ประกาศการรับสมัครทุนของฝ่ายวิชาการ สกว. ประจำปี 2551

เปิดรับสมัครแล้ว

หลักการและเหตุผล
การวิจัยเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการวิจัยไม่มากนัก โดยหากพิจารณาสัดส่วนของงบประมาณที่ใช้ในการวิจัยเทียบกับผลิตภัณฑ์ประชาชาติจะพบว่าประเทศไทยลงทุนด้านการวิจัยน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี และสิงคโปร์ เป็นต้น

จากข้อมูลของสำนักงาน กพ. และ โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สกว. คาดว่าจะมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในปี 2549 จำนวนประมาณ 750 คน แต่ในปัจจุบันมีทุนสนับสนุนสำหรับนักวิจัยกลุ่มนี้เพียงปีละประมาณ 200 ทุน ซึ่งหากผู้ที่สำเร็จการศึกษาเหล่านี้ไม่มีทุนวิจัยรองรับอย่างเพียงพอ บุคคลเหล่านี้ก็อาจจะไม่ได้เข้าสู่ระบบการวิจัย นอกจากนี้ระบบวิจัยของประเทศยังขาดแคลนกำลังคนระดับสูงที่มีคุณภาพอีกจำนวนมาก ดังนั้นการส่งเสริมและพัฒนาด้านการสร้างกำลังคนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยการเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้เข้ามารับทุนประเภทต่างๆ มากขึ้น ตลอดจนการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในนักวิจัยอาชีพ (career path) ที่ชัดเจนในสัดส่วนที่เหมาะสม จะเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้ระบบการวิจัยของประเทศเข้มแข็งมากขึ้น

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างกำลังคนระดับสูงที่มีคุณภาพและปริมาณมากเพียงพอในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ตลอดจนมีบทบาทสำคัญต่อกิจกรรมการวิจัย จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยพื้นฐานเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่โดยความคิดริเริ่มของนักวิจัยและไม่จำกัดสาขาวิชา และนอกจากนี้ยังตระหนักถึงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (strategic basic research) จึงได้มีนโยบายที่จะสนับสนุนทุนวิจัยแบบมีทิศทางให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศ โดยผลลัพธ์ของโครงการคือการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการนานาชาติที่มี impact factor สูง หรือการจดสิทธิบัตร หรือการนำไปใช้ประโยชน์ในระยะกลางหรือระยะยาวที่สามารถประเมินได้

เป้าหมาย
1. สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการสร้างผลงานวิจัยแบบมุ่งเป้า
2. สร้างนักวิจัยอาชีพที่เป็นผู้นำทางวิชาการระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพนักวิจัย (career path) ที่ชัดเจนในสัดส่วนที่เหมาะสม
3. มีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติหรือ การจดทะเบียนสิทธิบัตร
4. มีผลงานวิจัยที่สามารถนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะหรือเชิงนโยบายในระยะกลางหรือระยะยาวที่สามารถประเมินได้
5. เกิดการเชื่อมโยงหรือความร่วมมือระหว่างนักวิจัยทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ


ทุนวิจัยที่จะสนับสนุนในปีงบประมาณ 2550 แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
ประเภทที่ 1 ทุนวิจัยพื้นฐานจากความคิดริเริ่มของนักวิจัย

เป็นทุนวิจัยพื้นฐานเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่โดยการเสนอความคิดริเริ่มจากนักวิจัยและไม่จำกัดสาขาวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการสร้างนักวิจัยอาชีพมีทุน 5 ประเภท ดังนี้
1.1 ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่
(สกว. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)

เป็นทุนที่ สกว. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนอาจารย์รุ่นใหม่ให้ทำวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง เปิดรับสมัครปีละครั้ง ผู้อยู่ในข่ายรับทุนคืออาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้รับปริญญาระดับสูงสุดที่มีการเปิดสอนในสาขาวิชาดังกล่าวมาแล้วไม่เกิน 5 ปี และไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป ทุนประเภทนี้ให้ทุนปีละ 240,000 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี โดยแบ่งเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการวิจัยปีละ 120,000 บาท และเป็นเงินสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ 10,000 บาท
http://researchers.in.th/file/chorchat/mrg.doc

