KM เชียงใหม่

pjan
KM เชียงใหม่

เป็นครั้งแรกในการทำความรู้จักเวป gotoknow  คาดว่าจะได้ใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิด สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดการขยายมุมมองด้านต่าง ๆ

สำหรับศิลปะ คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นโลกส่วนตัวของพวก ติสส์ (แถมกลัว ๆ อาการติสส์แตกโดยไม่รู้ตัว) จริง ๆ แล้วศิลปะไม่ได้มีไว้หรือเข้าใจได้เฉพาะคนที่มีความรู้ด้านนี้เท่านั้น แม้นักเรียนศิลปะเองถ้าไม่สนใจ รัก และเอาใจใส่ก็มีความเข้าใจในศิลปะน้อยกว่าผู้สนใจบางคน ที่ไม่ได้มีประสบการณ์การเรียนมาโดยตรงด้วยซ้ำ

ศิลปะแทรกตัวอยู่ในโลกของเราในทุก ๆ ด้าน ถ้าเพียงแต่เราสังเกต และให้ความสนใจมันบ้าง คุณก็จะมีมุมมองด้านใหม่ ๆ โดยเฉพาะเป็นมุมมองด้านความงาม(ที่ทุกคนชอบ) แล้วชีวิตใครบ้างล่ะที่จะไม่ชอบความงาม.....ขอเพียงเปิดตา เปิดใจ(ไม่ต้องเป็นติสส์ก็ได้)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องศิลปะ

คำสำคัญ (Tags)#ศิลปะ#km เชียงใหม่

หมายเลขบันทึก: 119277, เขียน: 13 Aug 2007 @ 15:31 (), แก้ไข: 15 Apr 2012 @ 01:50 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก


ความเห็น (9)

สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับสู่เวทีเสมือนจริงนะคะ

เขียนอีกนะคะ 

มารอติดตามอาการติสท์แตกค่ะ  อิอิ

ขอต้อนรับมิตรใหม่ในงานนี้

หากคุณมีหัวใจใฝ่สร้างสรรค์

พร้อมจะให้ใช่แต่รับสลับแบ่งปัน

ร่วมสุขสันต์สืบสานลานปัญญา

ที่ตรงนี้มีไว้ให้ทุกท่าน

ไม่แบ่งชั้นแบ่งวัยไม่ยศฐา

ขอเพียง"ใจ"ให้กันด้วยศรัทธา

มาเถิดมาช่วยกันเสริมเติม GotoKnow

แต่งกลอนนี้ได้เพราะ"เพียงเปิดตา เปิดใจ(ไม่ต้องเป็นติสส์ก็ได้)"จริงๆค่ะ

สวัสดีครับคุณ pjan

  • ยินดีต้อนรับนะครับผม สู่โลกแห่งการเรียนรู้ไม่รู้จบ พบญาติมิตรในสังคมเสมือนที่ไม่ใช่ฝัน
  • ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผม
  • ขอให้สนุกแล้วเขียนบทความไว้ตามแต่สะดวกและโอกาสนะครับผม
  • แล้วจะเข้ามาติดตามบ่อยๆนะคับ
pjan
เขียนเมื่อ 

ขอน้อมรับการต้อนรับของบรรดารุ่นพี่ ๆ (ใช่รึเปล่า?) รู้สึกอบอุ่นใจที่เขียนปุ๊บก็มีการตอบรับ(พอเช็คเรทติ้งดูแล้วรู้สึกดีค่ะ) อย่างน้อยก็ไม่ได้เขียนไปแล้วหายไปในอากาศ  อืมมม หรือว่าเป็นวัฒนธรรมของคนที่นี่ ที่จะให้กำลังใจกัน ดีค่ะดี เป็นวิถีชีวิตในโลกเสมือนที่เป็นไปเพื่อการพัฒนาจริงๆ

สำหรับเรื่องของศิลปะ ในฐานะขอผู้สร้างสรรค์เองสิ่งสำคัญนอกจากความเข้มข้นของแรงบันดาลใจ และการแสดงออกที่ชัดเจนของผู้สร้างเอง  อีกสิ่งหนึ่งก็คือการถ่ายทอดสู่ผู้ชม การที่ผู้ชมได้เกิดความรู้สึกล่องลอยไปกับผลงานนั้น ๆ (ซึ่งก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกับตัวศิลปินเองก็ได้) 

แล้วปัญหาก็เกิดตรงนี้แหละคะ!!

