ผมเขียนบทความชุดนี้ให้ลูกน้องอ่าน ตอนทำหน้าที่เป็นผู้บริหารสำนักงาน เพื่อให้เขาซึมซับความรู้สึกดีๆ โดยหวังว่าเมื่อเขาได้ซึมซับสิ่งดีๆจะทำให้เขามีจิตใจดี เต็มใจที่จะให้บริการประชาชน ก็เลยเอามาเผื่อแผ่ใน blog นี้ครับ
คุณธรรมจริยธรรม
บัณฑูร ทองตัน
คุณธรรม คือ สภาพคุณงามความดีทางความประพฤติและจิตใจ หรืออาจอธิบายได้ว่า คือจริยธรรมที่แยกเป็นรายละเอียดแต่ละประเภท เช่น เมตตา กรุณา ซื่อสัตย์ เสียสละ กตัญญู ซึ่งถ้าปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นสภาวะคุณงามความดีทางความประพฤติและจิตใจของผู้นั้น
จริยธรรม คือธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ หรือศีลธรรม
อีกความหมายหนึ่ง คือแนวทางความประพฤติปฏิบัติตนเพื่อบรรลุถึงสภาพชีวิตอันทรงคุณค่าพึงประสงค์ในกฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นจากธรรมชาติของมนุษย์ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เหตุที่ต้องพูดถึงคุณธรรมและจริยธรรม เนื่องจากขณะนี้สังคมเรามีความตื่นตัวเรียกร้องหาคุณธรรมจริยธรรมกันมากขึ้น เพราะสังคมไทยเราเริ่มรู้สึกว่าสังคมเราเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวกันมากขึ้น ไม่สนใจผู้อื่น สิ่งใดที่ได้ประโยชน์ก็คว้าไว้ก่อนโดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะได้รับผลกระทบอย่างไร ทำให้ผู้คนในสังคมเริ่มรู้สึกอึดอัด ในระบอบราชการจึงมีการวางเป้าหมายที่จะให้ภาคราชการทุกส่วนเน้นในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมกันให้มาก สำคัญอยู่แต่หัวมีคุณธรรมหรือไม่ ถ้าหัวมีคุณธรรม หางก็ต้องมีคุณธรรมตามไปด้วย อย่างที่เรียกว่าเมื่อหัวส่ายหางก็ส่าย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> การจะเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม มิใช่แค่เพียงนิมนต์พระมาเทศน์แล้วจะเกิดคุณธรรมจริยธรรม แต่อย่างน้อยก็เป็นการก้าวเดินก้าวหนึ่ง แต่การปรับปรุงทัศนคติของผู้คนในสังคมให้หันมาคำนึงถึงผลกระทบถึงผู้อื่นมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองก็น่าจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้สังคมเราดีขึ้น มีคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ปรับทัศนคติแล้วมันดีอย่างไร เรามาพิสูจน์กันในเชิงคณิตศาสตร์กันว่าการปรับทัศนคติมีค่าคะแนนเท่าไร เราสมมุติให้อักษร A – Z มีค่าเท่ากับ 1-26</p><p> การทำงานหนักจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขทำให้งานเราก้าวหน้าได้ไหม H+A + R + D+ W + O + R + K</p><p> 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98%</p><p>เราจะเห็นค่าคะแนนว่ารวมกันได้ถึง ๙๘ แสดงว่าการทำงานหนักสามารถทำให้เราก้าวหน้าในหน้าที่การงานและทำให้ชีวิตมีความสุขได้แต่มันยังไม่เต็มร้อย จริงไหม คราวนี้เราลองมาดูตัวใหม่ ถ้าเราเรียนรู้เพิ่มเติมให้มากล่ะ จะทำให้เราดีขึ้นไหม </p><p> K+ N +O+ W+ L+E+D+G+E</p><p> 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96% </p><p>คำตอบคือได้แต่มันก็ยังไม่เต็มร้อยอยู่ดี บางคนบอกว่าความรักซิ ถ้าคนเรามีความรักทุกอย่างมันก็จะดีไปหมด เรามาพิสูจน์กัน</p><p> L + O + V + E</p><p> 12+15+22+5 = 54% </p><p>เห็นไหมครับว่า ความรักไม่ได้ทำให้ชีวิตเต็มร้อย ความรักเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น บางคนบอกว่าฝากชีวิตไว้กับโชคชะตา โดยเฉพาะวันที่ ๑ และวันที่ ๑๖ กับวันที่ ๒๐ ของทุกเดือน แต่ที่หนักกว่านั้นคือทุกวันตามเวลาที่หุ้นออก บางคนบอกว่าฟ้าลิขิตมาให้แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ เรามาพิสูจน์กันครับ </p><p> L+U+C+K</p><p> 12+21+3+11 = 