มีธรรมะดีๆ จากท่านพุทธทาสมาฝาก

public-life
ทุกสิ่งย่อมมีสองด้านให้มองเสมอทั้งคุณเเละโทษ
คุณเเละโทษ   สิ่งทั้งหลาย ไม่ว่าอะไรทั้งหมด มีคุณสมบัติเป็นคู่ เช่นคุณเเละโทษ เเต่เเล้วเราถูกมันลวงโดยเห็นเเต่เป็นคุณอย่างเดียวไม่เห็นเป็นโทษ เราจึงหลงรักมันขนาดที่เรียกว่า ยึดมั่นถือมั่น เเต่ถ้าเราเห็นมันทั้งสองอย่าง ก็เรียกว่าไม่ถูกลวง เราก็คงไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะเราไม่มีอวิชชา เเละจะไม่ทุกข์ ฉะนั้น ขอให้พิจารณาว่าอะไรก็ตามที่มีอยู่ในโลกนี้ มันมีคุณเเละโทษอย่างไร นับเเต่สิ่งที่เราปรารถนากันที่สุด เช่นทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง ยศศักดิ์ บริวาร อำนาจ วาสนา บุตร ภรรยา สามี ฯลฯ เเม้เเต่สิ่งที่ดีที่สุด เช่น อุจาระที่เหม็นเน่า ก็ยังเป็นที่ต้องการของกสิกร คือสิ่งทั้งปวงมีทั้งคุณเเละโทษ ถ้าเรามองด้านเดียว เราก็จะถูกทรมานทั้งขึ้นทั้งล่อง คือ ทำให้เราเร่าร้อน หลงรัก หรือหลงเกลียด   ฉะนั้น เราจึงต้องมีวิธีการที่ฉลาดที่จะมองให้เห็นคราวเดียวพร้อมๆ กันทั้งสองด้าน ตามวิธีที่พระพุทธเจ้าท่านสอน มันเป็นวิธีที่ค่อนข้างละอียดเเต่เป็นวิธีที่ดับทุกข์ เพราะการไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นต่อสิ่งใดๆ ในด้านเดียวนั่นเอง                                                                                                                พุทธทาสภิกขุ............

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตเพื่อสาธารณะ

คำสำคัญ (Tags)#พุทธศาสนา#มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#ธรรมมะ#สิงห์ขาว#รัฐศาสตร์มช.

หมายเลขบันทึก: 122017, เขียน: 25 Aug 2007 @ 15:12 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 20:03 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

อยากรู้
IP: xxx.27.107.18
เขียนเมื่อ 

ความรู้ ที่ว่ายากนั้นยังพอทำเนา แต่ความสำคํญอยู่ทีการมีสำคัญมาก ขอให้ทุกท่านพยายามรู้ แล้วสั่งสมให้มีในตนด้วยเถิด จะก้าวกระโดดข้ามปัญหาอุปสรรคของชีวิตได้......................