เหตุใดนักเรียนชาย ไม่ชอบเรียนวิชานาฏศิลป์ไทย

บัวชูฝัก

เหตุใดนักเรียนชาย  3D Prom Queen 

                       Teddy Grad  ไม่ชอบเรียนวิชานาฏศิลป์ไทย

                                ครูผู้สอนทุกท่านคงเคยพบกับปัญหาที่นักเรียนไม่อยากเรียน    ในแต่ละวิชาแตกต่างกันไป     สำหรับตัวผมปัญหาที่สำคัญ    คือนักเรียนชายไม่ชอบเรียนวิชานาฏศิลป์ไทย  สาเหตุประการแรกน่าจะมาจากธรรมชาติของวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของความงาม  ความอ่อนช้อย  และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย   นักเรียนชายไม่กล้าที่จะแสดงออกในการแสดงในชุดต่างๆแม้แต่การฝึกฝนในชั้นเรียน

            1. ข้อนี้น่าจะสำคัญที่สุด เพราะกลัวจะถูกเพื่อนล้อเลียนว่าเป็นกระเทยหรือตุ๊ด ถึงแม้ครูผู้สอนจะอธิบายอย่างไรก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  ความเป็นจริงแล้วผู้ชายที่รักในศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะวิชานาฏศิลป์ก็มีผู้ชาย(แท้)เข้ามาเรียน จำนวนไม่น้อย  ในวิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศ

            2. ความอ่อนช้อยนุ่มนวลของกริยาท่ารำ คล้ายคลึงกับกริยาท่าทางของผู้หญิง แม้แต่ผู้แสดงที่เป็นตัวพระ ซึ่งมีความหมายว่าแสดงเป็นผู้ชาย ก็มีกริยาอ่อนช้อยเช่นกัน

            3. ในปัจจุบันเยาวชนไทยให้ความสนใจในศิลปวัฒนธรรมน้อยกว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะนักเรียนชายเหตุผลทั้งสามข้อนี้  น่าจะเพียงพอนะครับ กับคำว่านักเรียนชายไม่อยากเรียนวิชานาฏศิลป์   และเป็นผลให้ผลการเรียนของนักเรียนชายต่ำกว่านักเรียนหญิงในวิชานาฏศิลป์ สาระศิลปะ   ใครมีวิธีอื่นๆที่จะช่วยให้นักเรียนชายชอบเรียนวิชานาฏศิลป์ไทยมากขึ้นไหมครับ ถ้ามีช่วยโปรดแนะนำผมด้วย 

 Oscar Red Carpet 1                      Famous 3 





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บัวชูฝัก

คำสำคัญ (Tags)#ศิลปวัฒนธรรม#นาฏศิลป์ไทย#สพฐ.#โรงเรียนบ้านเนินสง่า#นักเรียนชาย#สพท.พช1

หมายเลขบันทึก: 111836, เขียน: 15 Jul 2007 @ 22:10, แก้ไข, 23 Jun 2012 @ 12:46, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 37, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (37)

वीर
เขียนเมื่อ 15 Jul 2007 @ 22:33
เรียนแล้วไม่ได้เอาไปใช้จริงอะครับ. ถ้าเรียนไปแล้วเอาไปรำเวลาแห่นาค หรือว่าฟังหมอลำ หรืองานอื่นๆได้ก็ดี. ไม่ทราบเวลาหลักสูตรตอนนี้เป็นอย่างไร. ถ้าจำท่าที่ผมเรียนไปจากโรงเรียน ไปรำแถวบ้านคงไม่มีใครคบ. -_-!
वीर
เขียนเมื่อ 15 Jul 2007 @ 22:36
อีกอย่างหนึ่งคือวัตถุประสงค์ในการเรียน. ถ้าบอกว่าเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของปู่ย่าตายาย.​สำหรับผมแล้วก็ควรจะสอน รำแบบหมอรำ หรือโนรา แต่ว่าที่เคยเรียนก็ไม่ใช่. จริงๆ แล้วแต่ให้เป็นหมอรำ หรือโนรา ก็ไม่แน่ใจว่าผมจะมีบรรพบุรุษเป็นหมอรำหรือเปล่า?

