ปัญหาสภาวะโลกร้อน นับเป็นปัญหาสำคัญลำดับต้นๆของโลกไปแล้ว ได้รับการกล่าวถึงไปในทุกประเทศ ทุกเครือข่าย ทุกองค์กรต่างๆทั่วโลกอย่างตื่นตระหนักและตื่นตระหนก กันโดยทั่ว
การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่กำลังสร้างปัญหาให้กรุงเทพฯในขณะนี้ ความแปรปรวนของสภาวะอากาศ ภัยทางธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลก และอื่นๆที่เป็นผลพวงมาจากสภาวะโลกร้อน นี่ควรเป็นควรเป็นความรับผิดชอบของใคร? ใครที่ควรเข้ามาแก้ไข(อย่างเร่งด่วนที่สุด)?
ทั้งๆที่มีองค์กรต่างๆมากมายออกมาเรียกร้องรณรงค์เรื่องนี้กัน แต่ทว่า ในเมืองไทยมีการกระดิกพลิกตัวตอบสนองต่อปัญหานี้อย่างเฉือยชา โดยเฉพาะภาครัฐที่เป็นภาคสำคัญที่สุดในการออกมาเรียกร้อง รณรงค์ และรวมไปถึงการออกมาตรการต่างๆมาชี้แนะ บังคับ ควบคุม และใช้งานอย่างเป็นผล
แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่มันเป็นอนาคตของชาติที่สำคัญ หรืออีกนัยย์หนึ่งก็คือ มันเป็นอนาคตของลูกๆหลานๆของพวกเราทั้งหลายในภายภาคหน้า ซึ่งยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปในอนาคตนั้น
ก็ไหนบอกว่าจะทำเพื่อลูกเพื่อหลานกันอย่างไรล่ะ แล้วนี่มันอะไร? นี่มันอะไรกัน? ทำไมถึงยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกันอยู่ได้ เรื่องน้ำท่วมพื้นที่ในประเทศไทยนั่นมันคงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เท่ากับการสูญเสียอำนาจในมือไปใช่มั้ย? ความจริงใจมีกันหรือเปล่า ? หา? ! มีกันบ้างมั้ย?
เรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯนั้น มันไม่ปัญหาของเรา เพราะกรุงเทพฯไม่ใช่ทั้งหมดของประเทศไทย หากแต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะมาเหมารวมเอาส่วนอื่นของประเทศไปด้วยเห็นจะไม่ถูก ก็ในเมื่อกรุงเทพฯมีการบริหารจัดการที่ดีกว่าส่วนอื่นๆของประเทศไปแล้ว-แล้วจะมาเอาอะไรอีก เพราะฉะนั้นมันจึงควรเป็นปัญหาของกรุงเทพฯโดยเฉพาะ ที่ต้องแก้ไขให้ได้ และต้องไม่มาเบียดเบียนงบประมาณอันพึงมีพึงได้ของภาคส่วนอื่นๆของประเทศไปด้วย
ภาครัฐมีความรับผิดชอบอย่างไรต่อปัญหานี้ (ที่ไม่ใช่แค่ออกมาพูดแสดงความคิดเห็น แสดงความหวั่นวิตกจริต หรือประกาศป่าวๆว่าเราจะทำอย่างนั้น อย่างโน้น อย่างนี้ แล้วก็จบกัน ) มีมาตรการอะไรที่เห็นผลได้ชัดเจนที่สุดให้ได้เห็นบ้าง นอกจากมาตรการรักษาเก้าอี้ มาตรการสืบทอดอำนาจ หรือว่ามาตรการปฐพี49-50-51-52อะไรนั่น
แต่ก็อยางว่าแหละ จะหวังอะไรจากรัฐบาลรักษาการ แม้รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงก็คงไม่ต่างกัน...
--------------------------------------------------------------------------------------------------
