รุนแรงเช่นนี้ ทำเช่นไรกันดี

ไม่แน่ใจว่า อาการยับยั้งชั่งใจในสังคมไทย
ถือเป็นพฤติกรรมซึ่งไม่ได้รับนิยมหรืออย่างไร
จนกระทั่งได้สูญหายกลายพันธุ์ไปแล้วหรือ
ยิ่งไม่แน่ใจไปใหญ่ เมื่อต้องอ่านข่าวคราว เมื่อได้นั่งไล่เรียงความว่า เรื่องราวความรุนแรงต่างๆซึ่งแวดล้อมสังคมไทยนั้น มีอยู่มากมายต่อเนื่อง รายวัน รายสัปดาห์ จนบ่อยครั้งบางคนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนตื่นเช้าขึ้นมาต้องมีพระอาทิตย์
ตื่นขึ้นมายามเช้าในเมืองไทย ต้องมีการ ปล้น ฆ่า ข่มขืน ทำร้ายร่างกาย
แต่สำหรับผู้ที่ถูกกระทำ ผมคิดว่า เขาเหล่านั้นคงไม่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ยิ่งได้ยินบทสัมภาษณ์ของสารวัตรท้องที่บางยี่เรือ เจ้าของคดีนักศึกษาสาวสาดน้ำร้อนในถ้วยมาม่า ใส่นักศึกษาหญิงอีกคนหนึ่ง พร้อมทั้งตบตีจิกข่วน ก่อนด่าทอ และประกาศอาณาเขตว่า พ่อเธอใหญ่
โดยท่านได้ให้สัมภาษณ์ออกอากาศยามค่ำคืน อย่างประทับใจยิ่ง เมื่อได้รับคำถามว่า เหตุการณ์เช่นนี้รุนแรงมากน้อยเพียงใดนั้น ท่านตอบแบบสบายอารมณ์เพียงว่า ธรรมดา ถ้าหากมาดูตามโรงพัก จะเห็นว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาท ทะเลาะเบาะแว้งเช่นนี้อยู่ทั่วไป ธรรมดามากมาก
ยิ่งได้ยินได้ฟัง ยิ่งเห็นว่า ไม่ธรรมดาครับ
ขนาดตำรวจไทย สามารถพูดประโยคเช่นนี้ได้ ไม่ธรรมดาครับ
บ่อยครั้งที่ผมคิดว่า ควรจะสละสัญชาติกันเลยดีไหม หาประเทศเหมาะๆ ที่ยังให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ และคุณค่าของชีวิตที่สูงกว่านี้ หรือควรจะเก็บเงินเก็บทอง เพื่ออพยพโยกย้ายถิ่น เหมือนฤดูกาลของสัตว์พลัดถิ่น สัตว์อพยพกันเลยจะดีไหม ไปหาแหล่งพักพิงอาศัยของชีวิต ที่จะไม่ต้องถูกทำร้ายทำลายเช่นนี้
เพราะธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยที่มาผลาญชีวิตเช่นนี้
ล้วนต้องหาทางออกให้กับชีวิต ซึ่งก็มีทางออกไม่กี่ทาง
จะประนีประนอมยอมความ เป็นบ่าวเป็นทาสได้ก็เป็น จะลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อกรได้ก็ต้องทำ จะหลบหนีหายไปเพราะเบื่อหน่ายกับสิ่งอันแวดล้อมเหล่านี้ก็ได้ หรือจะบ้าบอไปกับความชาชิน ถ้ายังไม่มาถึงตัวก็แล้วไป วันนี้รอดไป
ถ้าวันไหนถึงคราวของตัว ก็ได้แต่รำพึงว่า ว้า แย่จัง วันนี้ซวยจังเลย
เอากันอย่างนี้จะดีไหมครับ