หรือไม่ก็คงต้องมีเหตุผมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องบรรพบุรุษ. เช่น รำแล้วสุขภาพดี  รำแล้วสนุกแล้วจำท่าไปรำงานแห่นาคได้ เป็นต้น.
บัวชูฝัก
เขียนเมื่อ 15 Jul 2007 @ 22:39
  ขอบคุณนะครับสำหรับข้อคิดเห็น ก็จริงอยู่ถ้าไม่คิดจะนำไปประกอบอาชีพก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม  แต่ก็อย่าลืมว่าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรพื้นฐานของการศึกษา อย่างน้อยก็เกิดมาเป็นคนไทยแล้วถ้ารำไม่ได้ก็คงจะต้องอายชาวต่างชาติบางคน หรือจะเรียกว่าเสียชาติเกิดก็คงจะใช้ได้นะครับ
वीर
เขียนเมื่อ 15 Jul 2007 @ 23:14
P ไม่จำเป็นต้องเป็นอาชีพนะครับ. ผมยังไม่เคยเห็นใครมีอาชีพรำในขบวนแห่นาค.  บางทีเราก็ไปดูหมอรำแล้วรำเพื่อความสนุกสนานเป็นครั้งคราวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นอาชีพ.

ถ้าหลักสูตรพื้นฐานการศึกษาไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิติก็น่าจะแก้ไขหลักสูตรการศึกษาครับ. ชาวต่างชาติบางคนอาจจะดูถูกเมืองไทยที่จน. ชาวต่างชาติบางคนอาจจะดูถูกคนไทยตัวเล็ก. บางคนอาจจะดูถูกคนที่ขับเครื่องบินไม่เป็น. ถ้าเราเอาเหตุผลว่าจะอายคนโน้นคนนี้มาเป็นตัวตั้งในการดำรงชีวต ชีวิตก็คงไปตามกระแสของคนนั้นคนนี้อย่างไม่มีหลัก. ถ้าเราจะอายอะไรก็ละอายชั่วกลัวบาปดีกว่า เพราะถ้าไปอายบางเรื่องของบางคนทำอย่างไรก็คงล้างอายไม่ได้. เหตุผลว่า "ถ้ารำไทยตอบแบบกระทรวงศึกษาไม่เป็นจะเสียชาติเกิด" ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันฟังไม่ขึ้น และไม่รู้สึกว่านาฏศิลป์จะน่าเรียนขึ้นมาครับ. แต่ว่าก็ลองให้เหตุผลแบบนี้แล้วก็ลองสังเกตดูก็ได้นะครับว่า เด็กๆสนใจเรียนมากขึ้นหรือเปล่า? ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็อาจจะหาเหตุผลอื่นๆดู. อาจจะพัฒนาเป็นการวิจัยในชั้นเรียนได้เลย. :-)
वीर
เขียนเมื่อ 15 Jul 2007 @ 23:16
คนต่างชาติอาจจะเห็นว่าเมืองไทยช้างเยอะ แล้วก็อาจจะดูถูกคนที่ไทยที่ขี่ช้างไม่เป็น? ถ้าขี่ช้างไม่เป็นก็อาจจะเสียชาติเกิด อย่างนั้นหรือเปล่า? (แปลกๆนะ lol) แต่จะแปลกกว่าถ้ากระทรวงศึกษาฯ เพิ่มหลักสูตรขี่ช้างเข้ามา. :-P
บัวชูฝัก
เขียนเมื่อ 16 Jul 2007 @ 05:25
  ขอบคุณคุณสำหรับข้อเสนอแนะต่างๆ จริงๆแล้วหลักสูตรฯมีไว้เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ในการที่จะช่วยกันส่งเสริมอนุรักษ์และเห็นคุณค่า  อาจนำใช้ในชิวิตประจำวันได้น้อย แต่เมื่อมีโอกาสได้ใช้ในงานเทศกาลต่างๆ ก็สามารถแสดงออกได้โดยไม่อายใคร เพราะถ้าอายคนนั้นไม่น่าจะเห็นคุณค่าของความเป็นไทย  ผมคงจะมีความตั้งใจที่อยากให้เด็กนักเรียนได้เรียนมากเกินไป อันที่จริงธรรมชาติของผู้ชายส่วนมาก ไม่ชอบในสิ่งที่แสดงถึงความนุ่มนวลอยู่แล้ว  แต่ผมอยากได้แนวคิดว่านอกจากวิจัยในชั้นแล้ว เราจะมีกิจกรรมใด วิธีการใดที่จะส่งเสริมเพียง เพื่อหวังไว้แค่ว่าให้พวกเขาได้เห็นคุณค่ามากขึ้นก็พอใจแล้วครับ
वीर
เขียนเมื่อ 16 Jul 2007 @ 13:13
P เรียนโนราห์มั่งดีหรือเปล่าครับ? เห็นว่ากำลังจะสูญหายแล้ว.​ หรือว่ายากเกินไป? นาฏศิลป์ที่เรียนอยู่ตอนนี้พึ่งประดิษฐ์ในสมัยจอมพล ป. นี่เอง? (ถ้าผิดก็ขออภัย) 

