ในรายการ Only the lonelyซึ่งดำเนินรายการโดย พี่ฮอลล์ จรินยา ศักดิ์ศิริ (นั่งซ้ายสุดในคลิป)และ รศ.ดร.กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ (นั่งมุมขวาสุดในคลิป) จาก บางมด(ม.พระจอมเกล้าธนบุรี)
ที่ออกอากาศ เมื่อ 20 ก.ย.2550 ได้เชิญแขกรับเชิญมาพูดคุยในรายการอย่างที่เห็นในคลิปวิดีโอ
2 คนที่นั่งตรงกลางในคลิป
ดูแล้วนึกว่าผู้ชายจริงๆ
คุณนัด พริษฐ์ ชมชื่น และคุณแพรบุรินทร์ เป็น ทอมครับ(ผู้หญิงที่มีบุคลิกเป็นผู้ชาย) เป็นแขกรับเชิญมาพูดคุยในหัวข้อ " หากทอมอยากเปลี่ยนคำนำหน้านาม เป็นนาย " ซึ่งรายการ Only The Lonelyเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีพื้นที่ได้พูดคุยบ้าง
คนเรานั้น เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้
นัด กับแพร เมื่อมีความรู้สึกว่าตนเป็นผู้ชายมากกว่า ผู้หญิง คนหนึ่งครอบครัวยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นทแต่อีกคนหนึ่ง กว่าจะยอมรับได้ต้องใช้เวลาอยู่ช่วงหนึ่ง
นัด มีพี่ชาย 3 คน พี่สาว 1 คน ปัจจุบันนัดเป็นลูกคนที่ดูแลเลี้ยงดูแม่ได้ ส่วนคนอื่นๆ แต่งงานแยกบ้านไปอยู่กับครอบครัว
เรื่องเพศที่ 3 นี้หลายคนไม่ยอมรับมากนัก เพราะผิดไปจากปกติ
แต่สิ่งที่น่าคิด คนที่ปกติทางเพศมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่เข้าท่าก็มีมากมาย
สำหรับประเด็นที่คุยกันในรายการ Only the Lonely ซึ่งออกอากาศทางASTV 3 ที่ว่า หากทอมเปลี่ยนคำนำหน้านาม จาก นางสาวเป็นนาย เห็นด้วยหรือไม่ หลายคนไม่ยอมรับเพราะรู้สึกว่ายังเป็นผู้หญิงอยู่ดี
เมื่อถามนัดกับแพร ได้คำตอบว่า อยากเปลี่ยน แต่ถ้าให้เปลี่ยนก็ต้องเท่าเทียมกันด้วย ทั้งกะเทยต้องสามารถเปลี่ยนได้ด้วยเช่นกัน แต่สำหรับประเด็นนี้คงมีข้อถกเถียงกันอีกนานว่าจะดูยังไงกับคนที่แปลงเพศ และคนที่ยังไม่ได้แปลงเพศจะให้เปลี่ยนคำนำหน้าทั้งหมดหรือไม่ ฯลฯ
เรื่องการแปลงเพศนั้นมักจะคุ้นกับข่าวว กะเทยแปลงเพศ (ชายแปลงเพศเป็นหญิง) แต่สำหรับหญิง แปลงเพศเป็นชาย ยังมีจำนวนน้อย อาจเพราะ ค่าใช้จ่าย แพงกว่าเทคโนโลยียังด้อยกว่า จึงได้ยินได้เห็นข่าวกะเทยแปลงเพศเป็นหญิงมากกว่า
หลายคนยังคงมองที่เปลือกนอกเท่านั้น
แต่ไม่ได้มองเข้าไปถึงคุณค่าของความเป็นคนมากนัก
ความหลากหลายทางเพศ ที่ต่างไปจากความคุ้นเคย หลายคนไม่ยอมรับรับไม่ได้
แต่ในความคุ้นเคย ความปกติ
ชายจริง หญิงแท้ หลายครั้งทำในสิ่งที่รุนแรงเกินไป สุดโต่งเกินไปไม่รับผิดชอบ
ไม่เข้าใจความรู้สึกของฝ่ายตรงกันข้าม
แต่กลุ่มหลากหลายทางเพศหลายคนกลับมีจิตวิญญาณ มีเมตตาธรรมที่สูงกว่า คนเพศปกติอีกหลายคน
สวัสดีค่ะพี่บอน
ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง เพศชาย หรือเพศที่สาม ที่สี่ ก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญที่ว่าเป็นคนดีของสังคมเพื่อดูแลตัวเองแลคนรอบข้างให้อยู่อย่างมีความสุขก็พอแล้วค่ะ
แหม ประเด็นนี้ สาวๆจะใจกว้างยอมรับ แต่หนุ่มๆไม่ค่อยยอม..ยอมไม่ได้กันเลยทีเดียว :)))
ศักดาเป็นคนหนึ่งที่ได้ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว ชนิดที่เรียกว่าผู้หญิงยังอายเลยทีเดียว เมื่อผ่าตัดแปลงเพศเรียบร้อย เธอก็จัดการเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามเสียใหม่ว่า "ลดา" หลังจากที่เธอทำศัลยกรรมได้เพียงวันเดียว ....และไม่เพียงเท่านั้น
ลดา : หนูขอจดทะเบียนเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อด้วยค่ะ
เจ้าหน้าที่ : หา ว่าไงนะ
ลดา : หนูบอกว่า หนูขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจาก นาย เป็น นางสาว ค่ะ
เจ้าหน้าที่ ; เฮ้ย ! ไม่ได้ ไม่มีกฎหมาย ทำให้ไม่ได้หรอก
เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ยอมจดทะเบียนเปลี่ยนให้เธอก็ไม่ละความพยายาม เธอจึงไปฟ้องศาลขอบังคับให้นายทะเบียน จดทะเบียนแก้คำนำหน้าชื่อของเธอให้เป็น นางสาว ให้ได้ แต่ศาลก็ยืนยันว่า ไม่มีกฎหมาย ให้ศาลบังคับเช่นนั้นได้ เพราะสภาพบุคคลเป็มาตั้งแต่เกิด การเปลี่ยนเพศไม่มีผลตามกฎหมาย
จากการที่ลดาต้องผิดหวังกับเรื่องคำนำหน้าชื่อของเธอ ....เธอก็ยังดำเนินชีวิตของเธอตามปกติ ...จนกระทั่งอยู่มาคืนวันหนึ่ง หลังจากที่ ลดาไปงานเลี้ยงกลางดึก เธอได้นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน และระหว่างทางเปลี่ยวในซอยแถวบ้านของเธอนั่นเอง โชเฟอร์รถแท็กซี่ที่เธอนั่งมาก็ได้จี้เธอให้ลงจากรถ ทำร้ายร่างกายและข่มขืนเธอ แล้วก็ทิ้งเธอไว้ข้างทาง.....ลดาได้พยายามพาร่างกายอันบอบช้ำและยับเยินของเธอ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ลดา : คุณตำรวจค่ะ หนูจะมาแจ้งความค่ะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ : ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยซิว่าเรื่องราวเป็นยังไง
ลดา : คือว่าหนูนั่งแท็กซี่มาค่ะ พอถึงซอยเปลี่ยว โซเฟอร์ มันก็จี้หนูลงมาแล้วก็ทำร้างร่ายกายหนูแล้วก็..ข่มขืนหนูด้วยค่ะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ : งั้นเดี๋ยวบันทึกปากคำ อ้อ ขอบัตรประชาชนด้วย
ลดา : นี่ค่ะ
พอตำรวจเห็นบัตรประชาชนของเธอก็อดหัวเราะไม่ได้
ลดา ทั้งโกรธทั้งอาย แต่ก็ต้องระงับอารมณ์
ลดา : ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรเหรอคะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ : ขอโทษครับ....คือว่ากรณีของคุณคงแจ้งความได้แค่ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และอนาจาร เท่านั้นนะครับ เพราะข้อหาข่มขืนนั้น กฎหมายกำหนดว่า.....ผู้ใดข่มขืนหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน แต่กรณีของคุณไม่ตรงตามข้อกฎหมายครับ
หลังจากนั้นมา ลดา ก็ได้แต่ครุ่นคิดถึงชะตาชีวิตของเองด้วยความน้อยใจ......
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276
ผู้ใดข่มขื่นกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืน หรือโดยทำให้หญิงนั้นเข้าใจผิดว่าว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี..........
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn/2007/06/03/entry-1
ขอบคุณคุณ ศักดา (ที่เข้ามาpost) แนะนำlink ของ blog ที่น่าสนใจครับ
อยากแปลงเพศจาก ญ เป้น ช มาก เพราะไม่อยากเป้น ญ ถึงจะแปลงแล้วจะใช้ไม่ได้ก้ช่าง แค่เอาไว้ยืนฉี่ก้พอ จะได้ไม่ต้องมีให้เห้นอีก อยากตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