หมอบ้านนอกไปนอก(3):เด็กสวรรค์

พ่อบอกผมว่าพ่อตัดสินใจให้เรียนแล้ว ก็ขอให้ลูกตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ให้กังวลเรื่องเดียวคือเรื่องเรียน เรื่องเงินเรื่องทองที่จะใช้ในการเรียนเป็นหน้าที่ของพ่อกับแม่ ลูกไม่ต้องกังวล

(3):เด็กสวรรค์

หลังจากผมเรียนจบชั้นปอหกผมก็ต้องผ่านการชี้ชะตาชีวิตอนาคตอีกครั้งหนึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ของพ่อจ๊อดที่ตัดสินใจให้ผมเรียนต่อชั้นมัธยมแทนที่จะให้ผมออกจากโรงเรียนไปช่วยทำไร่ผมเล่าให้ลูกๆฟังว่าถ้าตอนนั้นปู่ไม่ให้พ่อเรียนต่อตอนนี้พ่อก็คงเป็นชาวไร่หรือไอ้หนุ่มรถไถหรืออาจไปรับจ้างทำงานในโรงงงานที่กรุงเทพฯคงไม่ได้เจอกับแม่เขา (น้องเอ้) และก็ไม่มีแคน ขิม ขลุ่ยออกมา ตอนพ่อตัดสินใจให้ผมเรียนต่อชั้นมัธยมพ่อบอกผมว่าพ่อตัดสินใจให้เรียนแล้วก็ขอให้ลูกตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ให้กังวลเรื่องเดียวคือเรื่องเรียนเรื่องเงินเรื่องทองที่จะใช้ในการเรียนเป็นหน้าที่ของพ่อกับแม่ลูกไม่ต้องกังวลแม้พ่อจะไม่ยากจนแต่ก็จะไม่ยอมให้ลูกออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะพ่อไม่มีเงินให้

สมัยนั้นถ้าจะเรียนต่อชั้นมัธยมแถวบ้านผมจะไปเรียนกันสองที่คือที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยาที่อยู่ที่ตัวอำเภอห่างจากบ้านประมาณ 9กิโลเมตร ต้องนั่งรถยนต์สองแถวไป เสียค่าโดยสารไปกลับ 10บาท แต่จะมีรถเหมาสำหรับนักเรียนเสียเดือนละ 150บาท ซึ่งดูไม่มากแต่สำหรับครอบครัวเราแล้วถือว่ามากเพราะเดือนๆหนึ่งพ่อแม่ใช้เงินไม่ถึงร้อยบาทกับอีกโรงเรียนหนึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีถึงแค่มอสามคือโรงเรียนท่าชัยวิทยาห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตร ปั่นจักรยานไปเรียนได้เป็นโรงเรียนเล็กกว่าและอยู่ที่อำเภอศรีสัชนาลัยผมขอไปเรียนในตัวอำเภอคือที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยาซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโรงเรียนหนึ่ง

ตอนไปสมัครเรียนแม้คะแนนตอนจบปอหกผมจะสูง แต่ก็เกรงว่าจะเรียนสู้เด็กในเมืองเขาไม่ได้เพื่อนๆที่จบบ้านป่ากุมเกาะด้วยกันต่างก็เลือกเรียนแผนสองไม่มีใครเรียนแผนหนึ่งซึ่งเป็นสายวิทยาศาสตร์เลยผมก็เลยเลือกเรียนแผนสองไปด้วย

