Composed by Waranont Naiyananont

โดย วรานนท์ นัยนานนท์..

การบริหารงานโครงการ กับ การจัดการองค์ความรู้ (ตอนที่ 1)

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวนะครับ.. วรานนท์ นัยนานนท์, ปัจจุบันผมทำงานเกี่ยวกับด้านการบริหารงานโครงการ หรือที่เรียกกันว่า Project Management กับบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ให้บริการด้านระบบฐานข้อมูลและการพัฒนาระบบ และให้บริการการเป็นที่ปรึกษาใน 3 ขอบเขตหลักคือ (1) การบริหารงานโครงการ/Project Management, (2) การปรับปรุงกระบวนงาน/Process Improvement, (3) การจัดการองค์ความรู้/Knowledge Management ซึ่งการให้คำปรึกษาในบริการที่สามนี้ เราให้ความสำคัญเรื่องของ Intellectual Capital เป็นประเด็นหลัก คือการเข้าไปวัดค่า IC ขององค์กร จากนั้นจะทำการเปลี่ยนกลับมาให้อยู่ในรูปของตัวเลขที่แสดงมูลค่าทางการบัญชีต่อไป

กลับมาเรื่องของเนื้อหาที่ผมต้องการแบ่งปันกันดีกว่านะครับ สิ่งที่ผมจะแบ่งปันต่อไปนี้มาจากประสบการณ์สิบกว่าปีของผมที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่สนใจ.. เหตุผลที่ผมยกเรื่อง PM vs. KM มาเป็นประเด็นในการเล่านี้ เนื่องจากผมได้ทำงานในสาย PM จนกระทั่งวันหนึ่งได้เข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทแห่งนี้ และได้พบเพื่อนร่วมงานท่านหนึ่งที่รับผิดชอบในสายงาน KM ขององค์กร มีการประสานงานในบางส่วนที่เชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ เรื่องแนวคิด ผมว่าหลายท่านคงจะเดาออกและเข้าใจดี เนื่องจากงานทางด้าน PM และ KM มีขั้วทางความคิดที่ค่อนข้างต่างกันพอสมควรนั่นเอง PM เป็นสายงานที่เน้นในเรื่องของการทำงานบนพื้นฐานของความเป็น "ระบบ" มีมาตรฐาน และวางทุกอย่างให้มีแบบแผนอย่างชัดเจน ส่วนในทางของ KM แล้ว คงมุ่งเน้นไปในเรื่องของการเข้าใจและจัดการสิ่งที่มีอยู่ในตัวของ "คน" แต่สุดท้ายแล้วจริงๆ ก็คงหนีไม่พ้นกันก็คือ เราทำงานโดยมีพื้นฐานของการบริหารจัดการเรื่องที่มาจาก "คน" ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ทำให้ผมหยุดคิดขึ้นมาได้ว่า หากผมต้องการอยู่ในสายงานของ PM ที่มีคุณค่าเพิ่มมากกว่าแค่การบริหารงานโครงการแบบ Traditional method แล้ว ผมน่าจะหาวิธีที่จะทำให้ "ระบบ" และ "คน" อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว และผมต้องทำให้สองสิ่งนี้สนับสนุนกันและกัน ตลอดจนให้เกิดการพัฒนา และนวัตกรรมทางการบริหารแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งก็นับเป็นโชคดีของผมที่ได้มีโอกาสในการเรียนรู้เรื่อง KM โดยโอกาสหนึ่งที่สำคัญและเป็นประสบการณ์อย่างมากกับชีวิตการเรียนรู้ของผมคือ การร่วมงานสัมมนา Knowledge & Innovation Bangkok International Conference 2007 มีผู้เข้าร่วมบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญคือ Professor Leif Edvinsson ผู้คิดค้นทฤษฎี IC หนึ่งในแนวคิดหลักของ KM ท่านศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ และท่านผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ ผมยังได้เข้ารับการฝึกอบรมเรื่อง IC Measurement จากทีมงานของประเทศเบลเยี่ยม และยังได้มีโอกาสร่วมงานไปพร้อมกับการเรียนรู้เรื่องราวและหลักการต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเรื่อง KM จึงทำให้ผมเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับ KM และเริ่มสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่ผมได้เล่ามาข้างต้น คงเป็นเพียงหนึ่งในประสบการณ์ที่สร้างความตื่นตัวและพาให้ผมเข้ามาสู่เส้นทางของการเรียนรู้เรื่อง KM แต่สำหรับสิ่งที่ผมจะเล่าต่อไป ว่าทำไมผมจึงมอง KM เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ PM ของผมสมบูรณ์แบบได้ คงต้องขอยกไปไว้ในตอนต่อไปนะครับ หวังว่าทุกท่านคงไม่ผิดหวังกับการเข้ามาอ่านบล๊อกของผมในครั้งนี้ และจะยังคงติดตามตอนต่อไปของผมนะครับ พบกันในตอนต่อไปครับ.. ขอบคุณมากครับ