เด็กน้อยได้ยินเรื่องราวกล่าวขานมานาน  หากใครได้จับหิ่งห้อยมาเก็บเอาไว้ใต้หมอน     นอนคืนนั้นจะฝันดี     จะฝันเห็นดวงดาวมากมาย  ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง  ฝันแสนสวยงาม

เด็กน้อยนั่งตักคุณยายไต่ถามความจริง  ยายยิ้มกินหมากหนึ่งคำไม่ตอบอะไรส่ายหัว    ใจเด็กน้อยอยากเห็นจริง    อยากเห็นดวงดาวมากมาย  อยากเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง  อยากฝันสวยงาม

หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน    ส่องแสงระยิบระยับกัน    สว่างไสวไปทั้ง ต้นลำพู  เด็กน้อยแอบออกมา    ไล่คว้าแสงน้อยมาดู  ใส่ไว้ในกล่องงามหรู  ซ่อนไว้ใต้หมอนแล้วนอนคอยฝันดี

ตื่นเช้าพอได้ลืมตามองเห็นคุณยาย  มาแกล้งถามว่าเจอะอะไร  สนุกแค่ไหนที่ฝัน     ใจเด็กน้อยจึงทบทวน      ไม่ฝันเห็นอะไรมากมาย รีบค้นเร็วไวใต้หมอนเปิดฝานั้นดู

หิ่งห้อยในกล่องตอนนี้เหมือนหนอนตัวหนึ่ง  ไม่สวยดังซึ่งตอนอยู่ใต้ต้นลำพูส่องแสง  ยายจึงยิ้มแล้วสอนตาม  จะมองเห็นความงามที่จริง  อย่าขังความจริงไม่เห็น  อย่าขังความงาม

หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน   ส่องแสงระยิบระยับกัน    สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู  เด็กน้อยถือกล่องออกมา  เปิดฝาแล้วแง้มมองดู  หนอนน้อยในกล่องงามหรูก็เปล่งแสงสุกใสบินไปรวมกัน

เด็กน้อยนอนหลับสบายอมยิ้มละไม  ใต้หมอนไม่มีกล่องอะไร  ไม่มีสิ่งใดใดถูกขัง      นอนคืนนั้นจึงฝันดี      ฝันเห็นดวงดาวมากมาย  ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง  ฝันแสนสวยงาม....

คงจำเพลงนี้กันได้ใช่มั๊ยคะ  " นิทานหิ่งห้อย " ของเฉลียงค่ะ  เป็นเพลงเก่าแล้ว  เด็กน้อยในนิทานก็คล้ายๆ กับผู้เขียนสมัยเด็กๆ ค่ะ  บ้านเกิดของผู้เขียนอยู่ในถิ่นของหิ่งห้อยกับลำพูค่ะ  ปลูกอยู่ริมน้ำมีต้นลำพูขึ้นอยู่เยื้องๆ บ้านฝั่งตรงข้าม  กลางคืนผู้เขียนกับพี่ๆ ชอบออกมานั่งดูหิ่งห้อยที่ศาลาท่าน้ำหน้าบ้าน  ภาพบรรยากาศในขณะนั้นเหมือนกับมีไฟกระพริบดวงเล็กๆ มาประดับ  แสงไฟจุดเล็กๆ สว่างวาบ วับๆ แวมๆ เป็นจังหวะ  เคล้าเสียงดนตรีที่มีนักดนตรีเอกมาบรรเลงให้ฟัง  ก็บรรดาแมลงกลางคืนไงคะ  ได้บรรยากาศจริงๆ  

อารมณ์ในตอนนั้นก็เหมือนเด็กทั่วๆไป  อยากเห็นหิ่งห้อยใกล้ๆ  แต่ต้นลำพูก็สูงเหลือเกิน  อยู่คนละฝั่งน้ำด้วย  ก็คอยเวลาที่จะมีหิ่งห้อยผู้โชคร้ายหลงทางมาให้จับล่ะค่ะ  ก็เคยจับได้นะคะ  ป้องมือไว้ให้เค้าอยู่ข้างใน  แอบมองดูผ่านช่องว่าง  ก็มีความรู้สึกธรรมดา  เห็นแมลงตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งมีแสงเรืองเป็นจังหวะบริเวณก้น  ไม่เห็นจะสวยเหมือนตอนที่อยู่กับต้นลำพูเลย  ก็เลยปล่อยไป  จากนั้นก็ไม่คิดจะจับมาเล่นอีกเลยค่ะ  ปล่อยให้เค้าอยู่คู่กับลำพูต่อไป   แต่ปัจจุบันต้นลำพูหน้าบ้านลดจำนวนลง  เจ้าของตัดทิ้งไปบ้างไม่ทราบเพราะอะไร เสียดายจัง! 