เพราะโดยธรรมชาติของศิลปิน(ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ) จะต้องคิดค้นหารูปแบบใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ เทคนิคใหม่ ๆ แม้กระทั่งความงามรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งไม่เป็นที่คุ้นเคยและบุคคลทั่วไปจะรับรู้ได้ .....แต่มันเป็นธรรมชาติและหน้าที่ของเค้านะคะ(พยายามทำความเข้าใจพวกเค้านิดนึง) ไม่งั้นโลกศิลปะของเราก็คงไม่มีการพัฒนามาจนทุกวันนี้

แล้วที่นี้...มนุษย์เดินดินธรรมดาทำไง?????.....ก็ศิลปินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ........จนเดี๋ยวนี้ตามไม่ทันแล้ว ไอ้ที่พวกติสส์มันว่างาม......มองตาแทบหลุดแล้วก็ไม่เห็นจะสวยตรงไหน...อะไร(วะ)ก็ไม่รู้.....แพงก็แพง กินก็ไม่ได้ ฯลฯ(คุณต้องเคยคิดแบบนี้บ้างแหละ)

อยากจะบอกว่า...ตราบใดที่เรายังต้องการความงามในชีวิต.....เราก็ต้องมีประสบการณ์ในการรับรู้และเข้าใจความงามที่หลากหลาย เหมือนเรากินแต่อาหารที่เคย ๆ มันก็เบื่อแหละ......(แต่ระวังนำพริกถ้วยเก่าที่บ้านจะแผลงฤทธิ์นะ...อันนี้ผู้เขียนไม่ได้แนะนำเน่อ) มันจะทำให้มุมมองและโลกด้านความงามของเราจะขยายกว้างขึ้นมากถ้าเราสามารถรับรู้ความงามได้หลากหลาย

อ้าว.....แล้วงี้ทำไงดีล่ะ....ก็ดูยังไง ฟังยังไงก็ไม่get

อันนี้มันเป็นปัญหาเรื้อรังคะ.......เราไม่โทษใครหรอก(ทั้ง ๆ ที่มีผู้ต้องสงสัยในใจแล้ว) เอาเป็นว่าปัญหานี้จะบรรเทาเบาบางไปได้โดย ครูศิลปะ (คล้าย ๆ กับปัญหาเรื้อรังอื่น ๆ ของเรา) .......จริงอะ!!!!!

ครูศิลปะ เป็นเสมือนบุคคลตรงกลางผู้เชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างศิลปิน และบุคคลทั่วไป เพราะเราคงไม่ไปยื้อให้ศิลปินเค้ารอ ๆ เราหน่อย..... แล้วเราก็ไม่ควรละเลยแล้วไม่เกิดการก้าวเดินตามทางที่มีคน(ศิลปิน)ได้กรุยทางเอาไว้ก่อนแล้ว จนคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วก็เกิดอาการ"ไม่เข้าใจติสส์"  "พวกนี้แปลก ๆ ปล่อยมัน(เข้าป่า)ไปเถอะ"  ครูศิลปะต้องอบรม ฝึกฝน ให้ประสบการณ์ด้านความงามแก่เยาวชนให้หลากหลายและสร้างสรรค์ (เพราะสร้างกันวันสองวันไม่ได้ค่ะ) ดังนั้นครูศิลปะต้องเข้าใจทั้งศิลปิน และคุยได้รู้เรื่องหรือมีเทคนิคการถ่ายทอด ให้กับเยาวชนหรือบุคคลทั่วไปได้(แบบ two in one) เพื่อเชื่อมโยงโลกของบุคคลทั้งสอง(ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันก็โลกเดียวกันเนอะ)