ผมได้รับคัดเลือกเข้าเรียนชั้นมอหนึ่งในแผนสองได้เรียนอยู่ห้องมอหนึ่งทับสี่มีอาจารย์ประจำชั้นคืออาจารย์กัญญารัตน์ คำพิชัย อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ใจดีมาก อาจารย์ยิ้มน่ารักมากผมอยู่ในห้องเรียนจะถูกเพื่อนล้อเลียนเนื่องจากผมพูดสำเนียงเพี้ยนไปจากภาษากลางเพิ่งหัดพูดสำเนียงกลาง(บ้านผมเรียกว่าพูดคล้าย) เช่นมีด พูดว่ามิดหรือไร่ พูดว่าไร้ หรือเสือก็เรียกเป็นเสื่อ ถ้าเสื่อจะพูดเป็นเสือเป็นต้น กว่าจะพูดคล้ายแบบกลางได้ก็เกือบทั้งปี ชั้นมอหนึ่งผมได้เรียนร่วมกับคุณหมอสุวิชัย สุทธิมณีรัตน์ หรือหมอแป๊ะผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากคนปัจจุบันพอสิ้นปีเกรดเฉลี่ยของผมออกมาได้ 3.91สูงเป็นอันดับหนึ่งของชั้นมอหนึ่งเท่ากับปิยลักษณ์ เชื้อผู้ดีที่อยู่ห้องสองซึ่งเป็นห้องคิงส์ของสายวิทย์อาจารย์แนะแนวก็เรียกผมไปถามว่า ทำไมเรียนเก่งแล้วมาเรียนสายศิลป์ผมก็เล่าให้ฟังว่ากลัวเรียนสู้เด็กในเมืองไม่ได้อาจารย์ก็ชวนให้ย้ายไปอยู่สายวิทย์ ผมก็ย้ายไปทำให้ได้เรียนร่วมชั้นกับหมอสุวิชัยแค่ปีเดียว ตอนอยู่ชั้นมอหนึ่งนี่ที่บ้านก็มีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรก ตื่นเต้นกันมากทั้งหมู่บ้านมีโทรทัศน์อยู่เครื่องเดียวจะไปนั่งดูกันเหมือนดูหนังกลางแปลงเลย ผมเคยไปดูเหมือนกันตอนนั้นเรื่องเหยี่ยวถลาลม กำลังดังพ่อผมเคยไปตามแล้วให้กลับบ้านแล้วบอกว่าจะตั้งใจเรียนไม่ใช่เหรอแล้วมามัวดูหนังดูละครได้อย่างไร ผมก็เลยได้คิดและก็ไม่ดูตั้งแต่นั้นจนติดนิสัยไม่ค่อยดูทีวีมาจนเดี๋ยวนี้ พ่อผมสอนหลายเรื่องที่เน้นอีกเรื่องก็คือเรื่องการพนันที่พ่อห้ามเด็ดขาด อย่างเล่นไพ่นี่เคยลองเล่นตอนเด็กๆ แล้วพ่อเรียกไปว่าผมก็เลยเล่นไพ่ไม่เป็นแลย

ผมย้ายมาอยู่สายวิทย์ได้อยู่มอสองทับสอง ห้องคิงส์ มีอาจารย์พรทิพย์น้อยวงศ์ เป็นอาจารย์ประจำชั้น อาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ห้องสองจะมีเด็กในตลาดซึ่งเป็นลูกคนไทยเชื้อสายจีนเยอะต่างจากห้องมอหนึ่งทับสองที่มีเด็กรอบนอกอำเภอเยอะกว่าจบมอสองผมได้เกรดเฉลี่ย 3.94มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อจรัญ สวรรค์ภัณฑากร ได้ 4.00ในเทอมที่สองแต่เกรดเฉลี่ยสองเทอมผมยังคงเป็นที่หนึ่งของระดับชั้นอยู่

พอขึ้นชั้นมอสามมีการปรับห้องกันใหม่ตามเกรดเฉลี่ยส่วนใหญ่เพื่อนสองทับสองได้ย้ายมาอยู่สามทับหนึ่งกันเยอะแต่ก็มีจากสองทับหนึ่งมารวมด้วยอีกอาจารย์ประจำชั้นชื่ออาจารย์ศิริพร บุญชนาวินสอนวิชาสังคมศึกษาเรื่องโลกของเรา ผมเรียนสนุกมากผมไปเชียงใหม่ครั้งแรกตอนมอสาม ไปสอบแข่งขันคณิตศาสตร์โดยอาจารย์สุวกุล พาไป เราเรียนคณิตศาสตร์กันหนักมาก แต่พอนั่งรถบัสไปก็เมารถกันเกือบทั้งคณะ ผมสอบออกมาก็ไม่ติดอันดับต้นๆของภาคเลยผมจบชั้นมอสามเป็นที่หนึ่งในระดับชั้นด้วยคะแนน 3.97มีเพื่อนๆและอาจารย์หลายคนมาถามว่าเรียนเก่งอย่างนี้จะย้ายไปเรียนที่เตรียมอุดมหรือสวนกุหลาบหรือมงฟอร์ตหรือเปล่าผมก็ตอบว่าเปล่าด้วยเหตุผลสองอย่างคือไม่มีเงินไปเรียนไกลๆและอันที่สองคือผมคิดว่าถ้าจะเก่งอยู่ที่ไหนก็เก่งได้และผมคิดว่าอยู่บ้านนอกเป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางราชสีห์ก่อนผมไปเบลเยียม 1 สัปดาห์ได้ไปหาอาจารย์ศิริพรหรืออาจารย์ต้อยท่านได้ให้จตุคามรามเทพมา 1 องค์ด้วย

