เขายอมทำอาหารเลี้ยงเพราะอยากส่งเสริม และได้บุญจากการดูแลเรานั่นเอง

  ความที่เราเป็นผู้หญิง เลยคิดว่าโอกาสบวชเรียนเป็นภิกษุก็ไม่มี ฉะนั้น อย่างหนึ่งที่อยากรู้ก็คือ การบิณฑบาตร พระเวลาเดินไปบิณฑบาตรท่านมีความรู้สึกอย่างไร คราวนี้เราได้มาปลีกวิเวก ต้องไปขอข้าวเขากิน แม่ชีคนเก่งได้เอาชามโคมมาให้ 1 ใบ บบอกว่าไว้ใส่อาหารมากินที่เรือนพัก สายวันนั้น ก่อนเพล เราได้ฝึกเดินจงกรม พิจารณาอาการทางกาย ว่าเราจะมีสติ ดูตามอิริยาบทสักกี่มากน้อย อยากจะบอกว่าทั้งหมด นี้ เป็นการมาเรียนรู้เอง ไม่ได้ศึกษามาก่อน อาจเพียงแค่ฟังๆเขาพูดกัน แต่มานึกว่าเราก็ลูก พระพุทธเจ้า ต้องปฏิบัติจริงๆ ขณะเดินมาใกล้ เรือนแม่ชีอีกคนที่เมตตาทำอาหารเลี้ยง โดยเธอกินเจ ได้ยินบทสนทนาของเธอกับใครสักคน ประมาณว่า กำลังทำอะไร แม่ชีก็ตอบว่า กำลังเตรียมอาหารให้นักปฏิบัติ หมายถึงเรา พอได้ยิน มันบังเกิดความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้น คือ นี่เขามองเราเป็นนักปฏิบัติ เขายอมทำอาหารเลี้ยงเพราะอยากส่งเสริม และได้บุญจากการดูแลเรานั่นเอง วันหลังเขาได้บอกถึงขนาดว่าเราเป็นเนื้อนาบุญ ของเขาเชียว มันตื้นตันใจ และคิดในบัดดลว่า เราจะทำอะไร ให้สมกับคำว่าเนื้อนาบุญ จึงเก็บทุกอย่างที่คิดว่าเป็นความดี ตั้งแต่ การคิด การพูด และการกระทำ ตลอดการปฏิบัติธรรม ถึงเวลาสวดมนต์ก็ตั้งใจไปสวดมนต์ ถึงเวลาทำสมาธิก็ทำ เก็บกวาดสถานที่ก็ต้องทำ นอกจากนี้จะพูดจา ก็ล้วนแต่เรื่องธรรม และการยกจิตใจกันและกัน ทุกวันเมื่อถึงเวลาถือชามไปใส่ข้าว จึงรู้สึกสบายใจขึ้น ส่วนการปฏิบัติธรรมนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะกำลังนั่งสมาธิอยู่คนเดียว ก็มีความรู้สึก ถูกกระตุกแขนอย่างแรง จนมือที่ซัอน  บนตักถูกยกขึ้น ก็ตกใจเหมือนกัน แต่มีกัลยาณมมิตรท่านหนึ่งบอกไว้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น ให้แผ่เมตตาสุดประมาณ จึงนั่งแผ่เมตตาแล้วนั่งต่อไป และจิตใจก็มิได้หวั่นไหวแต่ประการใด คราวหน้าจะมีเรื่องที่กลัวจริงๆมาเล่าให้ฟังกัน