เช้าวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2548  ตื่นนอนเช้าที่สุดคือ 6 โมงครึ่ง รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้าน เมื่อคืนนอนดึกเพราะมัวเก็บสัมภาระแต่ก็หลับดี (วันนี้เป็นวันเกิดของน้องขลุ่ย ลูกชายคนเล็กที่ครบ 3 ขวบเต็ม วันเกิดของลูกๆผมจะจำได้ง่ายเพราะทุกคนเกิดวันที่ 3 เหมือนกันหมด ต่างกันที่เดือนแต่ก็จำง่ายเพราะเป็นเดือนที่มีวันสำคัญอยู่คือเมษายน สิงหาคมและธันวาคม เรียกว่าเกิดกันคนละฤดูเลย)  ลุกอาบน้ำเป็นคนแรก แต่งตัวเสร็จวันนี้ไม่ได้กินอาหารเช้าที่ห้องอาหารหน้าบ้านพัก กะว่าจะไปทานที่สนามบินเลย อาจารย์ประวิทย์นัด 07.30 น. เอากระเป๋ามาวางรวมกัน ประมาณ 8 โมงเช้า เดวิดขับรถกระบะมาเพื่อขนสัมภาระไปที่สนามบิน ก็ช่วยกันขนขึ้นรถแล้วก็ออกเดินทางไปสนามบินที่อยู่นอกเมือง

           ผมนั่งไปกับเดวิด ส่วนคนอื่นๆนั่งรถอาจารย์ประวิทย์ 1 คันและรถแท็กซี่อีก 1 คัน เดวิดพาไปทางลัดอีกแล้วไปถึงสนามบันก็ช่วยกันยกสัมภาระลงไปที่สนามบัน กระเป๋าแต่ละใบหนักมาก ยังเกรงกันว่าน้ำหนักจะเกินพิกัดที่เขากำหนดไว้หรือไม่ อย่างของผมขามากระเปาเดียว แต่ขากลับใส่ไม่หมด ได้ยืมกระเป๋าของพี่สุวรรณามาอีก 1 ใบ ใส่ของฝากโดยเฉพาะ การเช็คอินกระเป๋าเราได้เช็คผ่านไปถึงกรุงเทพฯเลย กระเป๋าของผม 21 กิโลกรัมกับ 11 กิโลกรัม มีน้ำหนักเกินแต่เนื่องจากมาเป็นกลุ่มโดยรวมจึงไม่เกิน พอโหลดกระเป๋าเสร็จก็นั่งรอเครื่องลงที่ร้านกาแฟในสนามบิน และทานอาหารกันนิดหน่อย

            สนามบินแทมเวอร์ธเป็นสนามบินเล็กๆ แต่มีเครื่องบินหลายเที่ยวในแต่ละวัน ไม่มีการตรวจตราแบบบ้านเรา ไม่ได้ผ่านเอกซ์เรย์ตัวคนและกระเป๋าหิ้วเพราะเป็นสายการบินภายในประเทศ  เครื่องบินเป็นของสายการบินQantas เป็นเครื่องเล็ก 4B QF 2017 ขนาด 50 ที่นั่ง เป็นที่นั่งVIP 3 ที่นั่ง และEconomy 48 ที่นั่ง ลำเล็กเหมือนของพีบีแอร์ที่นั่งกรุงเทพฯ-ลำปางเลย มีแอร์โฮสเตรส 1 คน มีอัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส มี service mind ดีมาก ตอนเครื่องจะบินขึ้นเครื่องจะสั่นมากจนเวียนหัว บินไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ พอได้ระดับก็ดีขึ้น นิ่งขึ้น บินไม่สูงนัก มองเห็นพื้นข้างล่างได้ เรียกว่าบินเหนือเมฆเล็กน้อย  สักพักก็มีการเสิร์ฟอาหารว่างเป็นบิสกิต (Biscuit) กับน้ำเปล่า กาแฟ หรือชา แต่ผมขอเป็นโค๊กเพราะรู้สึกเวียนหัว กลัวจะมีน้ำตาลในเลือดต่ำเพราะไม่ได้กินอาหารเช้า ปกติก็ไม่ค่อยดื่มโค๊กหรือกาแฟ ไม่ใช่ดื่มไม่ได้ ดื่มได้แต่ไม่อยากดื่ม กาแฟจะมีประโยชน์กับผมมากในช่วงที่มีปวดศีรษะไมเกรน พอดื่มกาแฟอาการจะทุเลาเร็วและไม่ปวดรุนแรง เพราะกาแฟมีคาเฟอีนที่เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคไมเกรน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมสอบเสร็จแล้วรู้สึกล้ามากและก็เริ่มมีอาการเตือนของโรคไมเกรน ผมก็เอาลูกอมกาแฟมาอม ปรากฎว่าอาการทุเลาลงเร็วมากเช่นกัน แต่ถ้าเป็นคนที่ดื่มกาแฟทุกวันอยู่แล้วหรือติดกาแฟ อาจใช้การรักษาวิธีนี้ไมได้ผล) ส่วนโค๊กนั้นช่วงที่อยู่ออสเตรเลียจะดื่มเป็นบางวันเพราะจะให้ความรู้สึกที่สดชื่นได้ดีเพราะรสชาตคุ้นเคยที่สุด

           Tamworth ถือเป็นเมืองหลวงของดนตรีพื้นบ้าน (Country Music Capital) จะมีการจัดเทศกาลดนตรีพื้นบ้านที่เรียก Telstra Country Music Festival ทุกปี ปีนี้จะมีในช่วง 20-29 มกราคม 2006