- อัลลอฮฺทรงสร้างมนุษย์เพื่อเคารพภักดีพระองค์
- นั่นคือ "ฟิตเราะฮฺ"หรือ"ธรรมชาติ"ของมนุษย์ โดยเหตุนี้ความรู้สึกที่ จะต้องเคารพภักดีพระเจ้าจึงถูกฝั่งอยู่ในสัญชาติญาณ และจิตวิญญาณ ของมนุษย์ ไม่ว่ามนุษย์จะอยู่ที่ไหนก็ตาม ในเมืองที่มีความเจริญล้ำยุค หรือในป่าเขาลึกที่ห่างไกลความเจริญ ความรู้สึกว่าต้องเคารพ สักการะ พระผู้สร้างเขามานั้นดำรงอยู่ในตัวของมนุษย์ และมันแสดงออกมาในรูป ของพิธีกรรมทางศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี และหรือวิถีชีวิตของ พวกเขา
- "ผู้เคารพภักดีพระเจ้า” คือตำแหน่งที่แท้จริงของมนุษย์ และการกลับคืนไป สู่ตำแหน่งที่ถูกต้องดังกล่าวมีความจำเป็นและสำคัญต่อมนุษยชาติทั้งมวล
- จะเป็นอย่างไร? ถ้าปลาต้องอยู่บนบก !!! แน่นอนครับที่นั่นไม่ใช่ที่ของมัน
- มัสยิด คือศาสนสถานสำคัญในอิสลาม มันคือ “ชีอาร” หนึ่ง หรือ “สัญลักษณ์” หนึ่งที่บ่งบอกว่า ที่ๆมันปรากฏตั้งอยู่มีชุมชนซึ่งกิจกรรมทาง จิตวิญญาณ ของชุมชนหรือสังคมนั้นยังคงดำรงและมีชีวิตอยู่
- มัสยิด แม้ว่าจะเป็นสถานวัตถุแต่มันมิได ้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกิจกรรมทาง วัตถุนิยม มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกิจกรรมทางจิตวิญญาณ รองรับการ เรียกร้องของจิตวิญญาณที่ปรารถนาการเคารพภักดีและสักการะผู้ที่สร้างเขาขึ้นมา รวมถึงการวอนขอความช่วยเหลือต่างๆ
- มัสยิดจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ “ฟิตเราะฮฺ” หรือ “ธรรมชาติ” และกิจกรรมของจิตวิญญาณดังกล่าวของมนุษย์ เป็นสถานที่ ที่ความสัมพันธ์ของผู้ถูกสร้างกับผู้สร้างได้เกิดขึ้นตามรูปแบบและวิธีที่ ผู้สร้างได้แนะนำและมันได้ถูกแสดงและอธิบาย โดยบางคนจากมวลมนุษย์ ซึ่งได้รับเลือกจากพระผู้สร้าง ซึ่งได้รับการขนานนามจากพระผู้สร้างว่า “รอซูลุลลอฮฺ” หรือ “ศาสนทูตของอัลลอฮฺ”
- การไปมัสยิดเพื่อเคารพภักดีหรือละหมาดที่เป็นฟัรฎูในนั้น อุปมาดั่งปลา ที่แวกว่ายอยู่ในน้ำ และที่นั่นคือที่ของมัน
- ผู้ที่ไปละหมาดฟัรฏูที่มัสยิด อาจกล่าวได้ว่า คือผู้ที่ธรรมชาติดั้งเดิมของเขา ตามที่อัลลอฮฺได้สร้าง ยังคงความบริสุทธิ์ และเป็นปกติอยู่ ปราศจากสิ่งอื่น ใดมาครอบงำ และธรรมชาติดั้งเดิมนั้นยังคงชักนำเขาไปยังที่ที่เหมาะสม กับตำแหน่งของมันเสมอ
- ในขณะที่ผู้ไม่ไปมัสยิดนั้น แน่นอนว่า มันได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นใน “ฟิตเราะฮฺ” หรือ “ธรรมชาติดั้งเดิม” ของเขา หรือไม่ก็มีบางสิ่งได้เข้าไป ยึดกุมและส่งอิทธิพลครอบงำจิตวิญญาณของเขา และมันได้ชักนำเขาไป ยังสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่มัสยิด และแม้ว่า เขาจะยังคงละหมาดฟัรฎูครบ 5 เวลาก็ตาม แต่มันได้ลด “บทบาทหรือตำแหน่ง” ของเขาลง และกีดกันเขา จาก “ตำแหน่งที่แท้จริงของมัน”
- จึงไม่แปลกที่ ในปัจจุบันนี้ แม้ว่ามุอัซซิน จะประกาศเรียกร้องเชิญ ชวนเพียงใดว่า “ฮัยยาอาลัศศอละฮฺ ฮัยยาอะลัลฟะละฮฺ” “จงมาสู่การ ละหมาด จงมาสู่ความสำเร็จ ความเจริญก้าวหน้า” ก็ตาม อุมมะฮฺ (ประชาชาติ) นี้ก็ยังคงห่างไกลและไม่อาจบรรลุตามเจตนารมณ์แห่งคำ ประกาศ เชิญชวนดั่งกล่าว
- และนี่คือโจทย์ที่ท้าทายสำหรับประชาชาตินี้ ณ ที่ใดก็ตามที่เขาดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ บ้าน ชุมชน สังคม องค์กร หน่วยงาน หรือสถาบันหนึ่ง สถาบันใด ก็ตาม มันคือรากฐานที่สำคัญ อุปมาดั่งเสาเข็มที่ตอกลึกลง ไปในแผ่นดิน เพื่อเป็นฐานรากที่จะรองรับการก่อสร้างอุมมะฮฺ (ประชา ชาติ) นี้
- มันคือสิ่งแรกที่ประชาชาตินี้จะต้องสร้างให้เกิดขึ้น ณ ที่ใดก็ตามที่เขา ดำเนินภารกิจของเขาอยู่ และเพื่อว่า เจตนารมณ์แห่ง “ฮัยยาอาลัศศอละฮฺ ฮัยยาอะลัลฟะละฮฺ” “จงมาสู่การละหมาด จงมาสู่ความสำเร็จ ความเจริญ ก้าวหน้า” จะสามารถเกิดขึ้นเป็นจริงในยุคสมัยของเรา อินชาอัลลอฮฺ

อยากเรียนถามอาจารย์ว่า ที่มัสยิด กับ ที่บ้าน ผู้หญิงควรละหมาดที่ไหนดีกว่ากันคะ เพราะผู้รู้คนที่หนึ่งแนะนำให้ละหมาดที่มัสยิดจะดีกว่า แต่ตอนนี้มีผู้รู้อีกคนแนะนำว่า ผู้หญิงควรละหมาดที่บ้านจะดีกว่า
เลยค่อนข้างสับสนค่ะ