ประวัติความเป็นมาของอักษรไทยน้อย 

 

                อักษรไทยน้อย เป็นอักษรที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มคนไทยลุ่มแม่น้ำโขง คือล้านช้างและภาคอีสานของประเทศไทย โดยดินแดนทั้งสองส่วนนี้มีรูปแบบและวิวัฒนาการของอักษรที่ใช้นั้นร่วมกัน ชาวอีสานเชื่อกันว่าอักษรไทยน้อยเป็นอักษรดั้งเดิมของชาวไทยน้อย พิทูร มลิวัลย์ เห็นว่า ดูตามชื่อแล้วอักษรไทยน้อยน่าจะมีความหมายเกี่ยวพันกับชาวไทยน้อยซึ่งคู่กับชาวไทยใหญ่

           คงเดช ประพัฒน์ทอง ได้แสดงความเห็นจากข้อสันนิษฐานของเซเดย์ เกี่ยวกับภาษาและอักษรของไทยน้อยไว้ว่า พวกไทยน้อยที่อยู่ในดินแดนเหนือห่างไกลจากกรุงกัมพูชา ไม่ได้ถูกฤทธิ์อำนาจของขอมครอบงำ  ภาษาของเขาไม่มีคำเขมรสักคำเดียว  แลตัวอักษรที่ใช้ก็เป็นอักษรไทยเดิมที่เซเดย์ได้สันนิษฐานมา      แล้วว่าชนชาติไทยได้แบบอักษรมาจากมอญโบราณ อักษรมอญโบราณนั้นเป็นต้นเค้าของอักษรมอญ อักษรพม่า ในปัจจุบันนี้ และตั้งแต่ครั้งโบราณมักเขียนเป็นตัวกลม เพราะฉะนั้นอักษรไทยเหนือ ทั้งไทยใหญ่และไทยน้อยจึงมีรูปสัณฐานกลม แต่ไม่ไม่ใช่เพราะเกิดจากอักษรพม่า

                อักษรไทยน้อยเป็นอักษรที่วิวัฒนาการไปจากอักษรสุโขทัยสมัยพระยาลิไท โดยพระยาลิไทได้ทรงฟื้นฟูพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ขึ้น ทำให้กรุงสุโขทัยเป็นศูนญ์กลางของพระพุทธศาสนา พระองค์ได้ส่งสมณทูตไปเผยแผ่พุทธศาสนาในอาณาจักรไทยต่างๆ ดังที่ปรากฏในตำนานมูลศาสนาว่า มีสมณทูตจากสุโขทัยไปเผยแผ่ศาสนาที่อโยธยา หลวงพระบาง น่านและเชียงใหม่ ซึ่งมีพระสุมนเถระเป็นสมณทูต การที่พุทธศาสนาจากเมืองสุโขทัยแผ่ขยายเข้าสู่อาณาจักรไทยอื่นๆในสมัยพระยาลิไทนี้เองเป็นปัจจัยสำคัญให้อักษรไทยน้อยแพร่ขยายไปสู่อาณาจักรและหัวเมืองเหล่านั้นด้วย ในการศึกษาศิลาจารึกในอาณาจักรล้านช้าง เรายังไม่พบศิลาจารึกที่จะเชื่อได้แน่ว่าสร้างขึ้นในสมัยการเผยแผ่พุทธศาสนาครั้งนี้ นอกจากจารึกลายเขียนสีที่ผนังถ้ำนางอัน รูปแบบอักษรอนุมานได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยนั้นหรือใกล้เคียงกัน และจารึกลายเขียนสีที่ผนังถ้ำนางอันนี้น่าจะเป็นอักษรต้นแบบของอักษรไทยน้อย

                ครั้นเมื่ออาณาจักรล้านช้างและล้านนาได้มีความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองการปกครองและด้านเครือญาติใกล้ชิด โดยพระเจ้าโพธิสาลราชแห่งอาณาจักรล้านช้างได้อภิเษกกับพระธิดาของพระเมืองเกษเกล้ากษัตริย์เชียงใหม่ ได้นำคัมภีร์และเถรมหาเถระไปสู่อาณาจักรล้านช้าง ในช่วงปลายราชวงศ์มังรายนั้นอาณาจักรล้านนาไทยเชียงใหม่ได้ใช้อักษรสุโขทัยเป็นอักษรทางพระพุทธศาสนา อักษรไทยสุโขทัยนี้ได้มีการผสมผสานกับอักษรท้องถิ่นคืออักษรยวน จนมีรูปต่างไปจากอักษรสุโขทัยต้นแบบ เรียกอักษรที่เกิดขึ้นนี้ว่า อักษรฝักขาม อักษรฝักขามจึงเข้าไปมีอิทธิพลต่อการคลี่คลายรูปแบบของอักษรไทยน้อย ส่วนภาคอีสานในสมัยโบราณนั้นรับวัฒนธรรมจากอาณาจักรล้านช้าง(ประเทศลาว)ได้สะดวกกว่าจากอยุธยาเพราะภูมิประเทศบังคับ ตัวอักษรไทยน้อยของภาคอีสานจึงรับอิทธิพลจากตัวหนังสือฝักขามของเชียงใหม่โดยผ่านทางอาณาจักรล้านช้างอีกทอดหนึ่ง เท่าที่ค้นพบแล้วตัวอักษรไทยน้อยในภาคอีสานที่เก่าแก่ที่สุดปรากฏในศิลาจารึกวัดแดนเมือง จังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๐๗๓ ส่วนในประเทศลาวศิลาจารึกอักษรไทยน้อยที่เก่าแก่ที่สุดได้แก่ จารึกวัดบ้านสังคะโลก พ.ศ. ๒๐๗๐  และ พ.ศ. ๒๐๙๐ พระเจ้าชัยเชษฐาได้ทรงนำเอาวรรณคดีชาดกและช่างฝีมือจากเชียงใหม่ไปล้านช้าง ทำให้อักษรไทยน้อยในอาณาจักรล้านช้างได้วิวัฒนาการคลี่คลายรูปแบบไปบ้าง