1.2 ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่
เป็นทุนที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ที่ไม่ได้เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาสมัคร ขอรับทุนได้โดยมีหลักเกณฑ์ในการให้ทุน วงเงินทุนวิจัยรวมทั้งระยะเวลาดำเนินการเช่นเดียวกับทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่
http://researchers.in.th/file/chorchat/trg.doc

1.3 ทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษา
(สกว. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)

เป็นทุนที่ สกว. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษาให้มีโอกาสทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและพัฒนางานวิจัยในระดับที่สูงขึ้น เปิดรับสมัครปีละครั้ง ผู้อยู่ในข่ายรับทุนคืออาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่เป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น corresponding author ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทย และไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์ มีการวิจัยอยู่ในเกณฑ์ดีเด่น และไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป ทุนประเภทนี้ให้ทุนปีละ 400,000 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยแบ่งเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการวิจัยปีละ 220,000 บาท และเป็นเงินสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ 15,000 บาท ผู้ที่ได้รับทุนนี้อาจได้รับการสนับสนุนจากสถาบันต้นสังกัดของนักวิจัยอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว นักวิจัยที่มีคุณภาพสามารถสมัครทุนประเภทนี้หรือทุนประเภทอื่นได้อีก
http://researchers.in.th/file/chorchat/rmu.doc

1.4 ทุนพัฒนานักวิจัย
เป็นทุนที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ที่ไม่ได้เป็นอาจารย์ ในสถาบันอุดมศึกษาสมัครขอรับทุนได้โดยมีหลักเกณฑ์ในการให้ทุน วงเงินทุนวิจัยรวมทั้งระยะเวลาดำเนินการเช่นเดียวกับทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษา ผู้ได้รับทุนจะได้รับชื่อ “เมธีวิจัย สกว.” (TRF Research Scholar)
http://researchers.in.th/file/chorchat/rsa.doc 

1.5 ทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา
เป็นทุนวิจัยระดับกลางสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการวิจัยพอสมควร ทุนนี้เปิดรับสมัครปีละครั้ง ผู้อยู่ในข่ายได้รับทุนต้องเคยมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่เป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาโดยต้องเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น corresponding author โดยไม่นับรวมผลงานวิจัยที่เกิดจากวิทยานิพนธ์ และมีผลรวมของ impact factor อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งนี้ขึ้นกับสาขาวิชา เช่น มีค่าไม่น้อยกว่า 5.0 สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ ไม่น้อยกว่า 2.0 สำหรับวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จะไม่นำเกณฑ์ของ impact factor มาพิจารณา ผู้ได้รับทุนจะได้รับชื่อ “วุฒิเมธีวิจัย สกว.” (TRF Advanced Research Scholar)
ทุนประเภทนี้มีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท ระยะเวลาของทุนไม่เกิน 3 ปี โดยเป็นค่าตอบแทนของหัวหน้าโครงการเดือนละ 15,000-25,000 บาท ตามคุณภาพผลงานและประสบการณ์ของผู้ขอรับทุน
http://researchers.in.th/file/chorchat/brg.doc

ประเภทที่ 2 ทุนวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Basic Research) เป็นการให้ทุนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศ สนับสนุนให้เกิดการทำงานวิจัยและสร้างเครือข่ายของนักวิจัยจากหลากหลายสาขาร่วมกันค้นหาองค์ความรู้ใหม่ภายใต้หัวข้อใหญ่ ๆ เรื่องเดียวกันเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ โดยผลลัพท์ของการวิจัยยังเน้นการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่มี impact สูง การจดสิทธิบัตรหรือผลงานที่สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในระยะกลางหรือระยะยาวที่สามารถประเมินได้
2.1 ชุดโครงการวิจัยพื้นฐานแบบมุ่งเป้า

        2.1.1 สมุนไพร ยารักษาโรค สารเสริม       

       2.1.2 การพัฒนาเกษตรยั่งยืน

       2.1.3 การผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจ

       2.1.4 ชีววิทยาเซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์การฟื้นฟู สภาวะเสื่อม

