เงื่อนไขการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

จากการที่ได้อ่านบทความในมติชนสุดสัปดาห์  ฉบับประจำวันที่  11-17  พฤษภาคม  2550   เป็นเรื่องราวที่ท่านองคมนตรี น.พ.เกษม     วัฒนชัย  ได้ให้ข้อคิดเห็นในกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการจะนำพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง บรรจุไว้ในบทเรียน  ท่านได้แนะนำในการนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในสถานศึกษาจะต้องมีเงื่อนไข 3 ด้านดังนี้

1. โรงเรียนต้องสร้างโรงเรียนให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้  เป็นสังคมที่ใช้วิชาการเพื่อการวางแผนและการปฏิบัติ  โรงเรียนจะต้องบริหารฐานความรู้  มีระบบข้อมูล  ระบบความรู้  มีระบบปัญญา  ต้องมีข้อมูลในการบริหาร  ข้อมูลในการตัดสินใจ

2.  ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างโรงเรียนให้เป็นสังคมคุณธรรมเพื่อเป็นเครื่องกำกับจิตใจ คุณธรรม  4  ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน คือ 1. เมตตาธรรม  2. สามัคคีธรรม  3. สุจริตธรรม 4. คือความเที่ยงธรรม  ต้องสร้าสังคมคุณธรรมในโรงเรียนให้ได

3.  ต้องเปลี่ยนวิถีชวิตของครูและนักเรียนให้มีความเพียร  ขยัน  อดทน  ใช้สติ  และปัญญาในการดำเนินชีวืต

           โรงเรียนจะต้องสร้างอุปนิสัยให้เด็กทำงานหนัก  ต้องสู้งาน  สร้างความขยันคือความเพียรและความอดทน

            จะเห็นว่าการนำปรัญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในโรงเรียนคือการสร้างนิสัยถาวรให้ครูและนักเรียนในการดำเนินชีวิต เป็นการปฏิบัติตน  ไม่ใช่การท่องทฤษฎี  แต่ตามความเป็นจริงทุกวันนี้โรงเรียนได้ให้ความรู้ทฤษฎี แก่นักเรียน  ทั้งครูและนักเรียนท่องได้ บอกได้ แต่การดำเนินชีวิตยังเหมือนเดิม  นี่คือความล้มเหลวของการศึกษา 

              มีอยู่วันหนึ่งหลานชายที่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ บอกว่า "คุณยายต่อไปนี้เราจะต้องไม่ซื้อเสื้อผ้าหลายชุด  กินอาหารตามธรรมชาติในบ้านเรา  ไปศูนย์การค้าจะต้องไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น  เพราะคุณครูบอกว่าเราจะต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง "    ได้ตอบหลานน้อยไปว่า "ลูกเก่งมาก  ต่อไปเราไม่ต้องไปรับประทานพีชซ่าบ่อยๆแล้วนะ  ไม่ต้องซื้อ ซี ดี หนัง ไม่ต้องซื้อรองเท้าแอ๊บๆ แล้วนะครับ(รองเท้าที่เดินแล้วมีเสียงเพลง)  หลานชายอึ้งอยู่นานแล้วตอบว่า " ถ้าแม่จ๋าพาไป  ซื้อให้ก็ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ  ฯลฯ

             นี่คือ 1 ตัวอย่างของความล้มเหลว