gotoknow ทำให้ผมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตรหลายสาขาวิชาชีพ บันทึกนี้เป็นกรณีหนึ่งของการช่วยเหลือเด็กป่วยใน รพ. ด้วยกิจกรรมบำบัดด้วยศิลปะ
> Date: Thu, 13 Sep 2007 16:17:58 +0700
> From: [email protected]
> To: [email protected]
> Subject: [gotoknow.org] You've received a contact mail
>
> สวัสดี Ajarn Dr. Pop (supalakpop)
>
> นี่คืออีเมลติดต่อจากผู้อ่าน กรุณาตอบโดยตรงไปยังผู้อ่านนั้น
> ------------------------------------------------------------
>
> > หัวเรื่อง: ขอคำแนะนำศิลปะบำบัด
>
> ข้อความ:
> มีโครงการที่จะสอนศิลปะให้กับเด็กป่วยที่มานอนในโรงพยาบาล ตอนนี้อยู่ในระหว่างเขียนโครงการอยู่ เลยSEARCH หาคำว่าศิลปะบำบัดจึงมาเจอกับบทความของอาจารย์ จึงอยากจะขอคำปรึกษา เพราะว่า จริงๆตัวเองก็ไม่มีความรู้เรื่องเลย แต่ชอบศิลปะ (วาดภาพได้นิดหน่อย)แต่ก็อยากจะนำศิลปะมาให้กับเด็กๆ ความที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องศิลปะบำบัด และจะขอไปอบรมเรื่องนี้ แต่คิดว่าทางหน่วยงานคงจะไม่ให้ไปเพราะไม่เกี่ยวกับวิชาชีพเลย แต่อยากเรียนรุ้มากค่ะ แต่ตอนนี้ขอเล่าเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะหน่อยคะว่าจะทำอะไรบ้าง
> คือโครงการนี้ก็จะทำกับเด็กที่มานอนป่วยที่wardเด็กที่โรงพยาบาลอายุตั้งแต่5ขวบ โดยทำทุกวันพุธ เวลา 16:00น คือทำหลังเลิกงาน ตอนนี้มีอาสาสมัครอยู่2คน กิจกรรมที่จะทำคือ ก่อนทำกิจกรรมทุกครั้งจะให้เด็กๆนั่งสมาธิก่อนโดยใช้บทเพลงของแม่ชีศันสนีย์ และกิจกรรมในครั้งแรกคือจะให้เด็กที่เขียนหนังสือได้ ทำสมุดบันทึกกันโดยให้เด็กบันทึกคำขอบคุณก่อนนอน เช่นวันนี้ พยาบาลฉีดยาไม่เจ็บ ก็เขียนขอบคุณลงในสมุกบันทึก แล้วค่อยๆมาเล่าสู่กันฟัง ส่วนเด็กที่เขียนหนังสือไม่ได้ก็จะให้วาดภาพ ส่วนกิจกรรมต่อไปที่คิดไว้คือกืจกรรมเล่าเรื่องโดยเราอาจจะเขียนภาพขึ้นมารูปหนึ่งเช่น หยดน้ำ แล้วให้เด็กจินตนาการว่าคิดถึงอะไรบ้าง บางครั้งอาจจะให้เด็กทำงานประดิษฐ์ ซึ่งก็คงหากิจกรรมประดิษฐ์จากหนังสือที่วางขายทั่วไป กิจกรรมก็ประมาณนี้ จะพอไหวไหมค่ะ คือพี่ก็ไม่ค่อยมีความรู้ ก็คงมั่วๆไป จะผลเสียไหมค่ะ ถ้าเราวางกิจกรรมผิด หรือไม่รู้เรื่องจิตวิทยาเลย มีแต่ความชอบอย่างเดียว จะไหวมั๊ยค่ะ ถ้าอาจารย์มีข้อแนะนำจะขอบพระคุณมากค่ะ ให้คำแนะนำได้เต็มที่ค่ะ เพราะงานนี้ใช้งบประมาณส่วนตัว คงทำอะไรได้ตามใจ
> ขอบคุณล่วงหน้า
ขอบคุณครับ เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมากครับ หากเป็นไปได้ อยากขอนำข้อความของพี่ไปใส่บน blog เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านอื่นๆ ด้วยครับ
