10 พฤติกรรมที่ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

10 พฤติกรรมที่ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

เด็กสมัยนี้มักมีพฤติกรรมหลายอย่างที่เสี่ยงต่อการพาตัวเองไปทำในสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งกุมารแพทย์ได้ออกมาเตือนว่า มีพฤติกรรม10 อย่างที่เด็กโตมักทำบ่อย ซึ่งส่งผลให้เด็กที่เคยสดใส แข็งแรง กลายเป็นเด็กขี้โรค เพราะพฤติกรรมที่ว่านั้นทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว แถมยังสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับเด็ก และยังมีผลกระทบระยะยาวต่อการดำเนินชีวิต

มีพฤติกรรมใดบ้าง ไปตรวจสอบกัน


1. ไม่ทานอาหารเช้า เพราะอาหารเช้าเป็นสิ่งที่จำเป็นมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยให้สมองเรียนรู้ได้ดี และหากปล่อยให้หิว ตอนสายๆ ถึงเวลาพักเด็กมักจะทานขนมหวานหรือของขบเคี้ยวแทน ทำให้ติดนิสัยการกินที่ไม่ดี และอาหารพวกนี้ก็ไม่ดีต่อร่างกายด้วยค่ะ

2. ดื่มเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลมชนิดต่างๆ เครื่องดื่มเหล่านี้ล้วนมีน้ำตาลค่อนข้างมากที่ให้พลังงานเกินความต้องการของร่างกาย เมื่อทานมากๆ จะสะสมเป็นไขมันและเกิดโรคอ้วนตามมา และน้ำอัดลมยังไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่กลับทำร้ายกระเพาะ ลำไส้ เมื่อดื่มมากๆ อาจเกิดแผลในกระเพาะได้ ปัจจุบันประเทศที่ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ก็ออกมารณรงค์ให้เด็กลดการดื่มน้ำอัดลมกันแล้วค่ะ

3. การที่เด็กไม่ร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัว นักวิจัยพบว่าเด็กที่รับทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวทุกวัน จะมีภาวะโภชนาการที่ดีกว่าเด็กที่ทานอาหารคนเดียว หรือดีกว่าการทานอาหารกับเพื่อน เพราะการทานอาหารร่วมกับครอบครัว เด็กจะถูกควบคุมเรื่องปริมาณอาหาร คุณค่าอาหาร และสร้างสัมพันธ์ที่ดี ทั้งยังมีโอกาสได้ปรึกษากับคนในครอบครัวด้วย

4. การดูโทรทัศน์มากเกินไป นั่นเพราะเด็กที่ดูทีวีมากเกินไปมักขาดการทำกิจกรรมอย่างอื่น และมักทานขนมขบเคี้ยวจนเกิดโรคอ้วนได้ คุณแม่จึงควรจำกัดเวลาในการดูทีวีของเด็กวัยนี้ ให้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง เพื่อสร้างนิสัยที่ดีให้เค้าตั้งแต่ยังเล็กค่ะ

5. ติดเกม ติดอินเตอร์เน็ต ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตคือการค้นคว้าหาข้อมูล เพิ่มพูนความรู้ได้อย่างที่ต้องการและหลากหลาย แต่โทษของอินเตอร์เน็ต หากใช้ไม่ถูกทาง เช่น ใช้ในการคุยเพื่อหาเพื่อนใหม่ เว็บโป๊ เกมออนไลน์ต่างๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนง่ายต่อการชักจูงให้ลูกทำสิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าคุณแม่มีวิธีป้องกันเพื่อให้ลูกเลี่ยงสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ที่แฝงอยู่ในอินเตอร์เน็ต ก็จะได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของการใช้อินเตอร์เน็ต

6. ไม่เล่นหลังเลิกเรียน ในแต่ละวันเด็กๆ ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือทั้งวันอยู่แล้ว กลับมาบ้านน่าจะได้ขยับแข้งขยับขาเล่นกีฬาหรือหากิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหว เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ สมองปลอดโปร่งและดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ

7. ชอบทานขนมขบเคี้ยวและขนมหวาน โดยเฉพาะอาหารมันๆ ที่มีแคลอรี่สูง อย่างมันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต ไอศกรีม ขนมที่มีรสหวาน ที่จริงคุณแม่สามารถให้ลูกทานได้ แต่ไม่ควรบ่อยเกินไปนะคะ แค่อาทิตย์ละครั้ง ถึงสองครั้งก็พอค่ะ และเวลาที่ทำกับข้าวให้ลูกไปโรงเรียน ก็อย่าเอาใจลูกด้วยการห่อขนมพวกนี้ใส่ไปด้วย เป็นการทำร้ายลูกเปล่าๆ ค่ะ

8. ไม่ให้ลูกเดินเอง ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีรถรับส่งหรือนั่งรถตลอด นั่นไม่ดีแน่ค่ะ ควรให้ลูกได้เดินบ้าง เดี๋ยวจะเป็นง่อยไปเสียก่อน เพราะการเดินถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีวิธีหนึ่ง อย่างเช่น ให้ลูกเดินไปซื้อของหน้าปากซอย หรือปั่นจักรยานไปโรงเรียน ก็ถือเป็นออกกำลังกายแล้วค่ะ

9. ไม่เล่นกีฬา จริงๆ ไม่จำเป็นต้องกีฬาก็ได้ ขอเพียงเป็นกิจกรรมที่ได้ใช้แรง ได้ใช้กำลังก็พอ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อและร่างกายของเขาแข็งแรง และถ้าเป็นกิจกรรมที่ร่วมกับเพื่อนด้วยจะยิ่งดี จะได้ไม่หมกหมุ่น ไม่เครียด

10. ไม่ควรพาลูกไปทานอาหารนอกบ้านบ่อยนัก เพราะจะช่วยให้เจริญอาหารมากเกินไป และเป็นการส่งเสริมนิสัยที่ฟุ่มเฟือย แต่ก็พาเขาไปทานอาหารนอกบ้านได้นะคะ เพียงแค่สัปดาห์ละสองวันก็นับว่ามากพอแล้วค่ะ

ที่มา http://women.sanook.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิทยาศาสตร์การกีฬา



ความเห็น (1)

ครู กศน.
IP: xxx.26.142.197
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณครับ  จะพิมพ์ออกไปติดไว้บ้าน