ความภาคภูมิใจในการสอนภาษาอังกฤษ
การสอนภาษาอังกฤษให้สนุกครูผู้สอนจะต้องมีความรู้และความเข้าใจในเนื้อหาที่สอนเป็นอย่างดีและเข้าใจผู้เรียนเพื่อให้การสอนมีประสิทธิภำพและประสิทธิผล
การสอนภาษาอังกฤษให้สนุกครูผู้สอนจะต้องมีความรู้และความเข้าใจในเนื้อหาที่สอนเป็นอย่างดีและเข้าใจผู้เรียนเพื่อให้การสอนมีประสิทธิภำพและประสิทธิผล
การสอนภาษาอังกฤษไม่ให้เบื่อ ต้อง ดร.ขจิต วิทยากรบรรยายการเขียน blog นี่แหละตัวจริงค่ะ
เชียร์คุณครูด้วยคนนะคะ
มีครูอ้อยแนะนำอีกคนค่ะ ที่บันทึกนี้ค่ะ
เทคนิคสอนภาษาอังกฤษ มีหลากหลายวิธี ผลสัมฤทธิ์ของการเรียน น่าจะวัดจากความพึงพอใจ ความสนุกไม่น่าเบื่อของผู้เรียน เคยเปรียบเทียบตัวเองกับท่านอื่นที่สอนในระดับเดียวกัน พื้นฐานและวัยนักศึกษา คือมีตั้งแต่เด็ก 10 ขวบ จนถึงผู้ใหญ่วัย 40 กว่า ปรากฎว่า นักศึกษา 40 คน/ห้อง เรียน 36 ชั่วโมงต่อคอร์ส จะเหลือสอบอยู่ 35 คน เกือบทุกคอร์สที่สอน เมื่อเทียบจากห้องอื่น
ขอต่อครับ...เมื่อสักครู่มือไปโดนคีย์ไหนไม่รู้...เมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ ที่มีนักศึกษาเหลือประมาณ 10 คน (เป็นธรรมชาติของศูนย์ สถาบัน สอนเสริมทั้งหลาย ที่จะมีนักศึกษาเหลือน้อย เมื่อใกล้จบคอร์ส) สอบถามนักศึกษาที่เหลืออยู่สอบวันสุดท้าย ได้ความว่า บางคนไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน เพราะพื้นฐานไม่ดี และต้องมาเรียนรวมกับคนที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป แต่คนเหล่านี้ยินดีที่จะเรียนกับผมจนจบคอร์ส เพราะสนุกดี ไม่น่าเบื่อ อาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง หรือลืมไปบ้าง ตามประสาคนทำงานไม่มีเวลาทบทวน แต่อย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นครู ก็คือนักศึกษาบอกว่า ศรัทธาในตัวอาจารย์ ...ศรัทธาที่แปลว่าความเชื่อ คือเชื่อว่าอาจารย์มีอะไรดี เชื่อว่าเขาจะเข้าใจได้ในอนาคต หรือให้แนวทางเขาได้...บางคนตามเรียนกับผมหลายคอร์สด้วยซ้ำ ทั้งที่ผมสอนเรื่องเดิม ระดับเดิม ห้องเดิม ...เทคนิคหนึ่งที่อาจารย์ท่านอื่นไม่ทำตามผมก็คือ การจำชื่อนักศึกษาให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมงที่สอน หรือตั้งแต่ให้นักศึกษาแนะนำตัวนั่นแหละ โดยเรียกชื่อนักศึกษาให้พวกเขาฟัง (ห้องหนึ่งควรมีนักศึกษา 30 คนขึ้นไป) ตรงนี้ นักศึกษาทั้ง 40 คน จะพร้อมกันปรบมือให้ผมทุกครั้งที่ไล่เรียงชื่อพวกเขาจบ...จะเรียกว่าเป็นการเรียกศรัทธาจากนักศึกษา ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่า เรามีดีนะ...ต้องติดตามเรานะ...รอพิสูจน์ให้จบคอร์ส..เทคนิคเหล่านี้อาจใช้ได้ดีสำหรับศูนย์ สถาบันสอนภาษาที่มีเวลาสั้นๆ ประมาณ 3 เดือน หรือน้อยกว่า อาจจะไม่เหมาะกับนักศึกษาประจำอย่างเช่นโรงเรียน เพราะยังไงก็จำชื่อนักศึกษาที่สอนได้อยู่แล้ว เพราะอยู่ด้วยกันเป็นปี ...ซึ่งอาจทำให้ไม่ตื่นเต้น ไม่ศรัทธาก็ได้...