เอกสารร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับลงประชามติอยู่ในกล่องรับจดหมายหน้าบ้านปากเกร็ดอยู่แล้ว เมื่อผมกลับมาถึงบ้านเย็นวันที่ 21 ก.ค. 50
มีถึง 309 มาตรา ผมรู้สึกว่าลงรายละเอียดมาก และรู้สึกว่ามีบุคลิกของรัฐธรรมนูญฉบับหลังการปฏิวัติ
ความทันสมัย ได้แก่ มีสาระที่แสดงเจตจำนงให้
• มีการเมืองภาคประชาชน เข้าไปควบคุมตรวจสอบการเมืองภาคตัวแทน หรือการเมืองเลือกตั้ง อีกชั้นหนึ่ง
• ป้องกันรัฐข่มเหงประชาชน หรือรัฐเข้าไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
• ย้ำการกระจายอำนาจการปกครองประเทศ
โดยการมองต่างมุม ผมรู้สึกว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญพยายามทำให้มีความครอบคลุม มีความกระจ่างชัด คล้ายๆ สร้างพิมพ์เขียวของการเมือง หรือการใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของปวงชน ซึ่งผมคิดว่าทำไม่ได้ในโลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และซับซ้อนซ่อนเงื่อน เช่นนี้
ผมมอง (แบบคนไร้เดียงสาทางการเมือง) ว่ารัฐธรรมนูญต้องเปิดโอกาส และส่งเสริม ให้เกิดการเรียนรู้ภาคประชาชนอย่างกว้างขวางจริงจัง มองรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องกำหนดตายตัว
วิธีมองของผมคงเชยแหลก เพราะคงจะผิดหลักการของนักกฎหมาย แต่ผมใช้มุมมองของการเรียนรู้ มุมมองของสังคมปัญญา ไม่ใช่สังคมอำนาจ
เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญ และใช้รัฐธรรมนูญแบบสังคมอำนาจนิยม ไม่ใช่สังคมเรียนรู้นิยม หรือปัญญานิยม ประชาธิปไตยไทยจึงกระโดกกระเดกมา 75 ปี และดูท่าจะยังกระโดกกระเดกอีกนาน เพราะตกหลุมดำแห่งประชาธิปไตยอำนาจนิยม ไม่ใช่เรียนรู้นิยม
วิจารณ์ พานิช
22 ก.ค. 50
เอกสารร่างรัฐธรรมนูญนี้มีความเป็นกลางค่อนค้างสูงแต่มีหลากหลายฝ่าย คิดแตกต่างออกไปจึงึคิดว่ารน่าจะมีความแสดงว่ารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมีความเป็นกลางจริง ด้วยหลักฐานหรืออาจจะใช้รฐธรรมนูญแบบสังคมอำนาจนิยม ก็ได้นะคะ