เมื่อหมดหน้านา ก็มาจักรสาน มีการรวมกลุ่ม มีการสืบทอด สอนสั่งกันรุ่นต่อรุ่น เป็นแบบอย่างของสังคมไทย ที่เรากำลังใฝ่หารูปแบบ ที่เรียกกันอย่างโก้หรูว่า ความสมานฉันท์ ต้องที่นี่เลย เต็มรูปแบบ

    ว่ากันว่า ถ้าจะดูบ้านเมืองใด มีความเจริญรุ่งเรืองขนาดไหนมาก่อน ให้ดูที่วัฒนธรรม ประเพณี และงานศิลป  ชลบรี มีอายุเป็นร้อยปี และงานที่สืบสานกันมาเป็นร้อยปี ก็คือ การจักรสานของเรา ฝีมือของคนชลบุรีไม่แพ้ใครเลย แม้ว่าพื้นที่ที่อยู่อาศัย จะมีความแตกต่างค่อนข้างมาก เช่น ฝั่งหนึ่งเป็นทะเล แต่อีกฝั่งเป็นภูเขา อาชีพก็ต่างรูปแบบกันไป อย่างผู้เขียนเอง อยู่ฝั่งภูเขา ว่ายน้ำไม่เป็น ต่อมาได้มาอยู่ติดทะเล ก็ยังรู้สึก กลัวน้ำ(ไม่ใช่โรค) อยู่จนทุกวันนี้

    เหตุที่เราได้ยกย่องการจักรสาน มาเป็นคำขวัญของจังหวัดชลบุรี ก็เพราะ ความปราณีต ในลวดลาย ที่ประดิษฐ์ กันออกมา นับร้อยๆแบบ งานบางชิ้นมีขนาดเล็กจนทำให้นึกไม่ออกว่า ประดิษฐ์ออกมาได้อย่างไร ต้องใช้สมาธิ ความสามารถ และจินตนาการขนาดไหน จนผู้ที่ได้มาพบเห็น รู้ศึกอัศจรรย์ใจ การเล่นสีสรร ก็คลาสสิค สามารถโชว์ ต่างชาติได้สบาย อำเภอพนัสนิคม เป็นแหล่งจักรสานใหญ่ของชลบุรี มีตลาดกลางอยู่ที่นั่น ชาวบ้านมีอาชีพทำนา เมื่อหมดหน้านา ก็มาจักรสาน มีการรวมกลุ่ม มีการสืบทอด สอนสั่งกันรุ่นต่อรุ่น เป็นแบบอย่างของสังคมไทย ที่เรากำลังใฝ่หารูปแบบ ที่เรียกกันอย่างโก้หรูว่า ความสมานฉันท์ ต้องที่นี่เลย เต็มรูปแบบ

    เหตุที่อำเภอพนัสนิคม เป็นศูนย์รวมของสุดยอดฝีมือของเรา อาจเป็นเพราะ ที่อำเภอนี้ มีวัดวาอาราม นับร้อย จึงทำให้มีผู้ ประพฤติปฏิบัติธรรมกันมาก ทำให้ใจอ่อนโยน เหมาะแก่การสร้างศิลปะ

    ชาวชลบุรี จะภูมิใจในความเป็นคนชลบุรีทุกคน จะไปอยู่แห่งหน ตำบลใด เราจะต้องแสดงตัวต่อสังคมนั้นทันที ว่าเรามาจากชลบุรี และด้วยอุปนิสัย เป็นคนใจดี ร่าเริง ชอบช่วยเหลือคนมากๆ โดยจะเห็นได้ว่า คราวใดที่มีภัยพิบัติ คนชลบุรี จะต้องไปตั้งหลัก ทำอาหารเพื่อแจกจ่าย ผู้ตกทุกข์ นานนับเดือน หลายจังหวัดคงเคยได้เห็นน้ำใจเรามาบ้างแล้ว

   เชื่อเถอะค่ะ ชลบุรีพูดคำจริง น่าคบหา และมีน้ำใจไมตรีต่อทุกคน ถ้าไม่เชื่อก็ลองมาสัมผัส ชลบุรีสักครั้งซิคะ

  พรุ่งนี้ เป็นเรื่องราวแห่งความสนุก มาดูกันว่าคนชลบุรี เขามีการละเล่นอะไร ที่หลายคนต้องทึ่ง และเล่าขานกันไม่รู้จบ แล้วพบกัน