ทุกสิ่งย่อมมีสองด้านให้มองเสมอทั้งคุณเเละโทษ

คุณเเละโทษ สิ่งทั้งหลายไม่ว่าอะไรทั้งหมด มีคุณสมบัติเป็นคู่ เช่นคุณเเละโทษเเต่เเล้วเราถูกมันลวงโดยเห็นเเต่เป็นคุณอย่างเดียวไม่เห็นเป็นโทษเราจึงหลงรักมันขนาดที่เรียกว่ายึดมั่นถือมั่นเเต่ถ้าเราเห็นมันทั้งสองอย่าง ก็เรียกว่าไม่ถูกลวงเราก็คงไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะเราไม่มีอวิชชา เเละจะไม่ทุกข์ฉะนั้นขอให้พิจารณาว่าอะไรก็ตามที่มีอยู่ในโลกนี้ มันมีคุณเเละโทษอย่างไรนับเเต่สิ่งที่เราปรารถนากันที่สุด เช่นทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง ยศศักดิ์บริวาร อำนาจ วาสนา บุตร ภรรยา สามี ฯลฯเเม้เเต่สิ่งที่ดีที่สุด เช่น อุจาระที่เหม็นเน่าก็ยังเป็นที่ต้องการของกสิกร คือสิ่งทั้งปวงมีทั้งคุณเเละโทษถ้าเรามองด้านเดียว เราก็จะถูกทรมานทั้งขึ้นทั้งล่อง คือทำให้เราเร่าร้อน หลงรัก หรือหลงเกลียด ฉะนั้นเราจึงต้องมีวิธีการที่ฉลาดที่จะมองให้เห็นคราวเดียวพร้อมๆ กันทั้งสองด้านตามวิธีที่พระพุทธเจ้าท่านสอนมันเป็นวิธีที่ค่อนข้างละอียดเเต่เป็นวิธีที่ดับทุกข์เพราะการไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นต่อสิ่งใดๆในด้านเดียวนั่นเอง                                                                                                              พุทธทาสภิกขุ…………