ผมเรียนชั้นมอสี่ต่อที่เดิมมีเพื่อนไม่กี่คนที่ไปเรียนในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ส่วนจรัญไปเรียนที่นครสวรรค์ ผมและเพื่อนๆได้อยู่ห้องสี่ทับหนึ่งมีเพื่อนๆจากโรงเรียนมัธยมอื่นๆในจังหวัดมาเรียนร่วมด้วยและทำให้ผมได้เพื่อนร่วมก๊วนที่สนิทกันมากเพราะมาจากครอบครัวยากจนเหมือนกันคือพิษณุแก้วนัยจิตรที่เคยเรียนด้วยกันสมัยประถมมาจากท่าชัยวิทยา(ตอนนี้เป็นอาจารย์ที่สถาบันพลศึกษาสุโขทัย กำลังเรียนต่อปริญญาเอก) สมชาย เขียวริดมาจากหนองปลาหมอวิทยาคม(ตอนนีเป็นเทคนิคการแพทย์ที่โรงพยาบาลสุโขทัย)ศักดา ชูกลิ่นจากสวรรค์อนันต์เหมือนกัน(ตอนนี้เป็นพนักงานของการบินไทย)และมานพ แสนเขียววงศ์ จากศรีสัชนาลัยจำไม่ได้แล้วจากโรงเรียนอะไร(ตอนนี้ทำงานอยู่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์สาขาสวรรคโลก) พวกเราทั้งห้าคนจะห่อข้าวไปกินกลางวันด้วยกันทุกวันวันไหนใครลืมเอาช้อนมาเราจะเวียนช้อนร่วมกันทั้งวงทำให้พวกเรารักและผูกพันกันมาก และพอมีงานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่เราก็จะไปกันเสมอๆ เทอมแรกผมพักอยู่บ้านที่ป่ากุมเกาะแต่เทอมสองผมได้มาพักบ้านอาจารย์สมใจ กสิกิจ (บ้านตาไม้ ยายคิ้มใจปัจจุบันเสียชีวิตแล้วทั้งสองท่าน) ซึ่งผมมีศักดิ์เป็นหลานทำให้ผมประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยผมปั่นจักรยานไปเรียนไปกลับรวมวันละ 8กิโลเมตร ทำให้ขาแข็งแรงมาก เวลาเล่นกีฬาจะวิ่งได้ดีมากอาจารย์ประจำชั้นสมัยมอสี่ทับหนึ่งคืออาจารย์เกศกนกศรีทรงวุฒิ สอนวิชาคณิตศาสตร์ ผมได้เกรดเฉลี่ย 4.00ตอนจบชั้นมอสี่ ช่วงปิดเทอมกลาง ผมไปช่วยพ่อแม่ทำงานที่ไร่กลางคืนก็อ่านหนังสือโดยใช้ตะเกียง แสงสว่างไม่พอ พอเปิดเทอมสองผมก็มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น ต้องใส่แว่นตาช่วงมอสี่นี้คนที่เรียนเก่งคู่คี่กันมาก็มีผมเอ็มหรือภูมิธร  อรัญญาเกษมสุข (จบแพทย์ศิริราชปัจจุบันเป็นหมอโรคผิวหนังอยู่ที่กรุงเทพฯ )และต้นหรือธงชัยสุมิตสวรรค์ (จบแพทย์ มศว. รุ่นที่สามปัจจุบันเป็นอายุรแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีสังวร สุโขทัย)สองคนนี่เล่นบาสเก็ตบอลเก่งด้วย ตอนปิดเทอมกลางผมไปนอนไร่กับพ่อพ่อได้สอนผมหลายๆอย่างโดยพ่อได้ให้ผมปฏิบัติให้ได้สองอย่างคือจงเป็นดั่งเกลือรักษาความเค็มและ ต้นตรงปลายตรงซึ่งผมก็จำและนำมาปฏิบัติจนทุกวันนี้

