ภาพที่เห็นผู้เฒ่าเลี้ยงหลานตัวน้อยๆ เป็นภาพที่เจนตามาช้านาน อันที่จริงเป็นวิถีของสังคมไทย และเพื่อนบ้านในแถบนี้
ตัวผู้เขียนเองยามเด็กก็อยู่กับ “อุ้ย” หรือ ตา ยาย โดยเฉพาะปู่ ซึ่งเป็นเหมือนเกราะกำบังให้วิ่งไปหลบภัยหากถูกพ่อแม่ตี ลองแค่เงื้อมือทำท่าตีเท่านั้นแหละปู่ท่านเล่นประท้วงไม่กินข้าวกินปลา หากลงไม้ลงมือจริงๆละก็ ปู่ก็ประท้วงโดยหนีไปนอนที่เถียงนาสองสามวันทีเดียว
ผมว่าผู้เฒ่าเลี้ยงหลานน้อย ท่านเลี้ยงด้วยใจ และเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่นครับ (แม้ว่าออกจะเอาใจ หรือตามใจมากไปนิดหนึ่งก็ตาม)แต่
นั่นเป็นวิถีของสังคมรุ่นก่อน ที่พ่อแม่เพียงแค่ออกไปไร่ไปนาตอนกลางวันเท่านั้น หรือแม้แต่ในสมัยนี้ที่ครอบครัวที่ตั้งตัวใหม่ พ่อแม่วัยหนุ่มสาวอาจต้องไปทำงานเมืองกอกเมืองกรุง ซึ่งก็ไม่มีปัญหารุนแรงใดๆ
ความรักที่เปี่ยมล้นของผู้เฒ่า กับเงินที่ส่งมาจากพ่อแม่ รวมถึงบรรยากาศชนบทที่สงบเงียบเอื้ออาทร ย่อมกล่อมเกลาเด็กน้อยให้มีความสุขได้อย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงกลับเป็นกรณีที่ผู้เฒ่าต้องเลี้ยงหลานที่อยู่ในวัยรุ่น
ดังปัญหาของชุมชนหนึ่ง ไม่ใช่สิ พบในสองชุมชน ของสกลนคร ที่ผมไปคุ้ยเจอในคราวไปศึกษาชุมชนเมื่อไม่นานมานี้
พี่น้องในชุมชนเหล่านั้น มากกว่าร้อยละสามสิบของครัวเรือนทั้งหมดต่างอพยพครอบครัวไปรับจ้างกรีดยางพาราที่ภาคใต้กัน ไปกันแบบยกครัว ปีหนึ่งกลับมาเยี่ยมบ้านครั้งเดียว บางครอบครัวก็ย้ายลูกไปเข้าโรงเรียนที่นั่น
แต่มีบางคอบครัว หลายครอบครัวที่ลูกๆกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม ได้ฝากลูกไว้กับผู้เฒ่าที่บ้านในที่ประชุมกลุ่มต่างให้ข้อมูลว่า
เด็กวัยรุ่นในกลุ่มนี้ บางคน ย้ำบางคนไม่ใช่ทั้งหมด
“พวกเด็กแบ๊น ชอบขี่รถมอเตอร์ไซด์แบ๊นๆกวนชาวบ้านชาวช่อง”
“ปัญหาเด็กดมกาว ก็เด็กพวกนี้เพราะพ่อแม่มันไม่ได้มาคุม ไม่รู้จะตามไปบอกพ่อแม่มันที่ไหน ไปเปิดดูรายชื่อที่ผมขึ้นทะเบียนได้เลย” ผู้ใหญ่บ้านหนุ่มบ่นกับผมอย่างนี้
“พ่อตามไปดูมันไม่ไหว มันไปรถเครื่อง พ่อขี่เป็นแต่รถจักรยาน ตามมันไม่ทัน หลานมันบอกว่าจะไปโรงเรียนก็ต้องเชื่อมัน แต่เขามาบอกว่าเห็นมันหลบอยู่ตามป่ายูคาฯ” พ่อเฒ่าที่มาร่วมประชุมในฐานะผู้อาวุโสกล่าว
ผมว่านี่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับและควรมีหนทางแก้ไข
หากมีใครสักคน หรือมือสักข้างยื่นเข้ามาช่วยเหลือ
สังคมชนบทบ้านเรายังมีสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น
