บุก Old Delhi

  ย่านที่สกปรกที่สุดแต่มีเสน่ห์มากที่สุดของนิวเดลี  

My Old Delhi

 

        มีคำกล่าวกันว่า ถ้าไปเที่ยวนิวเดลี เมืองหลวงของสาธารณรัฐอินเดียแล้ว ไม่ได้ไปเดินย่านที่เรียกว่า Old Delhi ก็เรียกว่า..ไปไม่ถึงอินเดีย...ย่านดังกล่าวสำคัญอย่างไรเชียว ทุกคนจึงจะต้องไปดู...

 

          ผมมาอยู่ที่อินเดียได้ 18 วันเอง จากอีกหลายร้อยๆวัน ที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้ เมื่อมีโอกาส ก็ไม่รอช้าจึงรีบขอไปดูย่านที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุดของเมืองเพราะอยากพิสูจน์คำเล่าลือที่ว่าอินเดียเป็นดินแดนที่เหลือเชื่อและมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่หลายแห่งนั้นเป็นอย่างไร บางที Old  Delhi อาจจะเป็นหนึ่งในนั้นก็เป็นได้ แต่ไม่ติดอันดับหนึ่งในสิบเท่านั้นเอง

        การได้มาอยู่ในนิวเดลี อินเดียเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นสุดๆ ในชีวิตของผม เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาอยู่เมืองแขกอินเดีย ใครๆที่ถามว่าผิดหวังไหม ผมก็บอกตามตรงว่าเนื่องจากไม่เคยตั้งความหวังไว้ จึงไม่ได้ผิดหวังอะไร แต่อาจจะเสียใจบ้าง.......ที่มาช้าไป หากได้มาอยู่อินเดียเมื่อสัก 20 ปีก่อน ผมคงได้เรียนรู้วิถีแขกอินเดียและรู้จักสนุกกับชีวิตมากกว่าที่เป็นอยู่นี้.....อัพ กาเซโฮ

          พูดถึงแขกหรือคนอินเดียก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนไทยถึงได้มีความรู้สึกกับแขกอินเดียมากมายเช่นนี้ คนที่อยู่เมืองนี้มาก่อนผมสักปีกว่าเล่าให้ผมฟังว่า ถ้าวันไหนไม่ได้บ่นเรื่องแขกอินเดียคงปวดท้องตายแน่ แถมบอกว่าเวลากลับไปเมืองไทย ไม่ทันไรคิดถึงเมืองแขกซะแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วชอบหรือชังกันแน่

           การเดินชม Old Delhi เริ่มจากสามแยกหน้า Red Fort หรือป้อมแดง ซึ่งเป็นถนนที่ชื่อว่า Chandni Chowk เป็นถนนสายหลักของ Old Delhi ที่พุ่งตรงจากหน้าประตู Red Fort เริ่มตั้งแต่ตรงหัวมุมถนนด้านซ้ายจะเป็นที่ตั้งของวัดเชน (  Shri Digambara Jain Lal Mandir and Bird Hospital ) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่ง รวมทั้งมีโรงพยาบาลนกที่ก่อตั้งโดยนักบวชเชนปี  2469

        พอเริ่มเดิน ก็เห็นริมกำแพงด้านนอกตรงหัวมุมมีก๊อกน้ำสาธารณะ 4-5  ก๊อก ที่ผู้คนที่สัญจรไปมากก็จะแวะเวียนมาใช้น้ำในการทำความสะอาดร่างกาย ผมเห็นแขกอินเดียหลายคนหนวดเครายาวราวกับเป็นฤาษี มาล้างหน้าล้างตาล้างผมอย่างสบายใจเฉิบ เป็นภาพที่น่าดูมาก ผมเดินผ่านฤาษี เข้าไปตามถนน พบผู้คนมากมายกำลังเดินสวนไปมาอย่างเร่งรีบ สรรพเสียงต่างๆ ดังระงมไปหมดทั้งเสียงคน เสียงแตรรถ เสียงรถสามล้อหรือตุ๊กตุ๊กแขกที่ขับซิกแซกไปมากันอย่างรวดเร็วแต่ก็ลื่นไหล.....ทุกอย่างเคลื่อนไหวเร็วมากจนผมยกกล้องถ่ายภาพแทบไม่ทัน

