การหา Key person ที่เหมาะสมในงานส่งเสริมสุขภาพ เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอันหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

   แม้ว่าจะผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปนิเทศงานนิสิตทันตแพทย์ ที่ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก แต่วันนี้เพิ่งจะมีโอกาสเอามาแลกเปลี่ยนเพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องงานส่งเสริมสุขภาพกัน

   โจทย์ที่นิสิตได้รับ คือ การไปฝึกทำโครงการส่งเสริมสุขภาพในชุมชนที่น้องๆ เขาสนใจมาอย่างน้อย 1 โครงการ โดยให้เขาเลือกกลุ่มเป้าหมายกันเองเลยว่าจะทำโครงการกับประชาชนกลุ่มใดก็ได้

   สิ่งที่น่าสนใจ คือ น้องๆ ที่อุ้มผาง เขาเลือกทำโครงการกับกลุ่มครู กศน. ที่มีอยู่ในพื้นที่ ถึงตรงนี้หลายๆ ท่านอาจจะคิดว่า "ก็ไม่เห็นแปลกใหม่อะไร เพราะใครๆ ก็เลือกลงทำโครงการในพื้นที่โรงเรียนกันเยอะแยะ" หรือ "ครู กศน. เป็นใคร จะมาช่วยอะไรเราได้ ฉันไม่เห็นรู้จัก" แต่สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจในโครงการนี้ตามที่นิสิตเล่าให้ฟัง คือ พื้นที่ อ.อุ้มผาง เป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้อพยพ เช่น กะเหรี่ยง พม่า และชนกลุ่มน้อยเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านกลุ่มนี้ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีเงิน และไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับบัตรสุขภาพใดๆ ของทางราชการ เวลาที่พวกเขามา รพ. ก็ต้องทำบัตรขาว (เป็นบัตรสุขภาพที่ทาง รพ. ออกให้เอง) และให้การสงเคราะห์ฟรีโดยไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาล ทางกลุ่มนิสิตจึงเล็งเห็นว่า หากประชาชนกลุ่มนี้เจ็บป่วยและมารับการรักษาจากทาง รพ. เป็นจำนวน ก็จะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแก่ รพ. ประกอบการเดินทางมารับการรักษาของพวกเขาก็เป็นไปได้อย่างลำบาก บางครั้งกว่าจะเดินทางมาถึงก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้น กลุ่มนิสิตจึงริเริ่มทำโครงการส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดปัญหาต่างๆ โดยเข้าหากลุ่มเป้าหมายทางครู กศน.

   เนื่องจากครู กศน. เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิด และมีอิทธิพลต่อความคิดของประชาชนกลุ่มนี้ ความที่พวกเขาอยากมีความรู้ อยากพูดภาษาไทยได้ ทำให้ระบบการศึกษานอกโรงเรียนของที่อุ้มผางค่อนข้างได้รับความสนใจ พวกเขาจะมีการรวมกลุ่มเรียนหนังสือกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง บางคนต้องเดินเท้ามาไกลหลายสิบกิโลเมตรเพื่อเรียนหนังสือ แต่ก็ยังมากันอย่างสม่ำเสมอ มีความเคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามในสิ่งที่ครูสอน การที่นิสิตเลือกทำงานกับครู กศน. เพื่อพยายามพัฒนาศักยภาพในด้านสุขภาพของครู จึงน่าจะช่วยขยายแนวความคิดในเรื่องสุขภาพให้เข้าถึงประชาชนกลุ่มนี้ได้เป็นจำนวนมาก

   ต้องขอแสดงความชื่นชมต่อนิสิตทันตแพทย์กลุ่มนี้ที่สามารถหา Key person ที่เหมาะสมมาเป็นแนวร่วมในการทำงานส่งเสริมสุขภาพ เพราะหากเราสามารถหาบุคคลที่เหมาะสมมาช่วยผสานงานส่งเสริมสุขภาพได้ดีแล้ว ก็จะทำให้การทำงานเป็นไปได้ง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพ และกระจายสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม

ปล. ขอขอบคุณ นทพ.วิชุนี วงศ์วาณิชวัฒนา, นทพ.สุจิตรา บุตรดา และ นทพ.ศุภลดา พิชญวิวัฒน์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้ร่วมเรียนรู้