เป็นส่วนสำคัญ...ที่จะทำให้เกิดการ "พัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร"

       เมื่อวันพฤหัสบดีที่ (๒๐ กันยายน) ที่ผ่านมา ทางทีมงานที่จัดเตรียมงาน "มหกรรม KM ภูมิภาค" ได้มีการพบปะพูดคุยกัน ถึงการเตรียมงาน ซึ่งผมขอข้ามรายละเอียดส่วนนี้ไป

      ส่วนที่ผมต้องการขยายความคือ ตอนหนึ่งท่านอาจารย์วิบูลย์ "ประธานจัดงาน" (ส่วนของหนูตูนนั้นเป็น "แม่งาน")  ได้พูดกับ Staff ของงาน (ทีม Pacemaker) ในทำนองนี้ว่า "ที่เชิญให้มาช่วยงานนี้ ไม่ได้เน้นให้มาทำงาน แต่เน้นให้มาเรียนรู้มากว่า"

       ส่วนตรงนี้แหละที่ผมเห็นว่าเป็นส่วนสำคัญ...ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร (ไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้)
ผมลองนึกๆ ดูว่า..งานนี้มน.ต้องควักกระเป๋าออกมาเป็นเงินประมาณ ๒ แสนบาท (ไม่รู้ว่าจะบานปลายหรือไม่ แต่เท่าที่ดู คงจะบานปลายเหมือนกัน) แล้วจะเกิดอะไรกับคน. งาน และองค์กรบ้าง? นี่คือโจทย์ของผมครับ

       ลองคิดหาคำตอบกันดู

  1. เป็นการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย (แค่นี้ก็คุ้มเงิน๒ แสนแล้วครับ)
  2. เหมือนพาทีม Pacemaker ไปดูงาน แต่ที่นี่เน้น "การเรียนรู้ที่เนียนไปกับการจัดงาน" ตรงนี้สังเกตให้ดี ใน ๑ วัน มีห้องย่อยที่ Staff ต้องเข้าไปดูแลจริงๆ เพียงวันละ ๒ ชั่วโมง..นอกนั้นเป็นเรื่องของการพูดคุย ต้อนรับ พบปะแขก และเรียนรู้ประสบการณ์ในห้องใหญ่ นอกจากนั้นวันสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ "วันสุกดิบ" คือวันที่เตรียมงาน ตรงนี้เป็นส่วนที่เรียนรู้ได้อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะตอนที่ทางทีมงานภายนอกมาจัดนิทรรศการนั่นแหละครับ ได้เรียนรู้ที่หน้างานแล้วยังได้เรียนรู้กระบวนการจัดงานไปในตัวด้วย
  3. สร้างเครือข่ายกัลยาณมิตรในเขตภาคเหนือ (รู้สึกว่างานนี้ชาวอีสานมามากเลยทีเดียว)
  4. เป็นโอกาสดีที่ชาวมน.จะได้ต้อนรับแขกจากที่ต่างๆ และที่สำคัญจะได้พบวิทยากรระดับประเทศหลายคน (แค่นี้ก็คุ้ม เกินคุ้มแล้วครับ)
  5. สิ่งที่แฝงไว้ในงานอีกอย่างคือ การสร้าง "วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้" ให้กับบุคลากรในองค์กร..ตรงนี้สังเกตให้ดีว่า มีคนในองค์กรมน. ประมาณ ๓๐ กว่าชีวิต กับแขกรับเชิญอีก ๑๐ กว่าชีวิต เท่านั้นที่ได้มีโอกาสมาเรียนรู้ที่งานนี้...ส่วนท่านอื่นๆ ไม่มีโอกาส..นี่เพราะเป็นการจัดงานในลักษณะปิด..ที่เปิดโอกาสให้กับผู้ลงทะเบียน..ผู้จัดงาน และวิทยากรเท่านั้น
  6. การจัดงานใหญ่ๆ เป็นการทดลองพลัง "ความร่วมใจ-ร่วมมือ" ของคนในองค์กร ว่าเป็นเช่นไร
  7. นอกจากนี้..เรายังได้พลังของคนนอกองค์กร(ในจังหวัด)มาช่วยงานนี้ด้วย..เช่น จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, ทีมงานเทศบาลนครพิษณุโลก เป็นต้น
  8. ได้พลังของเครือข่ายกัลยาณมิตร (นอกจังหวัด) จากที่ต่างๆ ที่มาร่วมเป็นวิทยากร, จัดแสดงนิทรรศการ, ดูแลห้องย่อยต่างๆ
  9. ทดสอบหาข้อบกพร่องของการจัดงานใหญ่ (ซึ่งต้องมีแน่ๆ)
  10. ทดสอบระบบการประสานงาน..
  11. .........รอเพิ่มเติม......
  12. เป็นงานที่น่าเรียนรู้งานหนึ่งทีเดียวครับ..(สำหรับทีมงานมน.)

     

    beeman by Apinya

    มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
    神奇的蜂爷
      
    (shen2  qi2  de1  feng1  ye2)