          ทัศนียภาพที่เห็นน่าทึ่งมาก  โอ นี่ละ เป็นภาพของจริงตามวิถีแขกอินเดีย ที่แสนจะมีชีวิตชีวา ผมมองเห็นสตรีแขกในชุดส่าหรีสีแดงสดนั่งรถสามล้อผ่านไป  กรรมกรชายคล้ายฤาษีเข้าเมืองเดินไปเป็นกลุ่มๆ คนขายของข้างทางที่มีทั้งยืนและนั่งยองๆ ชายของที่หลากหลายตั้งแต่อาหาร ดอกไม้ นมแพะ คนขายมองหาลูกค้าพร้อมทั้งตะโกนเรียกเชิญชวนเป็นระยะๆ

        สิ่งหนึ่งที่น่าดูของคนอินเดียนี้ก็คือสีสันของเครื่องแต่งกายสตรี ที่มักจะมีสีสันสด คือแดงก็จะแดงแจ๋ เขียวอื๋อและเหลืองสด  ทำให้ทัศนียภาพบริเวณถนนแห่งนี้น่าดูยิ่งนักโดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพ สำหรับผู้ชายนั้น ผมเห็นว่าการแต่งกายไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ส่วนใหญ่ใช้สีขาวสำหรับคนที่มีชั้นวรรณะ คนทั่วไปจะแต่งกายเหมือนบ้านเราคือเสื้อเชิร์ตสีอ่อนและกางแกงสีเข้ม

         หลังจากหายตะลึงในบรรยากาศที่วุ่นวายแล้ว ผมก็เริ่มมองหาสิ่งที่น่าสนใจอย่างอื่นบ้าง ก็พบว่าอาคารในย่านนี้ ถ้ามองดูผ่านๆ จะรู้สึกว่าเก่าและแก่มากและสภาพนั้นเรียกว่าโทรมเหลือเกิน โทรมยิ่งกว่าอาคารในหลายประเทศในแอฟริกาที่ผมไปเห็นมา แต่สิ่งที่น่าสนใจที่ทำให้ต้องมองซ้ำก็คือความสวยงามของสถาปัตยกรรมสมัยโบราณยุคอาณานิคม ที่ยังหลงเหลืออยู่ อาคารเหล่านี้ ตามป้ายที่เห็นบอกว่าเป็นธนาคารหรือบริษัทที่มีชื่อเสียงและที่แปลกปลอมก็คือร้านแมคโดนัลที่เหมือนกับโผล่ขึ้นมาในย่านนี้และก็ทำให้บรรยากาศดูสดใสขึ้นมาก  

       ทำให้นึกถึงภาพในอดีตว่าสมัยก่อนแถวนี้คงจะถือว่าเจริญและสวยมากแห่งหนึ่งของนครเดลีทีเดียว นอกจากอาคารสองข้างทางแล้ว ผมได้เห็นวัดของซิกซ์ ฮินดูและของมุสลิมตั้งอยู่เป็นระยะๆ  แต่ละแห่งดูงดงาม สง่างามและน่าศรัทธายิ่งนัก

          พื้นถนนและบาทวิถีข้างทางที่ผมเดินไปนั้น ต้องเรียกว่าเต็มไปด้วยขยะและสิ่งปฏิกูล ที่ต้องใช้ตามองและต้องคอยเดินหลบหลีกให้ดี ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยหลบคนที่เดินสวนมารวมทั้งรถหลายชนิดที่วิ่งมาจากข้างหลัง ผมเดินหลบไปหลบมาก็เจอคนนั่งขอทานหญิงชรานั่งอยู่ริมทาง เป็นภาพที่น่าดูมาก ซึ่งพอเห็นกล้องถ่ายภาพที่คล้องคอถูกยกขึ้นทำท่าจะถ่ายภาพ แกก็เอะอะโวยวาย โบกมือไม่ให้ถ่ายภาพ ทำให้ผมต้องรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

 

