การเปิดซองสอบราคา ในระบบราชการดูเหมือนมีจุดอ่อน และต้องได้มีการระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร

เมื่อวานผมยอมรับว่า เหนื่อยทั้งความคิดและแรงกาย เคยคาดคะเนว่าต้องกลับมาเป็น ดร. ที่ถูกใช้งานทุกๆเรื่อง และก็เป็นเรื่องจริง

ช่วงเช้าต้องเรียนรู้วิธีการเปิดซองสอบราคาการจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยกับบริษัทรักษาความสะอาดของหน่วยงานใหม่ของผม ไม่มีประสบการณ์ในการต่อรองราคาหรือตรวจสอบรายละเอียดการว่าจ้างตามระเบียบราชการ แต่ก็ต้องใช้ความคิดและเรียนรู้จากอาจารย์ผู้บริการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานทางด้านนี้โดยตรง

ที่ได้เรียนรู้มากคือ การสังเกตตัวแทนบริษัท ที่มีพื้นฐานความรู้และความจริงใจในการเสนอคุณภาพของการทำหน้าที่ยามและแม่บ้านแตกต่างกัน บางรายยื่นซองเฉยๆ โดยไม่เข้ามาพูดคุย บางรายส่งหนังสือมอบอำนาจแต่ไม่มีการระบุหน้าที่หรือชื่อผู้แทนชัดเจน ส่งเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีความรู้มาต่อรองราคา บางรายก็ส่งตัวแทนที่มีความรู้และสามารถต่อรองได้อย่างดี และที่สำคัญหลักเกณฑ์ของการพิจารณาบริษัทที่ราคาต่ำสุด และต้องแสดงเหตุผลให้ชัดเจนหากต้องการจ้างบริษัทที่มีราคาสูงกว่า และ/หรือน่าจะมีคุณภาพดีกว่า เพราะบริษัททึมีราคาต่ำได้แสดงคุณภาพการทำงานที่ต่ำมาแล้วในปีงบประมาณที่ผ่านมา น่าเสียดายที่ระบบราชการทำให้ไม่มีความยืดหยุ่นและการตัดสินใจของผู้บริหารในการทดลองเลือกบริษัทที่น่าจะมีคุณภาพสูงกว่า

ช่วงบ่ายทำหน้าที่ไปตรวจรับครุภัณฑ์ เช่น โต๊ะเรียน โต๊ะวางคอมพิวเตอร์ เก้าอี้นั่งเรียน เก้าอี้นั่งประชุม เก้าอี้นั่งเรียนแบบหอประชุม เป็นต้น ลุยงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะอีก 10 ท่าน ต้องลงมือยกโต๊ะ จัดเก้าอี้ เปลี่ยนที่ตั้งโต๊ะและเก้าอี้ในแต่ละห้อง ตรวจทุกรายละเอียดของทุกรายการครุภัณฑ์ ที่มีจำนวนรายการละเกิน 200 ชิ้น

เหตุการณ์การทำงานแบบนี้ ขอชื่นชมทีมงานทุกคน ที่อดทนและใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ในการตรวจครุภัณฑ์ ในอาคารใหม่ที่กำลังตกแต่งภายในและไม่มีการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ สภาพฝุ่นและความร้อนภายในตัวอาคารทำให้พวกเราต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจ มากเกินที่จะรู้ตัวครับ

ไม่แน่ใจว่า ได้รับความรู้อะไรจาก "รูปแบบการซื้อของต่างๆ ในระบบราชการ" ที่ต้องมา "จับผิด" เพราะหลายๆ บริษัทที่สอบผ่านเพราะเสนอราคาที่ต่ำ กลับโกงพวกเราด้วยการผลิตครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำ ผมกำลังคิดว่า "คุณธรรมของผู้ผลิตและจำหน่ายหายไปไหน ทำไมต้องโกงกินกับหน่วยงานราชการเล็กๆของพวกเราด้วย"

แต่ผมก็ต้องอดทนกับระบบราชการ แม้ว่าจะมีตำแหน่งอยู่ในการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย การที่เรียนจบ ดร. มา และต้องมาเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้ ทำให้ความสุขของการทำงานลดลง เวลาของการทำงานวิจัยที่เคยลงตีพิมพ์และน่าจะทำอะไรต่อไป กลับถูกโอนเวลาไปใช้กับการเข้ามาตรวจสอบครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพน้องกว่าปกติเพราะเกณฑ์ราชการที่เคร่งจนเกินไป ยอมรับว่า "เหนื่อยเหลือเกินครับ...ความรู้ของผมกำลังจะถูกแช่แข็ง ถ้าไม่รีบกระตุ้นตนเองให้ทำอะไรๆที่มีความหมายมากกว่านี้"