  ให้คณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการที่ปรึกษาได้ร่วมพิจารณาตัดสินใจและเห็นชอบกับภาระงานของโรงเรียน
4. การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม พบว่า โรงเรียนได้จัดทำประกาศแต่งตั้งคณะทำงาน โดยคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการที่ปรึกษา มีส่วนร่วมในความรับผิดชอบแผนงานงานโครงการตามที่ได้รับมอบหมาย  ตามกรอบการบริหารงาน ทั้ง 4 ด้าน คือ แผนงานวิชาการ  แผนงานงบประมาณ  แผนงานบริหารบุคลากร  และแผนงานบริหารทั่วไป
5. การมีส่วนร่วมกำกับ ควบคุม  ติดตาม ประเมินผล  พบว่า โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการที่ปรึกษา  ขึ้นมารองรับเพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงานของสถานศึกษาและติดตามความก้าวหน้าของสถานศึกษา มีการจัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อสรุปผลการดำเนินงานในรอบปี เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและสรุปรายงานผลการทำงานร่วมกัน


การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน
จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองของโรงเรียนบ้านดอยคำ พบว่า ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมกับสถานศึกษาทุกขั้นตอนโดยโรงเรียนได้ใช้นโยบายเชิงรุก โดยสร้างความตระหนักให้ผู้ปกครองทุกคนเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาและให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของบุตรหลาน โดยโรงเรียนได้เชิญให้ผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมเกือบทุกด้าน เช่น            การวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุของปัญหา  การกำหนดแผนงาน  การตัดสินใจ  การปฏิบัติ และการติดตามประเมินผล การมีส่วนร่วมด้านวิชาการได้เชิญเข้ามาเป็นวิทยากรภายนอกสอนในสาระการงานพื้นฐานอาชีพ เช่น การทอผ้า  การทำนา  การทำขนมไทย  งานใบตอง  ดนตรีพื้นเมือง  งานจักสาน ในส่วนของงานด้านอื่น ๆ ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรโดยเป็นคณะทำงานของโรงเรียนในการจัดหางบประมาณจัดซื้อสื่อการเรียนการสอน  มีการติดต่อประสานงาน สร้างเครือข่ายในการทำงานอย่างเป็นระบบ  ในส่วนของการช่วยเหลือด้านแรงงานพบว่า ผู้ปกครองได้เข้ามาช่วยพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
นอกจากนี้โรงเรียนได้จัดทำโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์กับชุมชนโดยจัดกิจกรรม การแข่งขันกีฬาสัมพันธ์  กิจกรรมรดน้ำดำหัว  การพัฒนาอบรมทักษะวิชาชีพการเพาะเห็ดนางฟ้าร่วมกับนักเรียนโดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้  และจากการสังเกต สัมภาษณ์ และให้ตอบแบบสอบถามพบว่าผู้ปกครองร้อยละ 90 ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นเป็นอย่างดี และมีความพึงพอใจ


การมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตบริการ
จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตบริการของโรงเรียนบ้านดอยคำ พบว่า ชุมชนในเขตบริการของโรงเรียน  มีส่วนร่วม ครบทั้ง 5  ขั้นตอน โดยโรงเรียนได้ใช้นโยบายการบริหารงานเช่นเดียวกับกรณีของผู้ปกครอง โดยเชิญผู้ปกครองเข้ามาประชุมร่วมคิดวิเคราะห์ สืบค้นสภาพปัญหาให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา  เป็นวิทยากรภายนอก  ซึ่งจะต้องดำเนินการวางแผนและตัดสินใจร่วมกัน และดำเนินการปฏิบัติตามแผนงาน และร่วมแต่งตั้งให้เป็นคณะประเมิน ผลการปฏิบัติราชการ ส่งผลให้ชุมชนร้อยละ 90 มีความเต็มใจและภาคภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา


การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จากการศึกษาการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อโรงเรียนบ้านดอยคำ พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลทากาศ ได้ให้ความสำคัญของการจัดการศึกษาโดย มีส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาของสถานศึกษานำปัญหาของโรงเรียนไปนำเสนอในที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล  มีการกำหนดขั้นตอนการมีส่วนร่วมในการทำงาน  วางแผนการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น  มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรม การพัฒนาการเรียนรู้  มีส่วนร่วมในการปฏิบัติโดย ให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนางานวิชาการ  การจัดซื้อสื่อการเรียนการสอน  คอมพิวเตอร์  โปรเจ็คเตอร์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  การสนับสนุนงบอาหารกลางวัน  จัดหาครูช่วยสอนในสาขาวิชาที่ขาดแคลน   การสนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านทักษะวิชาการ  ด้านกีฬา  กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี   เข้ามามีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา  คณะกรรมการที่ปรึกษาโดยได้เสนอแนะและแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง สถานศึกษาจัดทำรายงานเสนอผลการสรุปผลการดำเนินงานในรอบปีต่อคณะกรรมการ  พร้อมกับการตรวจสอบ  กำกับ  ติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ๆ


