สวัสดีครับทุกท่าน

         สบายดีกันไหมครับ ผมอยากจะชวนทุกท่านไปเที่ยวกันด้วย Google Earth นะครับ ผมจะชวนมาเที่ยวมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กนะครับ ซึ่งมีอายุมานานแล้วครับ ตอนนี้มีอายุประมาณ 622 ปีครับ

มาดูภาพจากมุมสูงก่อนนะครับ

http://gotoknow.org/file/mrschuai/HD4.jpg

กัปตันจะร่อนบอลลูนลงไปให้ต่ำอีกหน่อยนะครับ  จะได้เห็นตัวเมืองกันให้ชัดๆนะครับ

http://gotoknow.org/file/mrschuai/HD3.jpg

ตัว เมืองเองไม่ได้ใหญ่มากครับ เมืองไฮเดลเบิร์ก ก็เป็นเืมืองมหาวิทยาลัยครับ มีจำนวนนักศึกษาประมาณ 25% ของประชากรทั้งหมดในเมือง โดยประชากรมีประมาณ 130000 คน เราลงไปดูใกล้ๆ ยิ่งขึ้นนะครับ

http://gotoknow.org/file/mrschuai/HD2.jpg

ด้วย การเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี การกำเนิดมหาวิทยาลัยในยุคนั้น ก็มีจำนวนคณะน้อยครับ หลักๆ ก็มีคณะปรัชญา ซึ่งรวมหลายๆ สาขาเข้าไว้ด้วยกัน ไ่ม่ว่าจะเป็นสายสังคมและวิทยาศาสตร์ครับ แต่เมื่อเทคโนโลยีสูงขึ้น สาขาแต่ละสาขามีการค้นคว้ากันมากขึ้น ทำให้แต่ละสาขานั้นโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะมีการแบ่งคณะออกเพื่อให้จัดการบริหารง่ายขึ้น ตอนนั้น คณะคณิตศาสตร์ ก็อยู่ในคณะปรัชญาเช่นกันครับ

ณ ปัจจุบันนี้ เมืองไฮเดลเบิร์ก (ภาษาเยอรมัน อ่าน ไฮเดลแบร์ก) มีแม่น้ำเนคคาร์ แบ่งเมืองเป็นสองส่วน จากภาพจะเห็นฝั่งซ้ายและขวามือ ซึ่งฝั่งซ้ายมือที่เห็นนั้น จะเป็นโซนของสาขาทางด้านการแพทย์ และวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ครับ ส่วนฝั่งทางขวามือจะเป็นโซนของมหาวิทยาลัยเก่าดั้งเดิม ซึ่งจะเป็นทางสายสังคมศาสตร์ ปรัชญา ภาษาและวรรณคดี ซึ่งตึกเรียนและห้องสมุด โรงอาหารก็จะปนรวมกับภาคเอกชน ผสมบูรณาการกันอย่างลงตัว

  http://gotoknow.org/file/mrschuai/HD1.jpg

บริเวณชายริมเนินภูเขา ก็จะมีตึกบางคณะอยู่เหมือนกันครับ

จาก ภาพด้านบนนี้ ทำให้ผมมองภาพของการแบ่งโซน กันของสายทางวิทย์และสังคมศาสตร์กัน โดยเชื่อมกันด้วยสะพาน ทำให้ผมนึกถึงสมองของคนเราครับ มาดูกันครับว่าทำให้ผมนึกถึงในส่วนไหนครับ

http://gotoknow.org/file/mrschuai/Brain.jpg

(ภาพจากเมล์ ของเพื่อนเอก นะครับ ได้รับแล้วคิดว่ามีประโยชน์กับผู้่อ่านครับ) 

โดย ที่ซีกซ้ายและขวาของสมองของคนเราก็ต้องมีสะพานเชื่อมกัน จะอยู่แต่ซีกใดซีกหนึ่งนั้นคงไม่น่าจะดีแน่ครับ แต่หากมีการบริหารให้สมองทั้งสองด้านนั้นทำงานสื่อสารกันได้ จะทำให้สมองเรามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

ดังเหมือนมหาวิทยาลัยก็เช่น เดียวกัน ต้องมีการรวมทั้งในด้านทางวิทย์และศิลป์เข้าด้วยกัน บูรณาการสาขาต่างๆให้มีช่องทางการเชื่อมกัน ไม่มีรั้วกั้นระหว่างตัวมหาวิทยาลัยและตัวชุมชน เชื่อมโยงเข้ากันให้เกิดการเกื้อกูลพึ่งพาหาสู่กัน

สำหรับสมองเราจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้ทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองซีกนั้น ก็อยู่ที่แนวทางการบูรณาการของแต่ละคนเช่นกันครับ

ท่านมีความเห็นเพิ่มเติมอย่างไร ฝากแสดงความเห็นต่อยอดกันได้ครับผม

กราบขอบพระคุณมากครับ

เม้ง

 ปล. ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก Google Earth และ ฟอร์เวิร์ดเมล์ ของเพื่อนเอกครับ