กิจกรรมนั่งสมาธิและเขียนหนังสือที่พี่ทำอยู่ ช่วยทำให้เด็กๆ ถ่ายทอดความรู้สึกอย่างผ่อนคลาย ส่วยการบันทึกคำขอบคุณน่าจะทำให้เด็กๆมีการแสดงออกทางวาจาที่เหมาะสม
กิจกรรมการวาดภาพจินตนาการหยดน้ำ ก็ช่วยทำให้เด็กๆ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และผ่อนคลายจากการวาดภาพครับ
กิจกรรมการทำสิ่งประดิษฐ์ก็เป็นความคิดที่ดีครับ ไม่น่าจะผิดอะไร
แต่สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะ คือ กิจกรรมเหล่านี้ ลองให้พี่นึกทบทวนอีกทีว่ามีเหตุผลในการเลือกกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไร มีการประเมินปัญหาของเด็กๆ แต่ละคนที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลหรือไม่ อย่างไร การนำศิลปะมาเป็นสื่อหนึ่งของการใช้กิจกรรมบำบัด จะต้องประเมินปัญหาของเด็กว่า เคลื่อนไหวได้แต่สภาพจิตใจเบื่อหรือซึมเศร้า หรือ สภาพจิตใจดีแต่ไม่ค่อยพูดคุยกับเพื่อนๆ หรืออื่นๆ ซึ่งผมคงต้องวิเคราะห์ร่วมกับพี่เป็นรายๆไปได้ครับ
เมื่อทราบปัญหาของเด็กทุกคน คราวนี้เราก็จะมาวิเคราะห์ว่าจะสังเคราะห์กิจกรรมแบบใดที่มีศิลปะมาเกี่ยวข้อง ที่สำคัญต้องเกิดจากความสนใจของเด็กเอง มากกว่าที่เรากำหนดให้ทุกอย่าง หรือ เราสามารถร่วมทำกิจกรรมศิลปะกับเด็กๆ เหมือนอายุเดียวกัน เล่นและค่อยๆ สังเกตดึงศักยภาพหรือความคิดลึกๆ ของเด็กๆ ให้รู้จักพัฒนาอารมณ์และจิตสังคม ผ่อนคลายไม่ให้เบื่อหน่ายกับสภาพโรงพยาบาล และรู้จักเรียนรู้ผ่านศิลปะ หรือผสมผสานร่วมกับทักษะการเรียนรู้อื่นๆ ด้วยครับ
หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม email มาได้เสมอครับ หรือ โทรมาที่ 08-52240707
โชคดีครับ
อ.ป๊อป
กิจกรรมนั่งสมาธิและเขียนหนังสือที่พี่ทำอยู่ ช่วยทำให้เด็กๆ ถ่ายทอดความรู้สึกอย่างผ่อนคลาย ส่วยการบันทึกคำขอบคุณน่าจะทำให้เด็กๆมีการแสดงออกทางวาจาที่เหมาะสม
กิจกรรมการวาดภาพจินตนาการหยดน้ำ ก็ช่วยทำให้เด็กๆ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และผ่อนคลายจากการวาดภาพครับ
กิจกรรมการทำสิ่งประดิษฐ์ก็เป็นความคิดที่ดีครับ ไม่น่าจะผิดอะไร
แต่สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะ คือ กิจกรรมเหล่านี้ ลองให้พี่นึกทบทวนอีกทีว่ามีเหตุผลในการเลือกกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไร มีการประเมินปัญหาของเด็กๆ แต่ละคนที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลหรือไม่ อย่างไร การนำศิลปะมาเป็นสื่อหนึ่งของการใช้กิจกรรมบำบัด จะต้องประเมินปัญหาของเด็กว่า เคลื่อนไหวได้แต่สภาพจิตใจเบื่อหรือซึมเศร้า หรือ สภาพจิตใจดีแต่ไม่ค่อยพูดคุยกับเพื่อนๆ หรืออื่นๆ ซึ่งผมคงต้องวิเคราะห์ร่วมกับพี่เป็นรายๆไปได้ครับ
