มีเรื่องหนึ่งที่ผมถือว่าผมโชคดีที่สุดคือ.."มีคนดูแล"

หลายวันก่อนในทริป UKM 11 ในวงข้าวเคล้ามิตรภาพ...มีโอกาสนั่งติดคุณแผ่นดิน กวีศรีGotoknowของดิฉั้น  เธอบอกว่า 3 ทุ่มครึ่งคืนนี้ผมต้องไปกรุงเทพฯ....
      ด้วยความหวังดีดิฉั้นจึงแสดงความเห็นไปว่า....กลับไปเตรียมตัวมั้ยคะ...วันนี้ดูแลกันครึ่งวันแล้วไม่ต้องเกรงใจหรอกตามสบายตามภารกิจของตน
      เธอตอบธรรมดาๆ แต่กลับทำให้ดิฉั้นสะดุด(หากกำลังเดินมีหวังหัวคะมำตกคลองไปแล้ว)"ในชีวิตผม...แม้ผมจะโชคร้ายหลายเรื่อง(ผมคิดเอาเองว่าผมโชคร้ายนะ)..แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมถือว่าผมโชคดีที่สุดคือ.."มีคนดูแล"เธอขยายความด้วยความภูมิใจว่า ไม่ว่าเธอจะไปไหน...เพื่อนคู่ใจของเธอจะจัดแจงกระเป๋า..เดินทางหมายถึงเสื้อผ้า...อุปกรณ์อย่างที่ต้องใช้ให้ทั้งหมดเพียงกลับบ้านไปหยิบกระเป๋า...หรือเปลี่ยนกระเป๋าก็ไปราชการต่อได้ทันทีมีบางครั้งก็ส่งไม้ผลัดกันที่ท่ารถ...หรือหน้าห้องประชุม 
ทันทีที่ได้ฟังดิฉั้นคิด......เป็นเสน่ห์ง่ายๆของภรรยาที่ดูแลคนใกล้ตัวจนกลายมาเป็น "ความโชคดีของผม" เล่าสู่กันฟังกับเพื่อนฟังอย่างไม่ขัดเขิน
      ดิฉั้นสะดุด..เพราะดิฉั้นไม่เคยทำสิ่งเหล่านั้น...เลยมีแต่เธอจัดให้ไม่งั้นดิฉั้นจะลืมโน่นลืมนี่...ระยะหลังไปบ่อย..คงขี้เกียจจัดเพียงแต่จะถามว่าเอาโน่นเอานี่ไปหรือยัง.....เช่นกระเป๋าตังค์..แปรงสียาสีฟัน ยาสระผม...น้ำยาล้างคอนฯ ท้ายสุด...ตั๋วเครื่องบินอยู่ไหน....
        นอกจากนั้นแล้วดิฉั้นยังไม่เคยจัดกระเป๋าให้เขาอีก...เพราะไม่รู้จะใส่ชุดไหน...เอาไปกี่ชุดคิดเอาเองก็แล้วกันเนอะ...กองไว้เดี๋ยวรีดให้....เท่านั้นยังไม่พอหากขี้เกียจมากๆก็จะหยอดว่า....."ไม่ต้องรีดได้มั้ยพี่!...เดี๋ยวหล่อมากมีสาวมาติด ยุ่งอีก...."
        ลองถามตัวเองว่า....ในชีวิตนี้...เราภูมิใจอะไรบ้างพร้อมๆ กับคิดว่าเรามีความน่ารักตรงไหนบ้างหน้อ...