ขึ้นชั้นมอห้าก็เรียนอยู่ห้าทับหนึ่ง มีอาจารย์ทวีป เหล็กขำเป็นอาจารย์ประจำชั้น สอนวิชาคณิตศาสตร์และเป็นอาจารย์ฝึก ร.ด. ด้วยผมก็สมัครเรียน ร.ด.ด้วย ผมจบชั้นมอห้าด้วยเกรดเฉลี่ย 3.97พลาดเอไปวิชาหนึ่งคือพลศึกษาเพื่อนๆหลายคนสมัครสอบเทียบได้กันหลายคน รวมทั้งภูมิธรสอบเทียบได้และสอบเอนทรานส์ติดคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลก็เลยออกไปเรียนแพทย์ก่อนคนอื่นๆ

ชั้นมอหกอยู่หกทับหนึ่ง มีการปรับเปลี่ยนเพื่อนๆในห้องทุกปี ตามเกรดเฉลี่ยมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อพิชิต ประพันธ์ศิริหรือกล้าได้อยู่ทั้งสี่ทับหนึ่ง ห้าทับสองและหกทับสามซึ่งเป็นสายวิทย์ทั้งสามห้องทำให้กล้ามีเพื่อนร่วมห้องที่เป็นสายวิทย์ครบทุกคนจึงเป็นผู้กว้างขวางที่คอยประสานเพื่อนๆได้มากตอนนี้ก็เป็นหัวเรียวหัวแรงหลักในการประสานเพื่อนๆมาเจอกันในช่วงสำคัญๆเช่นปีใหม่สงกรานต์ ตอนนี้กล้าเป็นรองผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาสวรรคโลกเป็นคนที่มีน้ำใจมาก อาจารย์ประจำชั้นคืออาจารย์ศรัณยาเรืองวาณิชยกุล สอนวิชาภาษาอังกฤษมอหกเป็นช่วงเวลาสำคัญเพราะจะต้องเตรียมตัวสอบโควตาและเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยการเรียนจะดูจริงจังและหนักมาก แต่สำหรับผมแล้วผมเรียนและอ่านหนังสือมากสม่ำเสมอมาตลอด พอจบมอห้าผมก็อ่านหนังสือเองโดยไม่เรียนพิเศษจนจบของมอหกไปแล้วอยู่มอห้าผมลองสอบพรีโควตา ผลได้อันดับสี่ของจังหวัดก่อนสอบโควตาผมก็จะช่วยติวให้เพื่อนๆในห้องก่อนสอบจริงจะมีการจัดสอบของชมรมบัณฑิตแนะแนวเรียกว่า Pretestผมสอบได้อันดับสองของภาคเหนือ อันดับหนึ่งคือเขี้ยวหรือศิริพงษ์เชี่ยวชาญธนกิจ (ปัจจุบันเป็นอาจารย์แพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่เชียงใหม่)อันดับสามคือตุ๊กตาหรือสุนิสา สินธุวงศ์(ปัจจุบันเป็นหมอตาที่โรงพยาบาลวัดไร่ขิง)และสอบอีกรายการหนึ่งเรียกว่าสอบPre-Entranceคราวนี้ผมสอบได้อันดับสามของภาคเหนือสลับกับตุ๊กตาที่ได้อันดับสองส่วนอันดับหนึ่งเขี้ยวยังครอบครองอยู่อย่างเหนียวแน่นตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยผมสอบติดแพทย์สองแห่งคือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(เรียนที่วชิรพยาบาล)ผมเลือกเรียนที่เชียงใหม่เพราะชินกับชีวิตต่างจังหวัดพอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็เลยอ่านหนังสือน้อยลงตอนจบมอหกเกรดเฉลี่ยเลยตกไปหน่อยเหลือแค่ 3.88เท่านั้น