สำหรับสังคมที่ใช้ความรุนแรงเช่นนี้ ในบ้านนี้เมืองนี้ ที่แม้แต่ผู้พิทักษ์ความสงบสุขในบ้านเมือง แม้แต่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ยังเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องชาชิน เห็นความตายดุจนักบวชปลงตก จนไม่ต้องมาถามไถ่ว่า เขาเหล่านั้น ทำไมจึงถูกทำร้ายทำลาย
ก็ดันเล่นบทผิดที่ผิดทาง
ดันมาปลงตกเช่นนักบวช
ในขณะที่ตนเอง คือผู้รักษากฎระเบียบของสังคม
หากเป็นสังคมแห่งอำนาจ ที่พร้อมจะใช้ความรุนแรงเช่นนี้ ในขณะที่ยังไม่สามารถอพยพพลัดถิ่นเช่นนกไซบีเรียหนีหนาวได้ เราจะทำยังไงกันดีครับ
เราจะเตรียมตัว เตรียมพร้อมตลอดเวลากันดีไหม
แม้กระทั่งเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ก็ต้องดูทางหนีทีไล่ จะม้วนหน้าม้วนหลังอย่างไรกันดี หากมีคนเดินเข้ามาชกหน้า จะฉากตัวเบี่ยงตัวหลบหมัดอย่างไร หากถูกต่อยจังๆ
จะเอามือปัดป้องดีไหม หรือเบี่ยงหน้าอย่างไร ไม่ให้ถูกน้ำร้อนลวกหน้า
หรือเราจะต้องเข้าไปต่อยคู่กรณีก่อน
ทำร้ายร่างกายผู้อื่นก่อน ก่อนที่จะถูกทำร้ายร่างกาย
ทำร้ายคนอื่นก่อน ก่อนจะถูกคนอื่นทำร้าย
เอาเช่นนี้ดีไหมครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ไม่ทราบเป็นเช่นไร ในท่ามกลางสังคมแห่งอำนาจเช่นสังคมไทย ที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจ ไม่อาจเก็บกดความไม่พึงพอใจ ระเบิดอารมณ์เมื่อใดก็ใส่เลย เอาวาจาด่าทอไม่ได้ ก็เอาแรงเข้าใส่ แรงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเครื่องทุ่นแรง เจ็บตัวไม่ได้ก็ฆ่ากันให้ตาย ไม่ตายแล้วต้องถึงโรงถึงศาล ก็งัดอำนาจฝั่งใครฝั่งมันขึ้นมา ใครใหญ่กว่ากันว่ากันไป
เอาเช่นนั้นดีไหมครับ
ใครใหญ่กว่าชนะ โอ น้อยออก

หนึ่งนั้นต้องศรัทธา ว่ากฎหมายนั้นศักดิ์สิทธิ์
สองนั้นต้องรวมมิตร พิทักษ์สิทธิตามกฎหมาย
สามนั้นอย่าอยู่ดาย ต้องเดินสายประชาสัมพันธ์
จุดหมายนั้นอยู่ที่ ประชาชีมีสุขสันต์
ทุกคนหากช่วยกัน เหตุการณ์นั้นอาจผ่อนลง
สวัสดีค่ะคุณ kati
ถอนหายใจยาวๆค่ะ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจนกลายเป็นความชินชาไปแล้วเหรอคะหรือคิดว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ?
พฤติกรรมความรุนแรงต่างๆทางจิตวิทยาถือว่าเกิดจากพันธุกรรม การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม..ถ้าอย่างนี้จะบอกได้มั้ยคะว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในสังคมเราแล้ว และเราอายไม่เป็นกันแล้วหรือคะ ?