ทำไมต้องเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย? เพื่อมีไว้แสดงตามเทศกาล? ผมถามไว้เผื่ออาจารย์ผู้สอนหรือคนในวงการฯจะมีคนตอบที่ดีกว่าที่ผมคิดได้อะนะครับ. :-)
ครูหญ้าบัว
IP: xxx.19.65.32
เขียนเมื่อ 16 Jul 2007 @ 17:06

บัวชูฝัก

  • เป็นธรรมชาติของเด็กที่ ชอบ..ไม่ชอบ แต่ละวิชาไม่เหมือนกัน  บางคนไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์  บางคนไม่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์แต่บางคน กลับช้อบ..ชอบ  และก็มีบางคนชอบวิชาดนตรี-นาฏศิลป์  /  วิชา พลศึกษา  ต้องเข้าใจเด็กด้วย  อย่างเราๆ ก็ชอบไม่เหมือนกันจึงเลือกเรียนวิชาเอก/หรือคณะไม่เหมือนกัน   จริงไหมค่ะ
  • ก็ต้องศึกษาดูค่ะว่าจะหาวิธีอย่างไรให้เด็กสนใจวิชาที่เราสอน และเรียนรู้ด้วยความสุข

บ่าววีร์  ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นด้วนคนน่ะค่ะ

  • ไม่มีใครจะดูถูกเราได้ ถ้าเราไม่ดูถูกตัวเราเอง  เราต้องแยกเป็นเรื่องๆน่ะค่ะ  สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น จัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ไว้ดังนี้
  1. กลุ่มสาระการเรียนภาษาไทย
  2. กลุ่มสาระการเรียนคณิตศาสตร์
  3. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  4. กลุ่มสาระการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  5. กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
  6. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
  7. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
  8. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

และ  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  

ซึ่งทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้จะมีอัตราการบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่น โดยกระทรวงศึกษาธิการให้หลักสูตรแกนกลางมาแล้ว  แต่ละท้องถิ่นก็จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นด้วย

  •  คุณบ่าวีร์คงผ่านหลักสูตรเหล่านี้ไปไม่นานคงพอจะนึกออก ว่า  ตอนที่เรียนนั้นสนใจกลุ่มสาระใดเป็นพิเศษ  สำหรับวิชาดนตรี-นาฏศิลป์นั้นอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  กลุ่มสาระนี้ผู้สนใจก็มีมาก  ผู้ไม่สนใจก็มีเหมือนกัน
  • สำหรับการแสดงพื้นเมืองแต่ละภาคจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป  เช่น  หมอรำ  เซิ้ง ฯลฯ เป็นการแสดงทางภาคอิสาน  / รำฟ้อน  ฟ้อนเงี้ยว ฯลฯ เป็นการแสดงของภาคเหนือ/ เพลงเรือ  เพลงฉ่อย  เต้นกำรำเกียว ลิเก ฯลฯ เป็นการแสดงของภาคกลาง/  มโนราห์ ร็องเง็ง ฯลฯ เป็นการแสดงของภาคใต้  หรือจะเรียกง่ายๆว่า การแสดง  ๔ ภาค
  • คุณบ่าววีร์ ชอบการแสดงภาคใด ก็เลือกเถอะไม่มีใครว่า  เพราะเป็นศิลปะไทยทั้งนั้น ช่วยกันอนุรักษ์นั้นเป็นสิ่งดีค่ะ
  • การรำหน้านาค   รำวงสนุกสนานก็เป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นๆ ยิ่งเดี๋ยวนี้รำวงย้อนยุค กลับมาอีกแล้ว  แถวๆชนบทมีให้เห็นมากมาย
  • การแสดงหรือการละเล่นต่างๆ / หรือเพลงสมัยใหม่  / เด๊นซ์  ถ้าจะให้สนุกก็อยู่ที่ใจนั่นแหละ  อย่าไปยึดติดอะไรมากเลยทำให้ใจเป็นสุข  สนุกกับกิจกรรมที่เราชอบก็พอ  เพียงแต่อย่าให้เกินขอบเขตที่ควร  ก็เป็นที่ชื่นใจของคนที่รักเราแล้วค่ะ
  • ขอบคุณบัวชูฝัก
  • ขอบคุณบ่าววีร์ 