ตอนเรียนที่สวรรค์อนันต์ผมโชคดีที่มีอาจารย์ให้ความเอ็นดูช่วยเหลือเยอะมากโดยเฉพาะอาจารย์ 3ท่านคืออาจารย์นิโลบล ศรีสุโขที่คอยช่วยเหลืออบรมสั่งสอนผมมาตั้งแต่ชั้นมอหนึ่งนอกจากสอนหนังสือเรียนแล้ว อาจารย์ยังสอนถึงการปฏิบัติตนการดำเนินชีวิตในทางที่ดีและช่วยซื้อหนังสือคู่มือให้ผมด้วยและเน้นมากเรื่องความกตัญญูกตเวทีอาจารย์พาผมไปแข่งขันตอบปัญหาการบินไทยไขจักวาลสองปีแต่ไมได้เข้ารอบสุดท้าย อาจารย์เปรียบเหมือนแม่อีกคนหนึ่งของผมก่อนผมมาเบลเยียมผมได้ไปบรรยายKMให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัยเขต1 ได้พบว่าอาจารย์มานั่งฟังผมด้วยพร้อมขนมฝากหลานๆอีกถุงใหญ่สัปดาห์ถัดไปผมกลับไปบ้านที่สุโขทัยเพื่อลาญาติๆและได้ไปหาอาจารย์ที่บ้านแต่อาจารย์ไม่อยู่ตอนอาจารย์สอนหนังสือผมที่สวรรค์อนันต์ อาจารย์สอนวิชาสังคมศึกษาตอนหลังอาจารย์ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมอาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์นักเรียนของอาจารย์ทำโครงงานประดิษฐ์ได้รับรางวัลหลายรางวัลอาจารย์นิโลต์บลหรือครูพริ้มเป็นครูที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ลูกศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าเสมอมา

ท่านต่อไปคืออาจารย์ศรัณยาเรืองวาณิชยกุล เป็นอาจารย์ประจำชั้น เป็นอาจารย์ภาษาอังกฤษและเป็นผู้ที่ช่วยค้ำประกันผมตอนเข้าเรียนแพทย์ อาจารย์ใจดีมากคอยช่วยเหลืออบรมสั่งสอนผมในเรื่องต่างๆมากมายประมาณสองสัปดาห์ก่อนมาเบลเยียม ผมไปกราบอาจารย์อาจารย์พูดกับผมประโยคหนึ่งที่เป็นเหมือนพลังที่ช่วยให้ผมยืนหยัดในการทำความดีก็คือ“ครูภูมิใจในตัวหมอ ไม่ใช่เพราะหมอเป็นหมอแต่เพราะหมอทำเพื่อคนอื่นอยู่ตลอดเวลาทั้งคนในครอบครัว ญาติพี่น้องคนรอบข้างและประชาชน”

อีกท่านคือน้าจิ๋มหรืออาจารย์สมใจกสิกิจ ท่านเป็นทั้งน้าและครูของผมตอนที่ผมไปอยู่ด้วยที่บ้าน ผมไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย อาหารการกินความเป็นอยู่น้าจิ๋มดูแลให้ทั้งหมด ผมก็ช่วยได้แค่การทำงานบ้านล้างจานสูบน้ำ ถูบ้านเท่านั้น อาจารย์ทั้งสามท่านช่วยอบรมดูแลผมเป็นอย่างมากมากกว่าบทบาทของอาจารย์ที่สอนลูกศิษย์ตามปกติแต่เป็นเหมือนแม่ที่คอยดูลูกมากกว่า

ตอนอยู่ที่สวรรค์อนันต์วิทยาผมได้รับเกียรติบัตรเรียนดีทุกปี ผมก็ภาคภูมิใจตัวเองมากเป็นที่หนึ่งจนรู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้ที่หนึ่งคงทนไม่ได้ ทำให้เครียดเรียนหนัก เพราะกลัวจะแพ้คนอื่น กลายเป็นความทุกข์ของคนเรียนเก่งซึ่งสุขเฉพาะตอนเกรดออก แต่เครียดตลอดเวลาตอนเรียนพอผมเข้าเรียนแพทย์ในปีแรกเทอมสอง ผมก็สามารถปล่อยวางเรื่องเกรดได้และใช้ชีวิตเรียนรู้สิ่งต่างๆในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมากมายและมีความสุข

ช่วงมอสี่เทอมปลายที่มาอยู่ที่บ้านอาจารย์สมใจทำให้ผมได้พบกับหมอสุวิชัยหรือแป๊ะอีกครั้งหนึ่งเพราะบ้านอยู่ติดกันสุวิชัยหยุดเรียนไปหนึ่งปี พอผมขึ้นชั้นมอห้าสุวิชัยก็เข้าเรียนชั้นมอสี่ จึงเรียนตามหลังผมหนึ่งปีหนังสือเรียนจึงใช้ของผมได้เลยกลางคืนจะมาอ่านหนังสือด้วยกันและก็นอนด้วยกันมาตลอดใช้หนังสือเรียนและคู่มือด้วยกันมาแยกกันตอนผมจบชั้นมอหกและหลังจากนั้นสุวิชัยก็สอบไปเรียนวิศวะจุฬาได้ก็ห่างกันไป ไม่ได้เจอกันนาน จนเมื่อปี 2548สุวิชัยมาเรียนแพทย์ธรรมศาสตร์อยู่ปี 6ผมก็ชวนมาทำงานใช้ทุนที่ตากและก็มาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากต่อจากผมอาจจะคล้ายๆกับตอนที่เขารับช่วงเอกสารตำราเรียนต่อจากผมแล้วเขาก็ทำได้ดี