จริงๆ แล้วต้นลำพูก็มีประโยชน์มากมาย  ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือลดการกัดเซาะดินจากกระแสน้ำ เป็นการเพิ่มตลิ่งอีกวิธีหนึ่ง   ถ้ามีลำพูหิ่งห้อยก็ยังคงอยู่และมีจำนวนเพิ่มขึ้น  เป็นการสร้างสมดุลย์ทางนิเวศน์อีกทางหนึ่ง  ดอกและผลลำพูก็นำมาใส่ในข้าวยำของทางภาคใต้ได้  ส่วนต้นก็นำมาทำเป็นเชื้อเพลิงได้อีก  คุณๆ รู้จักจุกก๊อกปิดขวดกันใช่มั๊ยคะ!  ทำมาจากรากลำพูค่ะ 

ตอนนี้ถ้าผู้เขียนจะดูหิ่งห้อยแต่ละครั้งก็ต้องเช่าเรือไปดูบริเวณคุ้งน้ำอัมพวา  ซึ่งกลายเป็นสถานที่ล่องเรือชมหิ่งห้อยไปแล้วค่ะ  ที่นั่นมีต้นลำพูเยอะมากๆตลอดแนวแม่น้ำ  ต้องไปดูในคืนเดือนมืดนะคะถึงจะเห็นหิ่งห้อยชัดเจน  แต่น่าเสียดายอย่างหนึ่งก็คือกล้องไม่สามารถเก็บภาพหิ่งห้อยกระพริบเรืองแสงเหมือนที่ตาเราเห็นในขณะนั้นได้   ภาพที่ออกมาก็จะเห็นเป็นจุดสีขาวๆ มองไม่ออกว่าเป็นหิ่งห้อย ( หรือว่ากล้องผู้เขียนความสามารถไม่พอก็ไม่รู้ซินะ...) แต่หลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเสียดายอยากจะเก็บภาพสวยๆ ไว้  ภาพที่ออกมาไม่ได้อย่างที่ต้องการ  เท่าที่ทราบมาแสงของหิ่งห้อยน้อยค่ะ  แล้วเวลาถ่ายภาพเค้าห้ามเปิดแฟลช  ห้ามส่องไฟดู  หิ่งห้อยกลัวแสงไฟแล้วก็ไม่ชอบเสียงดังค่ะ   เวลาเรือไปถึงบริเวณที่จะดูหิ่งห้อยเค้าจะดับเครื่องเรือแล้วปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำอย่างช้าๆ  นอกจากภาพหิ่งห้อยที่เห็นตรงหน้า  ก็มีภาพเรือเล็กบ้าง ใหญ่บ้างจำนวนมาก ลอยวนเวียนในบริเวณนั้น ก็เป็นอีกภาพที่น่ามองไม่แพ้กันเลย

ภาพบรรยากาศที่เห็นเป็นภาพมหัศจรรย์จริงๆค่ะ หิ่งห้อยนับพันนับหมื่นๆ ตัวส่องแสงระยิบระยับใต้ต้นลำพู บวกกับสายลมโชยพัดผ่านผิวน้ำในยามค่ำคืน....ไม่มีคำบรรยายค่ะ  แต่ระยะหลังหิ่งห้อยลดจำนวนไป มาก  จะเป็นเพราะว่าต้นลำพูลดจำนวนลง  มีคนไปเยือนเค้ามากขึ้น  และอาจจะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้คนที่อยากจะเห็นความสวยงามที่อยู่ตรงหน้า  ซึ่งความไม่ได้ตั้งใจนั้นอาจเป็นการไปรบกวนเค้า  เค้าก็เลยสูญหายไปไม่น้อย  แต่ถึงจำนวนหิ่งห้อยจะน้อยลงยังไง  ก็ยังสวยอยู่ดีค่ะ...ขอยืนยัน

เอ๊ะ!  สงสัยกันมัยคะว่าทำไมหิ่งห้อยต้องคู่กับลำพู?