47% </p><p>พิสูจน์ได้ว่าโชคชะตามีค่าเพียงแค่ ๔๗ เท่านั้น มันมีความไม่แน่นอนอยู่เยอะมาก แต่บางคนบอกว่าต้องเงินสิ ถ้ามีเงินทุกอย่างก็เรียบร้อย เงินสามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราจึงต้องมาดูกัน</p><p> M+O+N+E+Y</p><p> 13+15+14+5+25 = 72% </p><p>เห็นหรือยังครับว่าเงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตแต่มันไม่ใช่ทั้งหมด มีคนบอกว่า “เงินไม่ใช่พระเจ้า แต่คนของพระเจ้าต้องใช้เงิน” เรามาพิสูจน์กันอีกว่า ถ้าได้เป็นผู้นำล่ะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ ได้เป็นอัยการจังหวัด ได้เป็นหัวหน้าบริหารกิจการทั่วไป มันจะเป็นอย่างไร</p><p> L + E+ A+D + E + R + S+ H+ I + P</p><p> 12+5+1+4+5+18+19+8+9+16 = 89% </p><p>คำตอบก็เห็นได้ชัดแล้วว่ามันก็ไม่เต็มร้อยอยู่ดี แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้ชีวิตเต็มร้อย มาดูที่คำนี้ครับ </p><p> A+T + T + I + T +U +D+E</p><p> 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100% </p><p>คราวนี้เห็นหรือยังว่าเป็นอย่างไร พิสูจน์ได้ชัดเจนไหมครับ ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงทัศนคติในทางที่ดี คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้หน้าที่การงานของคุณก็จะดีขึ้น สังคมก็จะดีขึ้น </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ขอยกตัวอย่างให้เห็นเพื่อความชัดเจน คนที่เป็นนักบริหารเขาก็จะดูลูกน้องทำงาน ส่งงานให้เยอะลูกน้องบ่นเขาก็จะมองว่าลูกน้องคนนี้มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงาน ส่งงานประเภทเดียวกันหนักกว่าด้วยซ้ำให้ลูกน้องอีกคนหนึ่งทำ ไม่ได้โงหัวเลย แต่ลูกน้องคนนี้ทำงานโดยไม่ปริปากพร่ำบ่นเขาจะมองว่าลูกน้องคนนี้เหมาะที่จะได้รับการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง </p><p>ถ้าลองไปถามพวกที่ไม่บ่น เราจะได้รับคำตอบว่า งานหนักจริง เบื่อเหมือนกันแต่คิดอีกทีหัวหน้าจ่ายงานมากก็ดีงานเยอะเราจะได้เรียนรู้งานเยอะ เหมือนสมัยผมเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วย ได้รับสำนวนเร่งด่วนครบขังครั้งสุดท้าย คดีที่มีเอกสารจำนวนมาก คดีที่หาตัวอย่างร่างฟ้องไม่ได้ บ่อยมากๆ แต่ผมสนุกกับงานเพราะมันทำให้เราได้ใช้ความคิด แต่ถ้าผมมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงานผมก็ต้องบ่นว่าทำไมหัวหน้าจ่ายผมแต่คดียากๆ หรือคดีเร่งด่วน ทำไมคนโน้นได้แต่งานง่ายๆ แล้วผมก็จะขี้เกียจและเอาสำนวนไปหมกไว้เพราะไม่อยากอ่าน เอกสารมันมากเหลือเกิน และถ้าเป็นอย่างนี้ชีวิตราชการจะก้าวหน้าไหมครับ ยิ่งปัจจุบันนี้มีตัวชี้วัด มีการควบคุมการทำงาน มีการตรวจสอบคดีค้าง มันก็ยิ่งจะแสดงประสิทธิภาพในงานของคนๆนั้นหรือของสำนักงานนั้นๆอย่างชัดเจน หรือฝ่ายธุรการขณะที่คนอื่นทำงานก็นั่งคุยโทรศัพท์เหมือนเป็นนักธุรกิจ เดี๋ยวๆรับสาย พองานเร่งด่วนทำไมทันก็มาบ่นว่างานเยอะ ผมว่าเราน่าจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์การใช้โทรศัพท์ให้เหมือนพนักงานบริษัทน่าจะดี คือในเวลางานห้ามคุยโทรศัพท์ส่วนตัว ให้รับสายได้เฉพาะจำเป็นไม่ต้องพูดมากเสียเวลา จิตใจก็จะมุ่งอยู่กับงาน ความผิดพลาดในงานก็น้อยลง</p><p> ผมสงสัยว่าคงต้องเขียนกันอีกหลายตอนเสียแล้วกระมัง เพราะเพิ่งเริ่มต้นก็ว่าเสียยาวเฟื้อยแล้ว... </p><p></p>
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ อ.ธ วั ช ชั ย
ขอบคุณที่เข้ามาพรวนดินบันทึกครับ ตอนเข้ามาเขียนบันทึกใหม่ๆผมก็เอาผลงานที่เขียนไว้โพสต์อย่างต่อเนื่อง สมาชิกเขาคงอ่านไม่ทันก็เลยผ่านๆไปครับ ไม่เป็นมวย เดี๋ยวนี้ต้องเขียนแบบวันเว้นวัน เพราะเนื้อหาของผมคนมักเข้าใจว่าเขียนเรื่องที่หนักเกี่ยวกับกฎหมายครับ