เขียนเพลินมาจนจะเที่ยงคืนอีกแล้วเวลาที่เมืองไทยคงประมาณ ตีสี่ห้าสิบนาทีวันนี้ไม่สามารถใช้ Skipeคุยกับแฟนและลูกๆได้ ก็คิดถึงมากเหมือนกันแต่ก็พยายามทำใจและใช้การส่งอีเมล์ไปแทนพรุ่งนี้จะต้องไปร่วมกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์กับเพื่อนๆร่วมชั้นเรียนที่เมืองชายทะเลต้องรีบนอนก่อน จะได้ไม่ง่วงในวันพรุ่งนี้ จบท้ายด้วยเพลงปลุกใจตัวเอง“ฉันจะบิน บินไป ไกลแสนไกล ไม่หวั่น ภูเขา จะสูง หรือทางจะชันไม่หวั่นไม่ไหว ฉันจะบินไปหา สุดฟ้า ก็คงต้องไป เก็บร้อยความฝันที่วางเรียงราย ให้กลายมาเป็นความจริง”

พิเชฐ บัญญัติ

23.55น. (4.55 น. เมืองไทย) วันที่ 11 กันยายน2550

Verbrondstraat52, Antwerp Belgium 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หมอบ้านนอกไปนอก



ความเห็น (22)

เขียนเมื่อ 

นกได้อ่านต่อถึงตรงนี้ใช่เลยเป็นรุ่นพี่จริง ๆ ดีใจที่มีพี่เก่งมาก นกก็เป็นคนหนึ่งที่อาจารย์อาจารย์นิโลบล ศรีสุโข รักคะและไม่เคยลืมอาจารย์ท่านนี้เลย ตอนที่พี่จบไปนะอาจารย์เขาจะสอนและให้ดูแบบอย่าง อาจารย์ศรัณยา เรืองวาณิชยกุล บ้านอาจารย์อยู่ในตลาดเจอบ่อยและอาจารย์ก็พูดถึงพี่ให้น้อง ๆ ฟังมากเลย อาจารย์ท่านก็อายุมากว่าง ๆ พี่แวะไปเยี่ยมอาจารย์ท่านบ้างนะคะ ดีใจที่จังหวัดสุโขทัยมีช้างเผือก งาดี

เขียนเมื่อ 
ดีใจที่น้องโรงเรียนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นครับ ผมไปเยี่ยมอาจารยษทั้งสองท่านมาแล้ว ก่อนเดินทางไปเบลเยียมครับ ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับสวรรค์อนันต์จะเขียนเล่าต่อด้วยก็ได้นะครับ
เขียนเมื่อ 

นกก็คิดถึงอาจารย์เขาแต่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลยคะ

หมอจิ้น
IP: xxx.24.150.197
เขียนเมื่อ 
อยากให้คุณหมอ บันทึกเรื่องราว แบบนี้ ไปอีกหลาย ๆ ตอน ครับ
หมอจิ้น
IP: xxx.24.150.197
เขียนเมื่อ 
เรื่องราวแบบนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจของ น้อง ๆ อีกหลาย ๆคน ให้มีกำลังใจที่จะเดินตาม

สวัสดีค่ะ

  ปรบมืออยู่ในใจ กับความสำเร็จของคุณหมอ ทุกขั้นตอน เส้นทางอันอบอุ่น จากคนรอบด้าน หาไม่ได้ง่ายเลยในโลกนี้

เขียนเมื่อ 

สัญญาว่าจะหาเวลาว่างเล่าสู่กันฟังไปเรื่อยๆครับ พรุ่งนี้จะเริ่มเรียนแล้ว อาจจะห่างไปบ้าง แต่จะไม่หายไปเลยครับ ขอบคุณคุณหมอจิ้น น้องนกและคุณตันติราพันธ์ ที่เข้ามากระตุ้นความอยากเขียน ทำให้เขียนออกมาได้มากครับ

นัดดา
IP: xxx.26.239.15
เขียนเมื่อ 

เคยไปเป็น extern ที่รพ.สตม ราวน์กับพี่แป๊ะช่วงหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเพื่อนกับคุณหมอ Phichet ตอนนั้นพี่แป๊ะ plan จะแต่งงาน จนบัดนี้ยังไม่ได้รับการ์ดเชิญเลย สงสัยจะลืม ...