นอกจากนี้ถ้าความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยไม่ได้รับความสนใจจะแก้ไข ก็จะมีแนวโน้มเกิดเป็นความเคยชินและเกิดการปรับตัวของคนในสังคมเข้าสู่มาตรฐานใหม่..น่ากลัวจริงๆเลยนะคะ
คงต้องช่วยๆกัน ใครเกี่ยวข้องตรงไหนก็ช่วยๆกันไปนะคะ เพราะเราต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องราวไม่มากก็น้อยเสมอ
ขอบคุณมากค่ะที่เขียนเรื่องนี้ ^ ^
สวัสดีครับ /// ผมเข้าใจว่าตอนนี้สังคมไทย โดยเพาะในกลุ่มวัยรุ่นดูจะอดทนน้อยลง ..โมโหง่าย และแสดงพฤติกรรมโกรธอย่างก้าวร้าวและรุนแรง /// เหตุการณ์เช่นนี้เป็นชะตากรรมของสังคมที่น่าตกใจ แต่ก็น่าตกใจทบทวีเมื่อรับรู้ว่า หลายคนมองเป็นเรื่อง “ธรรมดา ๆ” หรือปกติวิสัยที่พบเจอทั่วไปบนท้องถนน …/// … มนุษย์เป็นสัตว์สังคม และหลายคนเข้าใจว่ามนุษย์คือเสรีภาพ จึงกล้าที่จะแสดงตัวตนของตนเองในทุกสถานที่โดยปราศจากการคำนึงถึงเรื่อง “กาลเทศะ “ …/// …
สวัสดีค่ะ
ถ้าตราบใด คนไทย
ยังไม่หมดหวัง
มองว่าเรื่องนี้ ไม่ธรรมดา
มันก็คงไม่ธรรมดาไปได้ หรอกค่ะ
ปุจฉา ต่อเรื่องนี้ ถึงควรขจรขจายไงคะ
สวัสดีค่ะคุณ kati พออ่านแล้วชวนคิดไปอีก 2-3 เรื่องค่ะ เรื่องแรกคือ อะไรทำให้คนไม่รู้จักกัน เอาน้ำร้อนสาดหน้ากันหรือหมั่นไส้กันสุดขีดถึงขนาดฆ่ากันแค่ปรายตามาชำเรืองกัน(ไม่รวมกรณีจ้างวานนะคะ) อะไรทำให้อยู่ๆ ก็มีร้านเกมส์ 24 ชั่วโมง โต๊ะสนุกเกอร์ แข่งมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งมีรถขนดินใช้เส้นทางในหมู่บ้านเพื่อลำเลียงดินสร้างบ้านของเอกชน มาอยู่ในหมู่บ้านของเรา โดยที่ชุมชนจัดการอะไรไม่ได้(กำลังเป็นประเด็นในหมู่บ้าน) รวมถึงตอนนี้ในระดับประเทศข่าวหนูเข็มแย่งพี่หนุ่ม กับน้องเมย์ นั้นพี่ๆ สื่อมวลชนให้พื้นที่นำเสนอข่าว พอๆกับข่าวสืบสานปณิธานธรรมของหลวงพ่อปัญญา
คิดถึงคำของอาจารย์สุริชัย หวันแก้ว ที่พูดเรื่อง สังคมแห่งการเจริญสติ ว่าเราคงต้องใช้ชีวิตแบบเจริญสติมากๆในเรื่องที่เกิดขึ้นกับสังคมแล้วเราถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม (โดยเฉพาะในยุคที่มีคนเข้ามายุ่งกับจักแร้ของเรา ว่าขาวหรือดำ เฮอะๆๆๆๆ) ส่วนเรื่องของเราเองนะ ตอนนี้อาจกลายเป็นว่าเรื่องอบายมุขหน้าหมู่บ้าน น่าจะเป็นปัจจัยให้เกิดการรวมตัวของคนในชุมชนซึ่งเคยต่างคนต่างอยู่มาร่วมหาทางออกว่า ชุมชนจะพึ่งตนเองในการจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพราะ "ใคร" จะมารู้ปัญหาชุมชนของเราเท่าตัวเราเอง นี่อาจเป็นทางออกที่ดีแห่งยุคสมัยก็ได้เนาะ
สมัยนี้ความรุนแรงมีทุกอณูไปแล้ว
แม้นกระทั่งภายในบ้าน ซึ่งถือเป็นแหล่งอบรมตั้งแต่เกิด ยังพบเห็นการกระทำรุนแรง แล้วนับประสาอะไรกับสังคมภายนอกจะไปเหลืออะไร