วันที่ 12 กรกฎาคม ผมกลับไปเยี่ยมโรงเรียนสตรีนนทบุรีอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีโอกาสร่วมทบทวนแผน/โครงการของโรงเรียนกันมาครั้งหนึ่ง ตามที่เคยเล่าในบล็อกก่อนหน้านี้มาแล้ว คราวนี้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง แต่ที่เห็นชัดเจนซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น best practice ก็ได้ เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง 2 เรื่องคือ
1.การตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการของโรงเรียน โดยถือเป็นเหมือนโครงการหนึ่งของฝ่ายบริหาร ที่จะเฝ้าระวังติดตาม(monitoring) การดำเนินงานตามแผนตลอดเวลา กรรมการประกอบด้วย ผู้บริหาร รองผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายแผน หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้างาน บางส่วนที่เป็นแกนนำในการเฝ้าระวังติดตาม
วิธีการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้เขาจะเขียนเป็นแผนตลอดปี โดยจัดเวลาให้คณะกรรมการว่างในวันพฤหัสบดีภาคเช้าทุกสัปดาห์ แล้วมานั่งรับประทานกาแฟร่วมกัน(คล้ายประชุมกาแฟ) เพื่อให้เกิดความเป็นกันเอง โดยกรรมการแต่ละคนก็จะไปสำรวจข้อมูลการดำเนินงานตามกลุ่ม/ฝ่าย/งานที่ตนเองดูแลรับผิดชอบมาก่อน แล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง ถึงความคืบหน้าของการดำเนินงาน ตลอดจนปัญหาที่พบ วิธีการแก้ปัญหา เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบ และถือโอกาสให้ที่ประชุมช่วยเหลือ แนะนำ ให้การสนับสนุน หรือปรับวิธีทำงานให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้สายเกินแก้ หรือรอจนสิ้นปีจึงประเมินสรุปรวมครั้งเดียวเหมือนที่โรงเรียนหลายๆแห่งทำกัน
ผมได้ร่วมฟังการประชุมครั้งนี้ด้วย นอกจากจะเห็นบรรยากาศของความร่วมมือร่วมใจกัน มีการรับฟังและแก้ปัญหาแต่ละงาน/โครงการร่วมกันแล้ว ในตอนท้ายเขายังพูดถึงการติดตามและส่งเสริมให้ครูแต่ละคนคิดนวัตกรรมพัฒนาการเรียนการสอนมานำเสนอด้วย
2. การสร้างห้องวิทยบริการ ให้เป็นศูนย์ศึกษาค้นคว้าพัฒนาด้านวิชาการของครู เป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากที่โรงเรียนนี้เป็น CoPs เรื่องการวิจัย และมีโครงการ “หนึ่งคนหนึ่งวิจัย” ตั้งแต่ปีก่อนๆ ได้มีการจัดตลาดนัดวิจัยกันในสิ้นปี(เคยเล่ามาในบล็อกก่อนๆแล้ว) ปีนี้ก็พัฒนาต่อเนื่องตาม “โครงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน” ห้องนี้จะมีเอกสารความรู้ งานวิจัย มีInternet เพื่อการสืบค้น แล้วจะมีครูที่เชี่ยวชาญด้านวิจัย/การพัฒนานวัตกรรม (ประมาณ 5 คน) ผลัดเปลี่ยนมานั่งที่ห้องนี้ตลอดทั้งวัน พอผมเข้าไปห้องนี้ก็เห็นครูที่มีชั่วโมงว่าง หอบเอกสารเข้ามานั่งขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญกันเป็นกลุ่มๆ ผมถามเขาว่า เป็นอย่างนี้บ่อยไหม เขาบอกว่า “ตลอดทั้งวัน” ผมเลยนึกสนุกด้วยเลยขอถือโอกาสอาสามานั่งที่ห้องนี้ในบางวันด้วย และได้ทดลองนั่งวันนี้ครึ่งวัน ปรากฏว่ามีครูมารุมขอคำปรึกษากันหลายคนทีเดียว
ผมคิดว่าถ้าเราร่วมมือกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน และทำเช่นนี้บ่อยๆ(ในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง) น่าจะเป็นการสร้างเสริมให้เกิดวัฒนธรรมคุณภาพในโรงเรียนที่ยั่งยืนนะ
การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นายสงกรานต์ พรหมวงศ์ · 16 ก.ค. 2550
ศน.ธนกฤต (อภิเดช) คนดีที่หนึ่ง · 16 ก.ค. 2550
พิสูจน์ · 16 ก.ค. 2550
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 16 ก.ค. 2550
เห็นด้วยครับ เรื่องการทำวิจัย
บางคนชอบบอกว่าทำแล้วขึ้นหิ้ง ผมคิดว่ามันแล้วแต่คนจะนำไปใช้มากกว่า บางทีคนรุ่นหลังอาจได้ใช้ก็ได้