เขียนเมื่อ 

ตอนนี้หมอเขาแต่งงานและมีลูกหนึ่งคนแล้วครับ

จรัญ สวรรค์ภัณฑากร
IP: xxx.57.148.131
เขียนเมื่อ 

เฮ้ยว่าไงวะเพื่อน

ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจะได้คุยกับนายอีกทางเน็ต สบายดีใช่มั้ยไอ้เพื่อนรัก เราไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะ หน้าตายังเหมือนเดิมเลยนี่ อ่านบทความที่นายเขียนแล้วนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ มันสนุกดีนะ เป็นคุณหมอสมใจเลย ดีใจด้วยนะเพื่อนรัก

ส่วนเราตอนนี้อยู่บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัด เป็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมว่ะ การทำงานก็มั่นคงดี

เจอเพื่อนๆกันบ้างมั้ย อยากเจอจังเลย

แล้วคุยกันใหม่นะเพื่อน ง่วงนอนแล้ว

เออ มือถือเรา 081-9021305

รัก  จรัญ

อุอุอุ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

= =

เขียนเหมือนจดหมายเลยง่ะ

(รัก จรัญ)

อืมบันทึก IP ด้วย

น่ากลัว

kk
IP: xxx.67.126.28
เขียนเมื่อ 

ได้อ่านบทความของคุณหมอรู้สึกดีมาก อ่านไปอ่านมาสะดุดชื่อเพื่อนคุณหมอ ศักดา ชูกลิ่น ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าสมัยอยู่โคราช ฝากอวยพรวันเกิด วันที่ 17 พ.ย.ที่ใกล้จะถึงด้วยขอให้มีความสุขมาก ๆ

การะเวก สุดเทศ
IP: xxx.120.13.196
เขียนเมื่อ 

ผมเป็นลูกศิษย์อาจารย์นิโลบลเช่นกันตอนนี้ผมประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจส่วนตัวพอประมาณ เป็นเอเย่นต์ขายส่งสินค้าซึ่งผมจบ ม.6สวรรค์อนันต์ ปี30 อาจารย์เป็นครูที่ปรึกษา ผมสอบเข้า มศว.ได้แต่ขาดทุนทรัพย์ในการเรียน แต่ปัจจุบันจบจากจันเกษมแล้วครับ อาจารย์เป็นที่รักของศิษย์คนนี้มากๆ (0899204387)การะเวก.....

สวัสดีครับ

อ่านแล้วคิดถึงคำสอนที่ว่า

"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น"

ไม่มีอะไรเกินความตั้งใจของมนุษย์ ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ...

ที่เบลเยี่ยมอากาศเป็นอย่างไรบ้างครับ

มีโอกาสคุณหมอก็ลงมาเที่ยวฝรั่งเศสนะครับ

http://gotoknow.org/blog/provence

หมอพิเชฐ
IP: xxx.123.234.117
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ผมกลับมาอยู๋เมืองไทยได้ 4 เดือนแล้วครับ ก่อนกลับได้ไปเที่ยวตอนใต้ของฝรั่งเศส แต่มีเวลาเที่ยวไม่มาก เอาไว้ถ้ามีดอกาสจะไปใหม่ ขอบคุณมากครับ

หมอพิเชฐ
IP: xxx.123.234.117
เขียนเมื่อ 

วันนี้ช่วงบ่ายได้ไปที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์มา ตามคำเชิญของคณะอาจารย์ชั้น ม. 6 ให้ไปลเประสบการณ์ชีวิต ให้กับน้องๆชั้น ม. 6 ฟัง เกือบสองชั่วโมง

ได้พบอาจารย์หลายท่าน ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของโรงพยาบาลหลายๆอย่าง พร้อมๆกับความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนรุ่นใหม่ๆ ขอบพระคุณอาจารย์ศรัณยา อาจารย์สมใจ อาจารย์เอนก อาจารย์ทวีปและอีกหลายๆท่าน ที่ได้ให้ผมไปพบน้องๆในวันนี้ครับ