 
การมีส่วนร่วมของ ภาครัฐ  ภาคเอกชนและชุมชนนอกเขตบริการ
จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชนนอกเขตบริการที่มีต่อโรงเรียนบ้านดอยคำ พบว่า โรงเรียนได้ใช้นโยบายเชิงรุกในการสร้างความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของคณะครู  คณะกรรมการสถานศึกษา  คณะกรรมการที่ปรึกษา  และผู้ปกครอง เป็นสื่อกลางในการประสานกับหน่วยงานทั้งภาคเอกชน และชุมชนนอกเขตบริการ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างกิจกรรมในสถานศึกษา ทั้งการช่วยเหลือด้านวิชาการ เช่น การจัดกิจกรรมการอบรมนักเรียนของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยส่งเสริมพัฒนานักเรียนแกนนำให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และส่งเสริมการอ่าน  การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ  การเพาะเห็ดนางฟ้า  การเลี้ยงปลา  การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงกบ  การให้ความรู้ต่อต้านสารเสพติดและการเสริมสร้างวินัยนักเรียนจากสถานีตำรวจภูธรตำบลทากาศ  การส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดีจากสถานีอนามัยตำบลทากาศ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากชุมชนนอกเขตบริการ และ ภาคเอกชนในการร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้คำปรึกษาและร่วมประสานงานจัดหาและสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน ทั้งนี้สถานศึกษามีการรายงานผลการดำเนินให้หน่วยงานที่สนับสนุน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนนอกเขตบริการได้ทราบผลอย่างต่อเนื่อง  และจาการดำเนินนโยบายดังกล่าว ทำให้สถานศึกษาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน และชุมชนนอกเขตบริการ  และส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม


 การมีส่วนร่วมของ ชาวต่างประเทศ
จากการศึกษาการมีส่วนร่วมของชาวต่างประเทศที่มีต่อโรงเรียนบ้านดอยคำ พบว่า  ชาวต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอยู่  4  ขั้นตอน คือ
1. การมีส่วนร่วมในการวางแผน โดยพบว่า ในขั้นตอนนี้ ชาวต่างประเทศส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญมาก โดยโรงเรียนนำเสนอสภาพปัญหาและความต้องการเพื่อร่วมวางแผนการดำเนินงานให้เป็นไปตามกรอบงานที่วางไว้
2. ขั้นตอนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  ในขั้นตอนนี้ พบว่า หากแผนงานหรือโครงการของโรงเรียนได้รับการพิจารณา การตัดสินใจจึงเป็นไปได้ง่าย 
3. การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ  ในขั้นตอนนี้ พบว่า หลังการตัดสินใจแล้วชาวต่างประเทศส่วนใหญ่ จะตัดสินใจช่วยเหลือโรงเรียนโดยบริจาคเป็นทรัพย์สิน เงินทอง หรือวัสดุอุปกรณ์ให้กับโรงเรียน
4.  การมีส่วนร่วมในประโยชน์ พบว่า โรงเรียนได้ตอบแทนโดยวิธีการประกาศเกียรติคุณ จัดทำหนังสือขอบคุณไปให้หน่วยงานหรือเจ้าตัวได้รับทราบ   การประกาศทางเว็ปไซด์  จัดบอร์ดแสดงความขอบคุณ  และการยกย่องให้เป็นบุคลสำคัญของสถานศึกษา
5. การมีส่วนร่วมในการประเมินผล พบว่า การมีส่วนร่วมในการประเมินผลนั้นชาวต่างประเทศส่วนใหญ่จะติดตามผลการดำเนินงานทุกระยะ พร้อมกับการรายงานผลการปฏิบัติงานให้ทราบ ทุกระยะอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของขั้นตอนการค้นหาสาเหตุของปัญหา ชาวต่างชาติไม่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากสภาพปัญหาอุปสรรคโรงเรียนได้ดำเนินการไว้แล้วเพียงแต่นำเสนอสภาพปัญหาของทางโรงเรียนให้ได้รับรู้และร่วมวางแผนในการพัฒนาต่อไป