ชื่อเรื่อง การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยข้อมูลชุมชนเพื่อการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเอง กรณีศึกษา : บ้านบ่อลูกรัง อำเภอวังนำเย็น จังหวัดสระแก้ว ชื่อผู้วิจัย คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตบ้านบ่อลูกรังศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสระแก้วปี 2550 การศึกษาวิจัย เรื่อง การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยข้อมูลชุมชนเพื่อการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองบ้านบ่อลูกรัง อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.) เพื่อศึกษาความเป็นมาของบ้านบ่อลูกรังและสภาพการจัดการความรู้ของภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีต 2.) เพื่อศึกษากระบวนการจัดทำข้อมูลชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาและการพัฒนาชุมชนแบบพึ่งพาตนเองของบ้านบ่อลูกรัง 3.) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของสมาชิกในชุมชนและความต้องการของสมาชิกในชุมชนที่มีต่อการพัฒนาข้อมูลชุมชน ดำเนินการวิจัยโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม PAR (Participatory Action Research)โดยความร่วมมือกันระหว่างชุมชนบ่อลูกรังและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสระแก้ว กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษา ในครั้งนี้ มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มภูมิปัญญา กลุ่มผู้ปฏิบัติงานจัดทำข้อมูล และ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั่วไป ได้แก่ กลุ่มสมาชิกในชุมชน กลุ่มเครือข่ายใช้ประโยชน์จากข้อมูล รวมทั้งสิ้น 70 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และ แบบบันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์จากการอภิปรายกลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลเอกสารด้วยการตีความ และเรียบเรียงตรวจสอบกับหลักฐานอื่น ข้อมูลเชิงปริมาณ แจกแจงหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การพรรณนาเชิงเนื้อหา และเปรียบเทียบเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลกับกรอบความคิด ผลการศึกษาพบว่า การจัดการความรู้ของภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านบ่อลูกรังมีการจัดการชุมชนของตนเองบนฐานความหลากหลายที่เป็นรากเหง้าเดิม ความรู้ส่วนใหญ่เป็นความรู้ที่ติดตัวมาร่วมกันก่อตั้งเป็นชุมชนใหม่ ก่อให้เกิดเป็นความมั่งคั่งทางภูมิปัญญา มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นทั้งการบอกเล่า การสอนให้บุคคลในครอบครัว หรือการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกลุ่มในชุมชน จนกระทั้งได้มีการจัดการความรู้ภูมิปัญญาโดยการจัดทำข้อมูลชุมชนซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ของแกนนำชุมชนผ่านกระบวนการศึกษาดูงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานมาสรุปเพื่อค้นหาคำตอบในการพัฒนาชุมชนของตนเอง และจากการเปิดเวทีร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ ได้พบคำตอบว่าก่อนการพัฒนาทุกกิจกรรม “ข้อมูล” คือเครื่องมือสำคัญของการดำเนินการ กระบวนการจัดทำข้อมูลชุมชนบ้านบ่อลูกรังดำเนินการในรูปแบบ ของคณะกรรมการ และ การประสานภาคีเครือข่ายเพื่อขอรับการสนับสนุนความรู้เรื่องการออกแบบเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูล การแบ่งหมวดหมู่ ความรู้พื้นฐานคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลชุมชนบ้านบ่อลูกรัง แบ่งเป็น 5 ด้าน คือ ด้านบริบทชุมชน ด้านปราชญ์/ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านกลุ่มและองค์กรต่าง ๆ ในชุมชน ด้านองค์ความรู้ที่สามารถนำไปแก้ปัญหาในชุมชน และด้านถอดบทเรียนกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งกระบวนเรียนรู้จากข้อมูลชุมชนเพื่อนำสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านบ่อลูกรัง คือ การเปิดเวทีเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ค้นหาสาเหตุ สืบค้นทุนในชุมชน นำมา สรุปเป็นข้อมูลสารสนเทศ และกำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมกันของสมาชิกในชุมชน ซึ่งผลจากการจัดทำข้อมูลชุมชนได้เพิ่มศักยภาพการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองของชุมชน เกิดการเรียนรู้และนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เช่น การแก้ไขปัญหาที่ทำกินของหมู่บ้าน ปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหาการทำการเกษตรธรรมชาติ และอื่น ๆ ส่วนความพึงพอใจและความต้องการของสมาชิกในชุมชนและเครือข่ายผู้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชน พบว่า ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นที่ตรงกันว่ามีความพึงพอใจต่อการพัฒนาที่ใช้ข้อมูลชุมชนเป็นฐานของการแก้ไขปัญหา โดยต้องการให้มีการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เสมอ ให้ศูนย์ข้อมูลชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต มีสื่อเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ และมีระบบการเรียกใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ทันสมัย
การจัดการความรู้ภูมิปัญญาโดยข้อมูลชุมชน
ภูมิปัญญา,ข้อมูลชุมชน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
สุวรรณา · 25 ก.ย. 2550
kunyapat · 25 ก.ย. 2550
JJ · 25 ก.ย. 2550
ฐาปนพงศ์ ริมหนองอ่าง · 25 ก.ย. 2550
สามสาวไร้สาระ · 25 ก.ย. 2550
sumalee kosolsombat · 25 ก.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 25 ก.ย. 2550