       2.1.5 นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี

2.2 หัวข้อโครงการวิจัยยุทธศาสตร์ที่ สกว. กำหนด

       2.2.1 การจัดการธุรกิจเกษตรด้านอาหาร

       2.2.2 มาตรการที่มิใช่ภาษี กับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ

       2.2.3 ความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กับระบบเศรษฐกิจ

       2.2.4 การสร้างภูมิคุ้มกันและพลังทางวัฒนธรรม

       2.2.5 การจัดการทรัพยากรน้ำระดับพื้นที่

       2.2.6 ความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน

2.3 หัวข้อโครงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นปัญหาของประเทศ
      - โรคติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดนก
      - โรคเขตร้อน เช่น ไข้เลือดออก
      - โรคไม่ติดเชื้อ เช่น โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย, โรคกระดูกพรุน, มะเร็งท่อน้ำดี, มะเร็งโพรงหลังจมูก
     - องค์ความรู้ในการผลิตสัตว์บกให้มีประสิทธิภาพ เช่น โคเนื้อ, ไก่พื้นเมือง
     - ยางและโพลีเมอร์ 
     - พลังงานทดแทน เช่น พลังงานจากชีวมวล
     - การผลิตอาหารที่ปลอดภัย เช่น การวิเคราะห์สารตกค้าง เทคโนโลยีการอบแห้ง
     - ภัยพิบัติ เช่น การคาดการณ์และผลกระทบของแผ่นดินไหว
     - ปรากฏการณ์ในสังคมไทย เช่น บทบาทชุมชนกับการจัดการทรัพยากร การเรียกร้องและการรับรู้ในการมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ ปรัชญาความพอเพียงในกระแสบริโภคนิยม
    - วิกฤตสังคมไทย เช่น คุณค่ากับมูลค่าในการดำรงชีวิตในยุคบริโภคนิยม วิกฤติศรัทธาและความเชื่อมั่นในพลังของศาสนา ปริมาณกับคุณภาพในระบบการศึกษาไทย

หมายเหตุ : ทุนวิจัย 2.2 และ 2.3 มีเกณฑ์การให้ทุนและแบบสมัครขอรับทุนเหมือนกับชุดโครงการวิจัยพื้นฐานแบบมุ่งเป้าข้อ 2.1

การประกาศรับสมัคร

      ประกาศรับสมัครข้อเสนอโครงการตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ยกเว้นทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่และทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษารับสมัครข้อเสนอโครงการตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2550ถึงวันที่ 15 ตุลาคม      พ.ศ.2550

       สำหรับทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่และทุนพัฒนานักวิจัยรับสมัครข้อเสนอโครงการตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2550

       โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดรับข้อเสนอโครงการทาง website : http://academic.tfr.or.th (เปิดให้สมัคร online ได้ตั้งแต่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป) ในกรณีที่มีข้อขัดข้องที่ไม่สามารถสมัครทาง website ได้ นักวิจัยสามารถส่งข้อเสนอโครงการทางไปรษณีย์จำนวน 5 ชุดพร้อมข้อมูลที่บรรจุใน CD มายังฝ่ายวิชาการ นักวิจัยที่ส่งข้อเสนอโครงการทางwebsite : http://academic.tfr.or.th จะสามารถตรวจสอบสถานะการสมัครทุน on line ได้ด้วยตนเองและทราบผลการตัดสินทุนเร็วกว่าการยื่นข้อเสนอโครงการทางไปรษณีย์ อนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการส่งข้อมูลของนักวิจัยจำนวนมากในช่วงกำหนดเปิดรับสมัคร จึงขอแนะนำให้ดำเนินการสมัครทุนก่อนระยะเวลาที่ปิดรับสมัคร

        ผลการพิจารณาทุนตัดสินจากคณะกรรมการคัดสรรที่แต่งตั้งโดย สกว. ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ยื่นขอทุนจะอุทธรณ์มิได้

        ประกาศ ณ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

 ฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 14 เลขที่ 979 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0-2278-8251-59 โทรสาร 0-2278-8248

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน prathana

คำสำคัญ (Tags)#เปิดรับสมัครแล้ว

หมายเลขบันทึก: 122608, เขียน: 28 Aug 2007 @ 10:03 (), แก้ไข: 13 Jun 2012 @ 13:41 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)