ถ้าจะตอบในเชิงวิชาการ  จริงๆ แล้วหิ่งห้อยไม่ได้เจาะจงอาศัยตามต้นลำพูชนิดเดียวค่ะ  กลางวันก็จะซ่อนตัวตามพงหญ้า ตามซอกไม้ต่างๆ   ต้นไม้ที่หิ่งห้อยมักชอบเกาะกระพริบแสงส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ที่มีใบโปร่ง  ในธรรมชาติ พบเกาะอยู่ตามต้นลำพู ต้นโพทะเล ต้นโกงกาง ต้นแสม ต้นสาคู แต่เท่าที่ทราบมา  ใบลำพู จะมีลักษณะลื่น  พวกมด แมลงต่างแอบแฝงต่างๆ จะไม่มาเกาะ  ก็เลยสะอาด  หิ่งห้อยเป็นสัตว์ที่รักสะอาดค่ะ  หิ่งห้อยเป็นตัววัดสภาพสิ่งแวดล้อมได้ดีแบบธรรมชาติ  ที่ไหนมีหิ่งห้อยที่นั่นสภาพแวดล้อมยังคงบริสุทธิ์ค่ะ 

แต่ถ้าจะพูดถึงในทางตำนานก็มีเรื่องเล่ามากมายในสมัยโบราณระหว่างลำพูกับหิ่งห้อย  นิยายปรัมปราเรื่องหนึ่งเล่าว่า....พระยาหิ่งห้อยได้หลงรักลูกสาวพระยาลำพู  จึงยกขบวนพร้อมประดับไฟสวยงามเพื่อมาขอเจ้าสาว  หลังจากนั้นต้นลำพูจึงเต็มไปด้วยแสงสีทองสว่างไสวที่คอยกระพริบหยอกล้อกับแสงจันทร์ในยามค่ำคืน  สร้างความประทับใจให้กับมนุษย์มาช้านาน....

แต่ตำนานที่คนไทยเราจำกันได้ไม่ลืม  หลายคนซาบซึ้งจนต้องเสียน้ำตาไปหลายหยด  ให้กับเรื่องๆ นี้ทุกครั้งที่ได้ดู  "  ตำนานแห่งรักนิรันดร์  "    จากละครเรื่อง " คู่กรรม " ไงคะคุณๆ  ในละครมีอยู่ฉากหนึ่งใต้ต้นลำพู  อังศุมาลินได้เล่าให้โกโบริฟังถึงชายหนุ่มที่คนรักของเขา ( บ้างก็ว่าหญิงสาวคนนั้นชื่อลำพู ) จมน้ำตาย  ทุกวันชายหนุ่มจะจุดตะเกียงโคมเดินตามหาหญิงสาวไปตามลำน้ำ  หลังจากชายหนุ่มคนนั้นตาย  หิ่งห้อยที่บินอยู่ตามต้นลำพูก็คือวิญญาณของชายหนุ่มที่ถือตะเกียงโคม  ยังคอยส่องโคมตามหาวิญญาณคนรักของตนอยู่เรื่อยไป....

เจ้าหิ่งห้อยน้อย  มันรอคอยตามหานางลำพู

ทุกยามรออยู่  ทุกคืนเฝ้าดูส่องโคมตามหาคนรักที่จมน้ำตายจากไป

เจ้าหิ่งห้อยตัวน้อย  ส่องแสงล่องลอยด้วยใจเปี่ยมหวัง

เผื่อพรุ่งนี้จะมีสักครั้ง  ได้เจอคนที่จากไป

(จากละครเวทีเรื่อง " คู่กรรม The Musical " )


ขอบคุณข้อมูล : 
http://www.school.net.th/library/webcontest2003/100team/dlnes041/index.html             
http://eny3005.ifas.ufl.edu/lab1/Coleoptera/Lampyrid.htm
สารานุกรมพืข :  หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
nation.net
Maeklongtoday.com
nation blog