ความพอดี พอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันเป็นความจำเป็นของสังคมที่จะเลือกใช้สวัสดิการแบบใด หรือไม่มีทางเลือก?

ผมทบทวนวิถีการดำเนินชีวิตในแต่ละวันพบว่า แต่ละคนเป็นผู้จัดสวัสดิการให้กับตนเองมากที่สุด ลองลงมาคือครอบครัว

ที่เหลือใน3ส่วนคือ รัฐ ตลาด และชุมชน

การจัดสวัสดิการคือการดูแลรักษาตัวเองในเรื่องการเป็นอยู่ทั้งหมด   เพื่อความอยู่รอด เป็นสุข จนกระทั่งถึงเหนือความสุขหรือนิพพาน

ผมเห็นด้วยกับอ.ปัทมาวดีว่าส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นรัฐกับตลาดที่เน้นเรื่องปากท้องซึ่งมีความสำคัญ
เพราะความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ทำให้การพึ่งพากันเองในชุมชนด้วยความจำเป็นทั้งเรื่องปากท้องและความอยู่เย็นเป็นสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีความจำเป็นน้อยลง

ที่ทางส่วนใหญ่อยู่ที่รัฐกับตลาด
รัฐเป็นตัวแทนในการจัดสวัสดิการให้กับประชาชน
ตลาด(เอกชน)เป็นผู้จัดสวัสดิการด้วยความสมยอมของบุคคล

โดยที่
ชุมชนยังคงเป็นกลไกในส่วนที่มีความเป็นชุมชน โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ

ผมนำข้อมูลที่มีอยู่มาจัดกลุ่มลงตารางเพื่อเป็นข้อมูลยืนยัน
แน่นอนว่า
รัฐมีบทบาทนำในฐานะหน่วยจัดการของประเทศกับประชาชนของรัฐโดยที่ตลาดช่วยจัดสวัสดิการให้กับบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนในปัจจัย4ผ่านระบบเงินตรา

ปัจจัยที่ห้าที่ตลาดเข้ามาทำให้เป็นสิ่งจำเป็นไม่นับเป็นการจัดสวัสดิการ
แต่เส้นแบ่งตรงนี้มีความยากเหมือนกับรูปธรรมของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า มันอยู่ตรงไหน?

งานที่เราสนใจคือ วิถีและพลังของการจัดสวัสดิการโดยชุมชน
ซึ่งแน่นอนว่ามีมิติของคุณค่าที่เป็นการพัฒนาคน(capability approch)และการสร้างทุนทางสังคมอยู่ด้วย
ผลที่ได้ใน2เรื่องนี้อาจถูกทำลายไปจากผลที่ได้โดยส่วนบุคคลที่เชื่อมต่อกับระบบสวัสดิการโดยรัฐและตลาด เป็นผลให้ชุมชนอ่อนแอลง หรือเพราะชุมชนอ่อนแอลงจึงต้องอาศัยการจัดสวัสดิการโดยรัฐและตลาด อย่างไรมาก่อนกันแน่ ไก่กับไข่?

ตัวอย่างง่ายที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงของร้านโชห่วยกับห้าง
สังคมโชห่วยมีความเป็นชุมชนมากกว่าตลาดผ่านห้างโดยเปรียบเทียบ
แต่สังคมอาจเลือกห้างเพราะให้สวัสดิการต่อบุคคลมากกว่า ทั้งราคาความสะอาด รวดเร็ว โดยที่ตลาดห้างได้เพิ่มปัจจัยที่5เข้ามาเป็นจำนวนมากด้วย ซึ่งทำให้บุคคลต้องจ่ายแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นข้อเสียของตลาดทุน

ความพอดี พอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันเป็นความจำเป็นของสังคมที่จะเลือกใช้สวัสดิการแบบใด หรือไม่มีทางเลือก?

สวัสดิการโดยชุมชนมีสภาพแตกต่างกันตามสภาพชุมชน
เราอาจใช้สวัสดิการโดยชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างสภาพชุมชนในฝัน(เข้มแข็ง-เรียนรู้และมีความเอื้ออาทรต่อกัน) หรืออาจใช้ชุมชน(ที่ยังคงมีสายใย-ระบบความสัมพันธ์ที่ดี)เป็นเครื่องมือในการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ(ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆทั้งรัฐและตลาด)
หรือทำร่วมกัน สร้างอย่างหนึ่งเพื่อกลับมาเสริมพลังอีกอย่างหนึ่ง

วันที่13ก.ย. เราจะทบทวนความรู้เรื่องนี้จากแวดวงวิชาการ

วันที่14ก.ย. เราจะทบทวนเรื่องนี้จากแวดวงงานพัฒนา

สวัสดิการสังคม/ชุมชนท้องถิ่น

สวัสดิการชุมชน
รัฐ  ประชาสังคม  เอกชน วัฒนธรรม ฐานทรัพยากร การพัฒนา
สุขภาพ พรบ.หลักประกันสุขภาพ-กองทุนรักษาฟรี-กองทุนประกันสังคม-ประกันชีวิต-สถานพยาบาล-กองทุนสุขภาพชุมชน-มูลนิธิ สมาคม ชมรม  รัฐรัฐเอกชนรัฐ/ท้องถิ่น/เอกชนรัฐ/ท้องถิ่นประชาสังคม ความสัมพันธ์เครือญาติ ธรรมชาติ ผ่าน วงจรชีวิต (เกิด แต่งงาน แก่ ป่วย ตาย)ปัจจัย 4 (อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค)ความเชื่อ ศาสนา (พิธีกรรม จิตภาวนา)-แรงงาน-แรงใจ -ความรู้ -ตัวเงิน-ปัญญาองค์กรการเงินชุมชน ดิน น้ำ ป่า อากาศพืชพันธุ์ธัญญาหารสัตว์ป่า

(พรบ.ป่าชุมชน)

(พรบ.เกษตรยั่งยืน)
กลุ่มอาชีพกลุ่มสนใจองค์กรการเงินชุมชน 
การศึกษา พรบ.การศึกษา-เรียนฟรี12ปี-กองทุนกู้ยืม-ทุนการศึกษา-โรงเรียน  รัฐรัฐรัฐ/ท้องถิ่น/ประชาสังคม/เอกชนรัฐ/ท้องถิ่น/ประชาสังคม/เอกชน
อาชีพ -พรบ.สหกรณ์-พรบ.วิสาหกิจชุมชน-กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร-กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร(คชก.)-กองทุนประกันสังคม-กองทุนบำนาญราชการ-กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ-กองทุน มิยาซาว่า-กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และเงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบอาชีพเสริม-โครงการสนับสนุนกลุ่มอาชีพ รัฐรัฐรัฐ รัฐรัฐ/เอกชน/บุคคลรัฐรัฐ/บุคคลท้องถิ่นรัฐ  รัฐ/ท้องถิ่น      
ศาสนา   รัฐ/ประชาสังคม/ชุมชน      
ที่อยู่อาศัย -บ้านมั่นคง-บ้านเอื้ออาทร-ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รัฐ/ชุมชนรัฐรัฐ      
ด้อยโอกาส/ยากไร้ -เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (บำนาญ)-กองทุนสงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน-กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ-กองทุนประชาเศรษฐกิจสงเคราะห์-กองทุนแก้ไขปัญหาความยากจน รัฐ/ท้องถิ่นรัฐ รัฐ รัฐ รัฐ      
พื้นที่ -กองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคม-กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รัฐ ท้องถิ่น ประชาสังคม ชุมชนรัฐ ประชาสังคม ชุมชน      
ผู้สูงอายุ กองทุนบำนาญชาติ