แม้วัยของอาจารย์แต่ละท่านจะเปลี่ยนไป แต่แววตาแห่งความรักความห่วงใยต่อลูกศิษย์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อบอุ่นมากๆครับ

น้องน้ำฝน
IP: xxx.7.139.215
เขียนเมื่อ 

ยินดีที่ได้เป็นรุ่นน้องของพี่ค่ะ ตอนนี้อยู่ม.6 แล้ว

Sakdavudh Kasikij
IP: xxx.49.12.225
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ ผมอ่านเรื่องราวที่พี่เล่าแล้วผมได้ข้อคิดหลายๆอย่าง ที่ชัดที่สุดคือความพยายามและตั้งใจมันจะออกผลช้าๆและมีรสขมแต่ผลสุกของมันรสหวานจะอยู่กับเราตลอดไป ซึ่งสิ่งนี้ผมไม่มี และมันมีมากๆในตัวหมอแป๊ะ เพราะตลอดหนึ่งปีที่หมอแป๊ะหยุดเรียน ผมรับรู้ว่าหมอแป๊ะลำบาก และทำงานหนัก ทุกวันนี้เวลากลับบ้านและมีโอกาสได้พบหมอแป๊ะสิ่งนึงที่ผมรับรู้ได้คือหมอแป๊ะยังสมถะเหมือนเดิม และผมก็ยินดีในผลของความพยายามและตั้งใจจริงของหมอแป๊ะ และพี่ และมีอีกสิ่งนึงที่ผมไม่รู้เลยเกี่ยวกับตัวพี่คือพี่เขียนเรื่องที่น่าอ่านมาก ภาพเก่าๆที่มันซุกอยู่ในซอกความทรงจำเลอะๆของผมก็กลับมาฉายภาพให้เห็น และทำให้ผมภูมิใจครับที่อย่างน้อยในห้องที่เคยมีหมอพิเชษฐ์ และหมอแป๊ะกำลังหลับคาหนังสือฟิสิกส์อยู่ ก็ยังมีผมคอยตบยุงให้ ดีใจที่รู้จักพี่ครับ

ปืน

เขียนเมื่อ 

สวัสดีน้องปืน

เราไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะ เพราะเรากลับบ้านไม่ตรงกันเลย ดีใจที่น้องเขียนมาและก็ฝากความคิดถึงห่วงใยให้ด้วยครับ ตอนนนี้หมอแป๊ะไปเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางที่กรุงเทพฯแล้ว เรียนที่รพ.พระมงกุฎ ลองติดเต่อกันดูนะครับ เพราะพี่คิดว่าปืนคงอยู่ที่กรุงเทพฯ

พี่ลองกลับมาอ่านบทความที่เขียนไว้อีกครั้ง ก้ไม่รู้เหมือนกันว่าเขียนได้ยังไง ตอนที่อยู่เบลเยียมอาจจะเหงามากจนหวนระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆได้ง่าย

คงได้เจอกันที่สวรรคโลกครับ

พี่พิเชฐ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องน้ำฝน

ส่งกำลังใจมาให้สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ตามที่หวังนะครับ

Pitoon Tothom
IP: xxx.121.183.57
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ เพื่อน พิเชฐ /จรัญ ยินดีกับเพื่อนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและอาชีพการงาน อ่านเรื่องที่เชฐเขียนแล้วคิดบรรยากาศสมัยเรียน เวลาชีวิตเดินเร็วและสม่ำเสมอมาก คิดถึงเพื่อนทุกคน ฑูรย์

เขียนเมื่อ 

สวัสดีฑูรย์

สัปดาห์ก่อนเพิ่งคุยกับพี่คนหนึ่งที่ตาก เป็นญาติของฑูรย์ ยังถามถึงกันอยู่ ดีใจที่เพื่อนเข้ามาเขียนครับ ถ้าเพื่อนๆช่วยมาเล่าเรื่องราวความประทับใจของเด็กสวรรค์อนันต์ด้วยก็ดีครับ

หมายเลขบันทึก

127597

เขียน

13 Sep 2007 @ 12:57
()

แก้ไข

07 Feb 2019 @ 16:54
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 22, อ่าน: คลิก