วันนี้เพิ่งกลับจากคุมสอบวิชาวิทย์พื้นฐานเด็กศิลปกรรม ดนตรี และนาฏศิลป์ สอนเด็ก อารมณ์ศิลปิน พวกนี้ต้องทำใจ (ทั้งเรื่องแต่งกาย ไม่ตรงต่อเวลา นั่งคุย สารพัด) มีเด็กใต้คนหนึ่งจะกลับบ้าน ก็เลยนึกได้ว่าต้องบันทึกตอนที่ 2 ต่อ
บนรถไฟที่พ่วงตู้ยาวเหยียด (ประมาณ 18 คัน) ใช้เวลาเดินจากหัวจรดท้าย ไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เว้นแต่เจอคนรู้จัก ก็จะปาเข้าไป 2-3 ชั่วโมง เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะเดินไปมาตลอดเวลา จะเข้าห้องน้ำก็ไม่ใช่ โชว์หุ่นก็ไม่เชิง (เอาเป็นว่าเรื่องของเขาเราไม่กล้าเดินก็นั่งวิจารณ์ไป) พอรถจอดสถานีไหนก็จะโผล่หน้าต่างไปดู (ไม่รู้ว่ามองหาญาติ หรือเผื่อจะปิ๊งหนุ่มหรือสาวที่นั่น ด้วยหัวใจที่สดใสซาบซ่าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยของวัยรุ่น...
มีเรื่องขำขันเรื่องหนึ่ง รถไฟสองขบวนวิ่งสวนกัน คนนครฯสื่อสารกันรู้เรื่อง “ไป่ไน๊” …”ยั๊ย” หมายถึง ไปหาดใหญ่ แต่ทางสงขลาจะเป็นภาษาใต้ที่นิ่มนวลหน่อย รถสองแถววิ่งในเมืองถามคนกรุงเทพฯ ว่า ยั๊ยม้าย ๆ อาจมีเรื่องได้) บางคนก็จะติดอยู่ที่ตู้เสบียง จะอยู่บริเวณตอนกลางของขบวน (กินเบียร์) ชมบรรยากาศ รถสะเทือนอย่างไรเบียร์ก็ไม่หกครับ ผ่านสถานีไหนก็จะได้ยินประกาศจากทางสถานี
“ที่นี่สถานีบ้านส้อง ที่นี่สถานีบ้านส้อง ท่านผู้โดยสารที่จะลงสถานีนี้ โปรดเตรียมสิ่งของสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย .. แล้วอย่าลืมหยิบสิ่งของผู้อื่นลงมาจากรถด้วย.. (ประโยคหลังเพี้ยนไปครับ) ในนามของการรถไฟ ขอขอบคุณ และขอให้ผู้โดยสารเดินทางโดยสวัสดิภาพ” เป็น pattern เดียวกัน ใกล้พลบค่ำจะก็กลับมานอนกัน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายนักเพราะทางเดินจะถูกดัดแปลงเป็นที่นอนเป็นส่วนใหญ่ ต้องใช้วิธีกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางกันก็มี …เคยอ่านหนังสือของ ชาติ กอบจิตติ กลุ่มเพื่อนที่นั่งกินเหล้าบนรถไฟ มีคนหนึ่งขอไปห้องน้ำ แล้วไม่กลับมาอีกเลย เพื่อน ๆ มาทราบทีหลังว่า เดินเลี้ยวลงบันไดข้างทาง (รถกำลังวิ่ง) ต้องไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลที่นั่นหลายคืน ...