ก่อนจบ......แล้วพวกที่โตจนเลยวัยเยาวชนแล้วทำไง????........ก็เรียนรู้ได้ต่อไปคะ...ตราบใดที่สมองและประสาทรับรู้เรายังทำงาน......ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ รู้จัก รำลึกได้ จนเกิดเป็นการคุ้นเคย แล้วค่อยพัฒนาเป็นความชอบจนถึงขั้นรัก.....ที่ยังไงเราก็ขาดกันไม่ได้ต่อไป

เพราะความงามเป็นพื้นฐานด้านคุณค่าอย่างหนึ่งของชีวิตมนุษย์

ผมไม่แน่ใจว่า  ศิลปะที่ดีควรมีลักษระเช่นใด   คล้ายกับที่เคยอ่านทัศนะของลีโอตอลสตอย  ซึ่งผมก็เห็นสอดคล้องกับท่าน คือ  ง่ายและงาม ...

และสำคัญคือ  ศิลปะควรต้องรับใช้สังคมบ้าง  ไม่ใช่สุดโต่งเป็นศิลปะเพื่อศิลปะสถานเดียว

...

ขอบคุณครับ

pjan
เขียนเมื่อ 

ศิลปะที่ดี....เป็นแบบไหน

อืมมมมมมม.................มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีแนวคิดด้านความงามว่าอย่างไร

ศิลปะก็เหมือนชีวิตที่ต้องมีโครงสร้างหลักด้านปรัชญาเป็นตัวตั้งต้นก่อน(อันนี้ในกรณีที่ต้องการทำความเข้าใจกับมันนะคะ) เราเชื่อว่าศิลปะคืออะไร (อันนี้ปัญหาใหญ่) เอาเป็นว่าง่ายที่สุดก็ตามแนวคิดของนักปรัชญาหลัก ๆ 3-4 แนวคิด (เชื่อว่าศิลปะคือการเลียนแบบธรรมชาติ ,เชื่อว่าศิลปะคือการแสดงอารมณ์ภายใน , เชื่อว่าศิลปะคือความงานอันบริสุทธิ์ของรูปทรง หรือเชื่อว่า ศิลปะคือประสบการณ์ ฯลฯ)แล้วองค์ประกอบ คุณลักษณะที่ควรจะเป็นด้านอื่น ๆ ก็จะตามมาตามแนวความเชื่อนั้น ๆ มันเป็นปรัชญา(คือไม่มีอะไรถูกที่สุด หรือผิดที่สุด มีเพียงเหตุกับผลที่มาประกอบกันอย่างสอดคล้อง)

แต่ในฐานะของผู้สร้างสรรค์ศิลปะ(นักเรียนศิลปะ) ไอ้วิชาสุนทรียศาสตร์หรือปรัชญาศิลปะนี่แหละค่ะ คือยาขมหม้อใหญ่เลย เพราะเนื้อหา ความเป็นเหตุเป็นผล และ แนวคิดด้านปรัชญาที่บางทีก็เข้าใจได้ยาก แต่ถ้าเข้าใจได้แล้วก็จะทำให้สามารถสร้างสรรค์การทำงานได้ดีขึ้น ลึกซึ้งขึ้นมาก 

โดยธรรมชาติของศิลปินเอง การสร้างสรรค์ความงามเป็นไปตามสัญชาตญาณซะส่วนใหญ่ ร้อยทั้งร้อยนักเรียนศิลปะไม่มีใครได้เริ่มต้นเข้าใจปรัชญาด้านความงามนี้ตั้งแต่ระยะต้นของการเรียนรู้ศาสตร์ด้านความงามนี้หรอก   อย่างที่บอกแหละคะวิชานี้มันเหมือนมีคำสาป เรียนทีไรก็หลับ สอบทีไรก็จะตกเอา แถมลอกข้อสอบกันไม่เคยได้ เพราะเป็นเรื่องของแนวคิดและเหตุผล(จริง ๆ แล้วมันเป็นอัตนัย ลอกยาก)