โครงข่ายใยชีวิตในสังคม น่าจะมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาประดานี้
ครับเป็นเรื่องที่ควรมีการร่วมมือกันของหลายๆฝ่าย เพราะผู้เป็นพ่อแม่วัยแรงงานก็พยายามทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพและหาเงินส่งลูกเรียนเพื่อจะได้ไม่ลำบากเหมือนตนเอง ดังนั้นที่ไหนมีงานเค้าก็ไปทำงาน พร้อมกับฝากภาระดูแลลูกไว้กับปู่ย่าหรือตายาย และใจลึกๆคงอยากจะฝากให้ลูกของตนช่วยดูแลปู่ย่าตายายของพวกเขาเพราะท่านเหล่านั้นก็เริ่มหมดกำลังวังชา แต่ปู่ย่าตายายมักจะตามความคิดเด็กรุ่นใหม่ไม่ทัน เพราะแม้แต่กระผมที่ยังไม่ได้เป็นพ่อคนก็ยังรู้สึกว่าตามเด็กรุ่นหลังๆไม่ค่อยทัน และที่สำคัญสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสโลก แต่เราไม่ได้เตรียมความพร้อมหรือสร้างภูมิคุ้มกันไว้ก่อน ผลที่ตามมาก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตที่จะตามมา ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาทุกอย่างบนโลกใบนี้ครับ
ขอบคุณคุณ
ครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยน
อันที่จริงการที่ชาวอีสานไปรับจ้างกรีดยางแถบภาคใต้ ก็มีด้านดีหลายอย่างครับ
นอกเหนือจากมีรายได้ส่งมาเลี้ยงครอบครัวแล้ว
ที่บ้านตาดภูวง ยังพบว่าเขาส่งเงินมาให้ที่บ้านซื้อที่ปลูกยางพาราไว้ถึงห้าสิบไร่
นอกเหนือจากนั้นที่สำคัญที่สุดคือ เขาได้นำประสบการณ์ความรู้กลับมาเผยแพร่ครับ
เกษตรกรผู้นำของผมคนหนึ่ง เป็นคนที่ได้กรีดยางเป็นคนแรกๆของตำบล ปรากฏว่าก่อนหน้านี้ไปรับจ้างกรีดยางที่ระยองมาครับ
อย่างไรก็ตามปัญหาของวัยรุ่น ซึ่งเป็นอนาคตของแผ่นดินเรา ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายมาช่วยกันอย่างจริงจังครับ
ปัญหาวัยรุ่น เป็นช่วงของวัยรุ่น ทำอะไรก็ได้ที่..ท้าทาย..ตามใจ...ต่อสู้..ฝ่าฟันโดยเฉพาะสิ่งที่เขาห้าม..อยากให้ใครๆเห็นความสามารถ ดังนั้น เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงในรุ่นต่อไป...เมื่อครอบครัวมัวแต่แสวงหาเงิน เด็กก็ต้องเดินเอง..คลำทางเอง...
ถ้าเด็กบ้าดีเดือดในเรื่องที่มันสร้างสรร ก็นับว่าเป็นโชคของประเทศทีเดียว...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ป้าแดง
เป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็โล่งใจใช่ไหมครับ ผมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของป้าแดงเกินร้อยเปอร์เซ็นครับ
ส่วนปัญหาเกี่ยวกับวัยรุ่น ผมว่านอกจากจะใช้กลไกของโครงข่ายใยชีวิตแล้วควร ให้โอกาส และรับฟังความคิดเห็นจากมุมมองของวัยรุ่นด้วยครับ