“ตอนนี้ที่ศูนย์สิริกิติ์ กำลังมีงานหนังสือเด็ก ใครอยากไปบ้าง” ผู้เขียนถาม
“…………………………..????????”เด็กๆเงียบและทำหน้างงๆ
“คืออย่างนี้ ..............ตอนนี้.........ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ...........”ผู้เขียนยังพูดไม่จบ
“ศูนย์สิริกิติ์ อยู่ไหน”เด็กถาม
“อยู่แถวคลองเตย”ผู้เขียนตอบ“…………………………..????????”เด็กๆเงียบและยังทำหน้างงๆ
“คืออย่างนี้ ..............ตอนนี้.........ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กำลังมีงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 5 ป้าจะมาพาหนูไปซื้อหนังสือ ไปไหม ?”
ผู้เขียนพูดต่อจนจบพร้อมกับถามเด็กกลุ่มใหญ่ที่กำลังเล่นลูกแก้วบนลานดินเล็กๆที่อยู่ระหว่างเพิงไม้สองแถวที่หันหลังชนกันเด็กชายสองคนแสดงท่าทีกระตือรือร้นพร้อมตะโกนว่า “ไป ไป ผม ไป” แล้ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเพื่อนๆกลุ่มนั้น
กลางลานดินเหลือเด็กชายผิวคล้ำหน้าตามอมแมมผอมกระหร่องอยู่คนหนึ่งยืนอยู่ส่งตาแป๋วๆถามผู้เขียนว่า “ผมไปด้วยได้ไหม?” “ได้ซิ ไปเร็วไปแต่งตัว ป้าจะไปคอยอยู่ตรงหน้าชุมชนนะบอกพี่ๆเมื่อตะกี้ด้วย” ผู้เขียนตอบพลางออกเดินพร้อมกับที่เด็กชายตัวเล็กคนนั้นก็สาวเท้าก้าวยาวๆแซงหน้าผู้เขียนไป
สักพักหนึ่งเด็กหญิงสองคนเด็กชายสามคนรวมทั้งหมดห้าคนก็มาพร้อมกันหน้าที่ทำการชุมชนที่ผู้เขียนยืนคอยและคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่โครงการชวนอ่านหนังสือดีฯอีกหนึ่งคนและคุณอากรรมการชุมชน วันนั้นเราออกเดินทางกันด้วยรถแท็กซี่
เด็กๆกังวลว่าตนเองจะเมารถและอาเจียนจึงเตรียมถุงก๊อบแก๊บไปพร้อมและร้องขอให้ผู้เขียนบอกคนขับรถฯว่าจะขอหมุนกระจกลงนะ ระหว่างทาง เด็กบางคนคุยเสียงขรมว่าเคยไปที่นั่นที่นี่ บางคนบอกว่ามีญาติอยู่คลองเตยด้วยแต่ก็บอกต่อว่าไม่รู้ว่าคลองเตยอยู่ตรงไหนและขอให้ชี้บอกด้วยถ้าถึงคลองเตยแล้ว เด็กบางคนมองออกไปนอกหน้าต่างเงียบๆ ไม่รู้ว่าเด็กแต่ละคนคิดอะไร

กิจกรรมที่ปล่อยให้เด็กมีโอกาสซื้อหนังสือที่อยากอ่านตามใจชอบนั้น เป็นประสบการณ์ที่เด็กสนุกมาก เด็กได้เลือกหนังสือด้วยตนเองอย่างอิสระ เด็กๆบอกว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ทำกิจกรรมแบบนี้ ก่อนหน้านั้นเมื่อถามเด็กถึงเรื่องการอ่านหนังสือ คำตอบของเด็กสะท้อนให้รู้ว่าการอ่านในความคิดของเด็กคือการเรียน ถ้าเป็นกิจกรรมที่เป็นความเพลินเพลิดคือการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือ การเล่นลูกแก้ว ภาพที่เด็กนำหนังสือที่ซื้อมาชื่นชม มานั่งดู นั่งอ่าน พลิกซ้ายพลิกขวาสื่อสารออกมาว่าการอ่านน่าจะเป็นสัญชาตญาณอีกอย่างหนึ่งของเด็กๆ เหมือนการเล่น
แต่สัญชาตญาณนี้หายไปตั้งแต่เมื่อไร?
และ เพราะอะไร?