แต่สำคัญที่สุด ศิลปะต้องมีความงามคะ ไม่ว่าจะงานด้านรูปทรง งานในแง่ความคิด หรืองามในแง่ความรู้สึก

ประโยชน์แรกสุดที่ศิลปะให้แก่มนุษย์ก็คุ้มค่าแล้วคะ........ประสบการณ์สุนทรียะ คือ การที่ผู้สร้างหรือผู้เสพได้มีการผ่อนคลายจิตใจ หลุดจากชีวิตประจำวันชั่วขณะ ช่วยไม่ให้จิตใจเราเครียด หรือไร้ความรื่นรมย์จนมีอาการทางจิตไป(ช่วยให้ไม่บ้านี่ก็มหาศาลแล้วคะ) ส่วนงานไหนจะให้ประโยชน์อื่นใดก็เป็นคุณค่าที่เพิ่มเติมขึ้นของงานนั้น ๆ

อย่างที่บอกตอนต้นค่ะขึ้นอยู่กับว่าเราเชื่อว่าศิลปะคืออะไร.............ศิลปะที่ดีก็ตอบสนองความเชื่อนั้น ๆ ของเรา  ศิลปินแต่ละคนก็เชื่อแต่ละอย่าง ผลงานที่ออกมาก็แตกต่างกัน ความงามในความคิดแต่ละคนก็แตกต่างกัน..................แต่คิดว่าสุดท้ายแล้วศิลปะที่ดีไม่เคยทำร้าย หรือทำลายอะไร แต่คนใช้ต่างหากล่ะที่บิดเบือนมันไป............ชักเครียด จบก่อนแล้วกันคะ

ยินดีคะที่ได้คุยด้วย

แตน
IP: xxx.173.92.235
เขียนเมื่อ 

ดิฉันสนใจศิลปะเหมือนกันค่ะได่แต่เรียนรู้เอง ดิฉันซื้อสีที่เดอะมอลล์และห้างเซนทรัล ของยี่ห้อ PEBPO CHROMA

ที่ไหนมีสอนบ้างค่ะช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ

สวัสดีครับ

ศิลปะ ปะปนในอณูของร่างกายทุกคน มีมากน้อยแตกต่างกัน และสร้างสร้างขึ้นมาได้ ทำให้มีศิลปินอยู่ทั่วโลก ครับ

pjan
IP: xxx.172.33.56
เขียนเมื่อ 

อืม..............web blogนี้ไม่ได้เข้ามาใช้งานนานมากแล้วค่ะ แต่ก็ถือเป็น web แรกที่ทำให้รู้จักคำว่า blog นะคะ ขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่เขียนแสดงความคิดเห็นมาค่ะ ช่วงนี้อาจารย์หลาย ๆ คนกำลังยุ่งกับคะแนนและเกรด อยู่ในสภาวะไม่อยากจะเจอหน้าใคร(โดยเฉพาะนักศึกษา) และเร่งทำการตรวจทุกอย่างให้สามารถส่งเกรดได้ทันตามกำหนดของคณะ......................ขอบคุณที่ยังมีบคคลที่สนใจศิลปะอ่านข้อความ ความคิดเห็นต่าง ๆ นะคะ ตอนนี้ได้ทำ blog ไว้อีกที่นึงคือ www.pjan.bloggang.com แต่พักนี้ก็ดองไว้เริ่มจะเค็มจัดแล้วเหมือนกัน.............ไว้โอกาสหน้าเจอกันนะคะ

ขอให้สนุกกับการทำงานค่ะ