          ความตื่นเต้นของผมทวีคูณขึ้นตามระยะทางเดิน สิบปากว่าก็ไม่เท่ากับตาเห็น วันนี้ ผมได้มาเห็นแล้ว แค่ตลาดสดต้นถนน  Chadni Chowk      เท่านั้นเอง ยังเห็นอะไรมากเพียงนี้ อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เป็นคนชอบมองอะไรสองด้าน ถ้าลองปรับมุมมองเสียใหม่ การที่ทางเดินเท้าถูกใช้เป็นตลาดสดเป็นที่วางผักสด อาหารหรือดอกไม้สดนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องสกปรกบ้าง ตลาดสดเมืองไทยที่สกปรกเช่นนี้ ก็มีให้เห็นเหมือนกัน ผมพยายามคิดในแง่ดี นี่ละชีวิต แต่ถ้าหากมีการทำความสะอาดหลังจากตลาดวายแล้ว ก็คงจะทำให้บรรยากาศน่าเดินและน่าดูกว่านี้นะ

          เดินมาถึงช่วงกลางถนนผมก็ยังคงตื่นเต้นเช่นเดิม บางครั้งเห็นภาพชีวิตดีๆ ก็ไม่ค่อยกล้าที่จะยกกล้องถ่ายภาพขึ้นถ่ายเพราะกลัวจะโดนต่อว่าเช่นที่โดนขอทานหญิงชราคนนั้นโวยวายเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ภาพที่เห็นนั้นน่าบันทึกเก็บไว้มาก ผมจึงได้แต่กดชัตเตอร์โดยไม่ได้ยกกล้องถ่ายก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาไปได้ แต่ภาพจะออกมาอย่างไร เดาไม่ออกเหมือนกัน

         ไกด์ของเราคงเห็นว่าผมยังตื่นเต้นไม่ถึงขีดจึงพาเดินเลี้ยวซ้ายเข้าตรอกที่เล็กๆและดูทึมๆ แค่มองจากปากทางเข้าไปก็เห็นราวตากผ้าอยู่เหนือศรีษะระเกะระกะไปหมด แสดงว่าต้องมีคนอยู่เยอะหรือหนาแน่นเป็นแน่แท้....ผมนึกในใจ....โอ้ย ต่อมตื่นเต้นเริ่มพุ่งแรงและเพิ่มดีกรีสูงขึ้นอีกแล้ว เอาละ เป็นไงเป็นกัน ผมยกมือซ้ายขึ้นแตะที่องค์พระเครื่องที่อยู่บนสร้อยคอ บอกท่านซะหน่อยว่าผมกำลังจะเดินเข้าไปในที่เฉพาะ....เอาละไปกันเลย

 

           เดินเข้าไปในตรอก ผู้คนพากันมองดูพวกเราและคงคิดในใจว่า มาอีกแล้ว คนต่างชาติที่อยากรู้อยากเห็น และผมก็ได้เห็นจริงๆ วิถีชีวิตจริงๆ ของชาวตรอกในย่าน Old  Delhi เป็นตรอกที่มีอาคารหนาแน่นเรียงกันและลดเลี้ยวไปลึกมาก ผู้คนเดินสวนไปมาในยามเช้า เด็กนักเรียนกำลังเดินไปโรงเรียน มอเตอร์ไซด์ขับเลาะไปตามทางที่แคบ ทั้งหลบและไม่หลบคน บางช่วงมีวัวของพระเจ้าเดินอย่างสงบเงียบในตรอก

           ตรอกที่เก่าแก่ที่สุดของเดลีเต็มไปด้วยอาคารที่สวยงามด้วยลวดลายแกะสลักหินที่น่าทึ่ง ดูเผินๆ เหมือนไม้แกะสลักแต่พอดูใกล้ปรากฏว่าเป็นหินที่แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ อ่อนช้อยและงดงามมาก โดยเฉพาะในซอยบ้านช่างอัญมณีที่มีบ้านอยู่เพียง 9 หลัง แต่ละอาคารตกแต่งด้วยหินแกะสลักสีสันสดใสและแปลกตา

          นี่เอง เสน่ห์ของ Old  Delhi ที่ซ่อนความงดงามของศิลปะที่สร้างโดยช่างศิลป์พื้นบ้านแต่มีความงดงามระดับชาติ ผมไม่แปลกใจเลยที่จะมีนักท่องเที่ยวพากันมาเที่ยวย่านนี้ เพราะมีธรรมชาติที่แตกต่างกันให้เห็นจนสติและปัญญาเกิดขึ้นและเห็นสัจจธรรมจากการเดินเพียงประมาณเกือบชั่วโมง

 

