หลักการวิสาหกิจชุมชน..ตามตำรา

ที่ผ่านมา ปี 2540 เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนหรือหมู่บ้าน   โดยการทำให้รูปแบบธุรกิจชุมชนเกิดขึ้นแล้ว  ทำให้เกิดปัญหาหลายประการ  เช่น

1. การจัดการเรื่องกลุ่มธุรกิจของชุมชนไม่มีประสิทธิภาพ

2.ไม่มีกฎหมายรองรับในการทำกิจกรรมต่าง ๆ (เช่นออมทรัพย์,น้ำผลไม้ ต้องมี อย.) ตอนนี้มี พรบ.วิสาหกิจชุมชน ปี 2548แล้ว

3.ไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนในการลงทุนได้ (เพราะธนาคารไม่ให้กู้) ตอนนี้มี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดย่อม แล้ว

4.ไม่มีองค์กรที่แน่นอนในการส่งเสริม (ไม่ชัดเจน) ให้เป็นที่มาของ สสวช.(สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน)

เหล่านี้เป็นต้น  เป็นจุดที่เกิดจากการหักเหของเศรษฐกิจชุมชนใน ปี 2540 ที่ล้มเหลว  มีการกล่าวถึง "การสร้างฐานรากของการพัฒนา" ทางด้านเศรษฐกิจชุมชน  โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนกระบวนทรรศน์ดังต่อไปนี้

1.ปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์จากฐานปัจเจกเป็นกลุ่มเป็นชุมชนเป็นเจ้าของแล้วเอื้อประโยชน์แก่คนในชุมชน

2.ปรับกระบวนทรรศน์จากการทำงานแบบทำคนเดียว ในครอบครัว เป็นระบบกลุ่ม

3.ปรับกระบวนทรรศน์จากนักการเกษตร เป็นผู้ประกอบการและนักการตลาด

4.ปรับกระบวนทรรศน์จากนักบริหารการเงินปัจเจก มาเป็นการบริหารการเงินมีระบบบัญชี และการตรวจสอบที่โปร่งใส

5.ปรับกระบวนทรรศน์จากฐานการครอบครองเทคโนโลยีส่วนตัวมาเป็นส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยสมาชิกได้รับการถ่ายทอดความรู้และทักษะการจัดการด้านต่าง ๆ

6.ปรับกระบวนทรรศน์โดยการปรับทัศนคติค่านิยมของชุมชนส่งเสริมให้ลูกหลานทิ้งถิ่น เป็นกลับมาทำงานในชุมชนโดยไม่มีฐานะทางสังคมใด ๆ มารองรับ

หลักการของ "วิสาหกิจชุมชน" จึงมักเอาระบบข้างต้นที่มีการปรับเปลี่ยนไปแล้ว  เป็นตัวตั้ง เพื่อพิจารณาว่า ได้จัดเป็น วิสาหกิจชุมชนแล้ว