การวิจัยและพัฒนา

ความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา <h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                    การบริหารหรือการทำงานใดใดที่มุ่งแก้ปัญหาหรือพัฒนา ให้เกิดคุณภาพนั้น  เมื่อผู้บริหาร </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือผู้ปฏิบัติงานค้นพบปัญหา และเกิดความตระหนักในปัญหา  ก็จะคิดค้นรูปแบบสื่อ  หรือรูปแบบการพัฒนา ที่มักเรียกว่า "นวัตกรรม" เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางานดังกล่าว  โดยที่รูปแบบสื่อหรือ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รูปแบบการพัฒนาที่คิดขึ้น  จะต้องมีเหตุผล หลักการ  หรือทฤษฎีรองรับ  ทั้งนี้อาจเลือกใช้วิธีการปรับปรุง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในสิ่งที่มีผู้อื่นได้ศึกษาหรือเคยใช้ได้ผลในสภานการณ์ที่เป็นปัญหา เช่นเดียวกันมาก่อน  หรืออาจคิดวิธีการ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขึ้นใหม่ก็ได้  แต่การจะทำให้รู้หรือมั่นใจได้ว่าวิธีการที่คิดค้นขึ้นนั้นดีหรือไม่  จึงจำเป็นต้องนำมาทดลองจริง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้  ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จก็มี</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ร่องรอยให้เห็นถึงการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  จนได้ผลดี  และสามารถนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ทราบ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือนำไปใช้ได้ต่อไป</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วิธีการหาปัญหาอย่างมีระบบก็คือ   การวิจัยเชิงสำรวจ  นั่นเอง    และเมื่อได้ทราบปัญหาแล้ว</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าหยุดนิ่งไม่แก้ปัญหาหรือพัฒนาให้ดีขึ้น  ก็ย่อมไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้น  จึงต้องคิดค้นรูปแบบ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือนวัตกรรมเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา  นั่นคือ  “การพัฒนา”  และเมื่อพัฒนารูปแบบการแก้ปัญหา</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือนวัตกรรมแล้ว   เพื่อให้รู้ว่ารูปแบบหรือนวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภาพเพียงใดก็ต้องนำไปทดลองใช้</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นั่นคือ “การวิจัยเชิงทดลอง”  หากแก้ปัญหาไม่สำเร็จก็กลับไปวิเคราะห์ปัญหาและปรับปรุงรูปแบบ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือนวัตกรรม  แล้วทดลองใช้ใหม่จนสามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ  หากแก้ปัญหาได้สำเร็จแล้วก็เขียนรายงานการวิจัย และ  “เผยแพร่”  รูปแบบหรือนวัตกรรมนั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วงวิชาการต่อไป</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                     จะเห็นได้ว่าบางครั้งจึงมีผู้เรียกการวิจัยและพัฒนาว่า  R and D” (Research and Development)  หรือบางคนก็เรียกว่า  R and D and D” ซึ่ง D. ตัวหลังก็คือ  “การเผยแพร่” (Defuse) </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                    ผลงานการวิจัยและพัฒนานับได้ว่าเป็นผลงานที่มีประโยชน์มีคุณค่ายิ่งที่ช่วยสร้างสรรค์ </h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พัฒนานวัตกรรมทั้งรูปแบบการทำงานและสิ่งผลิตให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยได้หลอมรวมงานวิจัย</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลายประเภทบูรณาการไว้อย่างเป็นระบบครบวงจร  ปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพงาน</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงต่างให้ความสนใจอบรมบุคลากร  และรณรงค์ส่งเสริมให้บุคลากรผลิตผลงานวิจัยและพัฒนาอย่าง</h6><h6 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กว้างขวางมากขึ้น</h6>