          วิถีชีวิตของมนุษย์ในแต่ละท้องถิ่นก็ย่อมมีเอกลักษณ์ของตน เราคงไม่สามารถไปตัดสินว่าที่ใดดีกว่าที่ใด เพราะแต่ละที่มีสิ่งแวดล้อมและเหตุผลที่ต่างกัน แต่ไม่ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร ก็คือธรรมชาติของมนุษย์....นั่นก็คือธรรมชาติของพวกเราในโลกนี้ทุกคนนั่นเอง เราไม่ได้ต่างกันเลยในความเป็นจริง ไทยกับแขกอินเดีย ก็ครือกัน ต่างมีวิถีชิวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตนให้มากที่สุดและถ้าคนในสังคมมีความสุขตามประสาของเขา นั่นแหละคือสิ่งที่มีคุณค่าและในระยะยาวอาจยั่งยืนกว่าการที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงสังคมไปตามกิเลสและเพื่อผลประโยชน์ของมนุษย์บางคนก็เป็นได้ ....นะมัส สะเต.....Old  Delhi แล้วเจอกันอีกแน่นอน

.........................................................

         ปล.ชมภาพอื่นๆ ได้ที่ http://www.polpage.com/india005mygalleryolddelhi.htm

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียน ดู รู้ เล่น ผจญภัยในโลกกว้างกับนักการทูต

คำสำคัญ (Tags)#old delhi

หมายเลขบันทึก: 119068, เขียน: 12 Aug 2007 @ 17:37, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:52, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

อัจฉรา เชาวะวณิช
IP: xxx.121.105.5
เขียนเมื่อ 12 Aug 2007 @ 17:44
เคยไปประชุมกับWHOเลยตามมาอ่านค่ะ   เขียนได้ละเอียดดีค่ะ
IP: xxx.121.105.5
เขียนเมื่อ 12 Aug 2007 @ 17:52

ลืมแจ้งว่าหมอเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญเหมือนกันค่ะ

พลเดช วรฉัตร
เขียนเมื่อ 12 Aug 2007 @ 20:32

เรียนคุณหมออัจฉราครับ

ขอบคุณครับที่ตามอ่านและเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญด้วย

การไปอยู่ที่อินเดียเป็นธรรมะจัดสรรครับ คงเป็นช่วงเวลาที่ต้องปฏิบัติและเฝ้าดูจิตของตนให้มาก โดยเฉพาะยืนหนอ 7 ครั้ง

อินเดียเป็นสนามรบที่โหดเหมือนกับการไปปฏิบัติที่วัดอัมพวันเลยครับ คุณหมอจะไปอินเดียอีกเมื่อไหร่ครับ ยินดีต้อนรับนะครับ

บัวชูฝัก
เขียนเมื่อ 12 Aug 2007 @ 22:10
  • สวัสดีครับ ท่านP วันนี้แวะเข้ามาเยี่ยมครับ
  • บรรยายได้ละเอียดมากครับ
  • เหมือนได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองเลยครับ
  • อินเดีย เป็นประเทศหนึ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากจะไปสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับ
  • จะคอยติดตามผลงานต่อไปนะครับ
พลเดช วรฉัตร
เขียนเมื่อ 12 Aug 2007 @ 23:22
P
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดเห็น อินเดียเป็นประเทศที่มหัศจรรย์ที่จะต้องหาโอกาสไปให้ได้ครับ โดยเฉพาะหากจะรำลึกถึงพระพุทธเจ้าของเรา
ยินดีครับ จะนำเรื่องเกี่ยวกับอินเดียมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ
เลยท่องเที่ยวตามคุณมาเรื่อยๆ สนุกสนาน เหมือนไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย คนที่รักในการปฎิบัติธรรม จะมีลักษณ์พิเศษ คือมองโลกในแง่ดี หรือสามารถมองสิ่งต่างๆ เป็นสองด้านได้เสมอ อาจจะด้วยกำลังแห่งสมาธิ ทำให้มองอะไรตามจริงได้มากขึ้น อินเดียนี่มีหิมะตกไหมคะ อยากไปสักครั้งเหมือนกันค่ะ
พลเดช วรฉัตร
เขียนเมื่อ 16 Aug 2007 @ 13:37

อินเดียเป็นทวีปที่ใหญ่ครับ ทางเหนืออากาศหนาวถึงหนาวมาก ที่นิวเดลี ทราบว่าอากาศหนาวถึง 0 องศาก็มีครับ เดี๋ยวหนาวนี้ก็คงรู้ครับ