                สิ่งที่แสดงถึงอิทธิพลของอักษรฝักขามต่ออักษรไทยน้อยในอาณาจักรล้านช้าง ประการหนึ่งที่เห็นชัดคือ การมีอักขรวิธีของอักษรตัวธรรมปะปนอยู่ด้วย ดังหลักฐานที่พบจากศิลาจารึกวัดแดนเมือง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๐๗๘  ซึ่งศิลาจารึกหลักนี้น่าจะเป็นแบบอย่างของศิลาจารึกที่สร้างขึ้นภายหลังจากนี้ ของอาณาจักรล้านช้าง และบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ที่นิยมการเขียนอักษรไทยน้อย โดยเอาวิธีการของอักษรตัวธรรมปะปนเข้ามาเป็นทวีคูณ จนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอักษรไทยน้อย จึงพบเอกสารใบลานและศิลาจารึกที่สร้างขึ้นมาในสมัยหลังมีอักขรวิธีของอักษรตัวธรรม  และอักษรบางตัวของอักษรตัวธรรมเข้ามาปะปนอย่างมาก

                อักษรไทยน้อยในอาณาจักรล้านช้างและในภาคอีสาน ในสมัยต่อๆมาก็ได้มีวิวัฒนาการรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากอาณาจักรล้านช้าง ได้ตกอยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศส อักษรไทยน้อยในอาณาจักรนี้ได้วิวัฒนาการไปโดยมีการเพิ่มวรรณยุกต์และเปลี่ยนแปลงรูปอักษรบางตัวจนรูปแบบต่างๆต่างไปจากเดิม เรียกชื่ออักษรใหม่นี้ว่าอักษรลาว ส่วนอักษรไทยน้อยในภาคอีสานไม่มีวิวัฒนาการต่อไป เนื่องจากอักษรไทยปัจจุบันเข้าไปมีบทบาทแทน

          อักษรไทยน้อยที่พบในประเทศไทยนั้นส่วนมากจะพบอยู่ทางภาคอีสาน แต่ก็พบว่ามีกระจายอยู่ในแถบภาคกลาง ที่มีกลุ่มคนไทยเชื้อสายลาวอาศัยอยู่ เช่น ในจังหวัดนครปฐม และสุพรรณบุรีเป็นต้น อักษรไทยน้อยเหล่านี้นิยมจารลงในใบลาน มากกว่าจะเขียนลงบนกระดาษสมุดโบราณ เรื่องที่จารลงในใบลานนั้น มักเป็นนิทาน ตำนาน คำสอนต่างๆ ที่เป็นสุภาษิต และแต่งเป็นบทกลอนทำนองนิยายหรือนิทานพื้นเมือง เรื่องที่จารด้วยอักษรไทยน้อยนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของชาวบ้าน เท่ากับเป็นหนังสืออ่านเล่นประโลมโลก หรือทำนองวรรณกรรม จารุบุตร เรืองสุวรรณ กล่าวถึงการใช้อักษรไทยน้อยว่า ตัวไทยน้อย ใช้ในกิจการฆราวาส ส่วนเอกชนหรือราชการ งานเมือง วรรณคดี หรือนิทานชาดก

                พิสูจน์ ใจเที่ยงกุล  ได้พบอักษรไทยน้อยในชุมชนที่มีคนไทยเชื้อสายลาว ๒ เชื้อสายคือ พบเรื่องข้องคอกุ้น ที่วัดโพรงมะเดื่อ ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เป็นอักษรไทยน้อยที่จารโดยชาวไทยเชื้อสายลาวครั่ง ซึ่งเชื่อว่าบรรพบุรุษได้อพยพมาจากอาณาจักรล้านช้าง เรื่องนี้ พิสูจน์ ใจเที่ยงกุลนำมาวิจัยเป็นวิทยานิพนธ์ ปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยศิลปากร

                อีกเรื่องคือเรื่อง ไพยะสาน เป็นอักษรไทยน้อย พบในชุมชนชาวไทยเชื้อสายลาวพวนที่ วัดอู่ทอง ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

          นอกจากนี้ พิสูจน์ ใจเที่ยงกุล ยังพบหนังสือผูกที่จารด้วยอักษรไทยน้อย ที่จังหวัดนครปฐมอีกหลายเรื่อง ซึ่งต้นฉบับส่วนหนึ่งยังอยู่กับ พิสูจน์ ใจเที่ยงกุล และ รศ.สิริวัฒน์ คำวันสา

                                                                เรียบเรียงโดย พิสูจน์ ใจเที่ยงกุล (ศศ.ม.จารึกภาษาไทย)