อิสลามกับเรื่องหมู...หมู
ต่อข้อสงสัยว่า  ทำไมอิสลามจึงห้ามกินหมู นับเป็นโอกาสดีที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางหมู่มิตรที่เป็นอิสลามิกชน จึงได้รับคำแนะนำในคำสอนที่ศาสนิกอื่นควรรู้ประหนึ่งว่าเพื่อนต้องรู้จักเพื่อน เมื่อเกิดข้อสงสัยดังปุจฉาข้างต้นก็ได้รับการวิสัชฉนาจากผู้รู้ที่ใจกว้างพร้อมด้วยหนังสืออีกหนึ่งเล่มชื่อ อิสลามสำหรับผู้เริ่มสนใจอิสลาม เขียนโดย บรรจง บินกาซัน                 นี้เป็นใจความจากหนังสือในหัวข้อ                   ทำไมอิสลามจึงห้ามกินหมู?                 เกี่ยวกับการกินนั้นอิสลามมิได้ห้ามไว้แต่เพียงเนื้อหมู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นมีหลายอย่างที่ห้ามคือ ๑.           สิ่งมึนเมาหรือสิ่งที่ทำให้ขาดสติ ๒.          เลือด ๓.          เนื้อของสัตว์ที่ตายเองโดยธรรมชาติ ๔.          เนื้อของสัตว์ที่ถูกทุบตาย  ถูกรัดคอหรือตกจากที่สูงตาย ๕.          เนื้อของสัตว์ที่ใช้กรงเล็บหรือเขี้ยวจับสัตว์กินเป็นอาหาร ๖.           เนื้อของสัตว์ที่ถูกสัตว์แทะหรือฉีกกิน ๗.          เนื้อของสัตว์หรืออาหารที่ใช้บูชาฝีสางหรือเทพเจ้าอื่นๆ ๘.           เนื้อของสัตว์ที่ถูกเชือดโดยมิได้กล่าวนามของอัลลอฮ.                 การที่พี่น้องมุสลิมไม่กินเนื้อหมูหรือสิ่งอื่นๆที่ห้ามไว้เป็นการปฏิบัติตามบัญชาของอัลลอฮ.  ซึ่งจะไม่มีข้อสงสัยหรือโต้แย้งในในคำบัญชานั้นลักษณะดังกล่าวเรียกว่าการยอมจำนนอย่างสิ้นเชิงต่อพระประสงค์ของอัลลอฮ.

                คำสอนของศาสดาทุกศาสนาแฝงไว้ด้วยกุศโลบายเมตตาเพื่อให้ทุกคนที่ปฏิบัติตามพ้นทุกข์ทำความดีละเว้นชั่ว                การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันวงการแพทย์ได้กล่าวว่าในเนื้อหมูมีสิ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หล่ายอย่าง อาทิv     ไขมันv     พยาธิบางชนิดที่มีสารห่อหุ้มตัวเองให้ปลอดภัยจากการทำให้สุกด้วยความร้อนสูงๆและยังสามารถฝังตัวอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้เป็นเวลานานv     เลือดหมูเป็นแหล่งอาศัยของการแพร่ระบาดของโรคนานาชนิดv     ฯลฯ                คงจะเห็นอันตรายของหมูกันแล้ว  การกินผักผลไม้ซึ่งเป็นอาหารที่แท้จริงของตระกูลมนุษย์นั้นจะช่วยให้ร่างการขับถ่ายของเสียในร่างกายดีกว่าเดิมร่างกายสดชื่นแข็งแรงผิวพรรณผ่องใส อายุยืน