เมื่อทราบปัญหาของเด็กทุกคน คราวนี้เราก็จะมาวิเคราะห์ว่าจะสังเคราะห์กิจกรรมแบบใดที่มีศิลปะมาเกี่ยวข้อง ที่สำคัญต้องเกิดจากความสนใจของเด็กเอง มากกว่าที่เรากำหนดให้ทุกอย่าง หรือ เราสามารถร่วมทำกิจกรรมศิลปะกับเด็กๆ เหมือนอายุเดียวกัน เล่นและค่อยๆ สังเกตดึงศักยภาพหรือความคิดลึกๆ ของเด็กๆ ให้รู้จักพัฒนาอารมณ์และจิตสังคม ผ่อนคลายไม่ให้เบื่อหน่ายกับสภาพโรงพยาบาล และรู้จักเรียนรู้ผ่านศิลปะ หรือผสมผสานร่วมกับทักษะการเรียนรู้อื่นๆ ด้วยครับ
หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม email มาได้เสมอครับ หรือ โทรมาที่ 08-52240707
โชคดีครับ
อ.ป๊อป
ยินดีที่ได้รับอีเมล์จากพี่หมอที่สอบถามถึงศิลปะบำบัดข้างต้น และประทับใจกับความสำเร็จที่พี่ได้สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่เด็กๆครับ
ยินดีเสมอครับในการให้คำปรึกษาและจะคอยฟังความคืบหน้าครับ
หากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือด้านวิชาการและด้านวิจัยจากงานประจำ ยินดีให้ความร่วมมือเสมอครับ
ขอบคุณมากครับ
อ.ป๊อป
เรียน อ.ป๊อป
พี่...นะคะ ที่ทำศิลปะในหอผู้ป่วยเด็ก อยากจะมาเล่าความคืบหน้า หลังจากที่อาจารย์ช่วยแนะนำเรื่องการทำกิจกรรม ไม่รู้อาจารย์จะจำพี่ได้หรือเปล่าตอนนี้พี่มีอาสาสมัครเพิ่มเป็น 5 คนแล้ว และพี่กำลังรอคำตอบจาก ม.ราชภัฎ อยู่ว่าจะมาร่วมกิจกรรมกับพี่หรือเปล่า ถ้ามาพี่ก็จะขยายโครงการไปที่หอผู้ป่วยเด็กเล็กที่ยังวาดรูปไม่ได้หรือทำกิจกรรมศิลปะไม่ได้ โดยจะให้น้องนักศึกษามาเล่านิทานที่ข้างเตียงให้น้องที่ป่วยฟัง ส่วนโครงการศิลปะบำบัดเด็กติดเชื้อเอชไอวี ตอนนี้เริ่มเป็นกลุ่มที่มั่นคงแล้ว สำหรับกลุ่มนี้มีอาสาสมัคร 20คน กลุ่มนี้มีอาสาสมัครเยอะเพราะว่าทำกิจกรรมแค่เดือนละครั้ง กลุ่มนี้พี่ได้จัดอบรมศิลปะบำบัดเบื้องต้นแก่อาสาสมัครไปแล้ว โดยคุณหมอ...ที่อาจารย์ป๊อปเคยไปฟังบรรยายที่คุณหมอเป็นคนแปลคำบรรยาย(พี่เคยอ่านที่อาจารย์เขียนเล่าในblog) ไม่รู้กิจกรรมศิลปะที่พี่ทำอาจจะไม่ตรงกับสาขาที่อาจารย์ถนัดหรือเปล่า แต่ตอนที่พี่ search ใน google คำว่าศิลปะบำบัด ก็เจอชื่ออ.ป๊อป และอาจารย์ก็กรุณาให้คำปรึกษาที่งดงาม แก่พี่ สำหรับเมลล์นี้ก็ถือว่าเป็น จดหมายที่พี่มาเล่าความคืบหน้าให้ที่ปรึกษากิตติมาศักดิ์ฟังนะคะ ก็ต้องถือว่า อ.ป๊อป เป็นที่ปรึกษาโครงการคนแรกของพี่เลย มีความคืบหน้าอะไรพี่ก็อยากมาเล่าให้อาจารย์ฟัง แต่อาจจะหายไปนานหน่อยนะคะ
ขอบคุณคะ