อีกอาทิตย์หนึ่งต่อมาผู้เขียนพร้อมกับเจ้าหน้าที่โครงการฯเข้าไปในชุมชนอีกเพื่อพบกับเด็กๆกลุ่มเดิมปรากฏว่า
- โบ๊ท(เด็กชายวัย 13ปีเรียนอยู่ชั้นป6 )กำลังช่วยแม่เลี้ยงน้องเล็กๆ 2 คน
- กาย(เด็กชายวัย 12ปี เรียนอยู่ชั้นป5)ไม่อยู่บ้านไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์
- เพชร(เด็กหญิงวัย12ปีเรียนอยู่ชั้นป5)กำลังช่วยแม่เลี้ยงน้องเล็กๆ 1 คน
วันนั้นจึงพบเพียงแต่เนียม(เด็กหญิงวัย12ปีเรียนอยู่ชั้นป6)และเคน(เด็กชายผิวคล้ำผอมกระหร่องวัย 8 ขวบเรียนอยู่ชั้นป1และเป็นน้องชายของโบ๊ท) เนียมกับเคน ส่งเสียงเซ็งแซ่ว่าเมื่อไรจะพาไปซื้อหนังสืออีกแล้ว ต่างคนต่างวิ่งกลับไปหยิบหนังสือของตนเองออกมา “ เคน”เด็กชายหยิบหนังสืออกมาจากถุงพร้อมบอกว่า “ สอนอ่านบ้างซิ” เคนอ่านหนังสือไม่ออก นอกจากเนียมและเคนแล้วมีเด็กๆอีก 5 คนเป็นพี่จบป.6ไม่ได้เรียนต่อแล้วหนึ่งคน กำลังเรียนอยู่ม.1 1คน อยู่ป 1 2 คน อยู่ป.4 อีก 1 คน วันนั้นเด็กต่างวัย 7 คนตั้งวงอ่านหนังสือด้วยกัน เวลาน้องอ่านไม่ออกพี่ๆก็จะสอนสะกด แม้จะมีการด่าทอ เหน็บแนมกันบ้าง
แป้งเรียนอยู่ชั้น ป 4 ยืมหนังสือนิทานเรื่องขนเทากับเงาในน้ำ ซึ่งเป็นหนังสือของโครงการฯไปอ่านแม้จะหนักใจว่าน้องชายต่างบิดาวัยไม่ถึงขวบจะทำหนังสือขาดแต่เธอก็อยากอ่าน ในที่สุดก็อดใจไม่ได้ขอยืมไป ก่อนกลับ ผ่านบ้านของแป้งแอบเห็นว่าแป้งนำหนังสือไปซุกไว้ในกระเป๋าหนังสือเรียนที่แขวนไว้ข้างฝา
พิมวัย 8 ขวบยืมหนังสือของโครงการฯเรื่องจันทร์เจ้าขาไปอ่านบอกว่าชอบท่อง “จันทร์เอยจันทร์เจ้า..............ขอข้าวขอแกง........... ”มาก พร้อมทั้งถามอย่างอายๆว่าหนูพกหนังสือไปโรงเรียนได้ไหม แหม ก็ต้องได้อยู่แล้ว สัญญากับป้าว่าจะดูแลรักษามันอย่างดีนะ พิมยิ้มร่า ลูบคลำหนังสืออย่างดีใจ
ทอมบี้พี่ชั้นม 1 ยืมโดเรมอนของเคนไปอ่าน บอกว่าชอบอ่านการ์ตูนมาก
บรรยากาศของการอ่านร่วมกันแม้ว่าเพ่งเริ่มต้นก็ได้เห็นแง่มุมน่ารักๆ ของการแบ่งปัน ถึงแม้ว่าวันนี้หนังสือยังไม่ใช่ของพวกเขาเอง แต่ก็จุดประกายให้สัญชาติญาณการอ่านของเด็กกลับคืนมาอีกครั้งแม้จะเป็นเพียงการเริ่มต้น
ท้ายที่สุดก่อนจากเด็กๆ เนียมและเคนบอกว่าอยากไปซื้อหนังสืออีก เด็กที่อยู่ในที่นั้นร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าขอไปด้วย ขอไปด้วย เนียมบอกว่าอย่าไปกันเยอะเลย ไปเป็นกลุ่มเล็กๆดีกว่า
จากที่ได้ลงพื้นที่และได้เริ่มนำเด็กเข้าสู่โลกแห่งหนังสือและการอ่านบ้างแล้วนั้นเบื้องต้นพบว่าเด็กชอบอ่านหนังสือแต่ที่เด็กไม่อ่านเพราะอะไรนั้นคงต้องค่อยๆแกะรอยกันไป
สรวงธร นาวาผล http://www.bookandreading.com 

สวัสดีคะ
เดือนหน้าก็จะมีงานสัปดาห์หนังสือแล้ว อ่านบันทึกนี้แล้ว เห็นน้องๆ สนุก กันน่าดู
แวะมาเขียนบันทึกบอกเล่าเรื่องราวดีๆ กันอีกนะคะ