 

वीर
เขียนเมื่อ 16 Jul 2007 @ 17:33
ครูหญ้าบัว: เท่าที่พบมาอยู่บ้านเลือกได้ แต่อยู่โรงเรียนเลือกไม่ได้ครับ. เดี๋ยวนี้อาจจะเลือกได้แล้ว?  ถ้าเลือกได้ก็อาจจะน่าเรียนขึ้นครับ 
salapao
เขียนเมื่อ 16 Jul 2007 @ 17:51

สวัสดีค่ะ เมื่อก่อนตอนเรียนนาฎศิลป์ก็เป็นคนที่ไม่ชอบวิชานี้เหมือนกัน เนื่องจากไม่มีทักษะในการรำเลย สอบกี่ทีก็ได้คะแนนน้อยทุกที  ทั้งที่ชอบอาจารย์ผู้สอนนะค่ะ แต่เนื่องจากตนเองไม่ค่อยถนัดด้านนี้ค่ะ แต่จะมีเพื่อน ๆ ทั้งหญิงและชายบางคนเค้าทำได้ดีมาก ได้เกรดเอเลย คิดว่าน่าจะเป็นความชอบส่วนบุคคลมากกว่าค่ะ

หญ้าบัว
เขียนเมื่อ 16 Jul 2007 @ 18:25

<ขออนุญาต>บัวชูฝัก

คุณบ่าววีร์: 

  • ที่คุณบ่าววีร์คิดนั้นถูกต้องค่ะ   อยู่บ้านเลือกได้  แต่อยู่ที่โรงเรียนเลือกไม่ได้ (มีส่วน) แต่ไม่ทั้งหมดน่ะค่ะ ....และนี่แหละคือที่มาของการศึกษาตามอัธยาศัย   โดยครอบครัวจัดให้เองผู้ปกครองที่มีความสามารถดูแลจัดให้ได้  ก็เรียนแบบนี้ได้เลย    ผู้ปกครองไทยสมัยนี้เก่งค่ะ(เขาก็มีหลักสูตรของเขาเหมือนกันน่ะ  ไม่ใช่จะเรียนวิชาเดียวที่ชอบเท่านั้น)    บางครอบครัวสร้างโรงเรียนขึ้นมาเพื่อลูกโดยเฉพาะก็มี    แต่จะมีกี่รายล่ะที่สามารถทำได้อย่างนี้   ประชาชนส่วนใหญ่ของไทยเรายังต้องพึ่งบริการของรัฐ อยู่ค่ะ การศึกษาของไทยเราจึงต้องอยู่ในความดูแลของรัฐ   แม้กระทั่งโรงเรียนเอกชนก็อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการเหมือนกัน (การศึกษาขั้นพื้นฐาน)
  • แหม!...ถ้าบ่าววีร์เป็นเด็กตัวเล็กๆ  จะจับมาฝึกรำวงมาตรฐานซะให้เข็ดเชียว....(ให้บัวชูฝักฝึกน่ะจ๊ะ)  ฮิ..ฮิ..(ค่ำแล้ว...ครูหญ้าบัวกลับบ้านก่อนน่ะ....แล้วคุยกันใหม่ค่ะ)
ธ.วั ช ชั ย
เขียนเมื่อ 17 Nov 2007 @ 17:46

สวัสดีครับ

  • ผมคิดว่า ถ้านาฏศิลป์เป็นที่รู้จัก แพร่หลาย คนได้เห็น ได้ชมมากขึ้น ก็จะรักชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ ความสมัครใจที่จะเรียนคงจะมีมากกว่านี้ ปัจจุบันเราไม่ค่อยได้เห็นการแสดงสักเท่าไหร่ ไม่ว่าการแสดงพื้นบ้าน หรือการแสดงตามมาตรฐานกรมศิลปากร โนรา ลิเก ก็ฮิตเป็นคราวๆ ไป
  • ถ้าจะบังคับคงไม่ถูก แต่ควรจะได้รู้จักเอาไว้ เรียนในโรงเรียน พอได้รู้ท่ารำ ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าจะเอาจริงเอาจัง ก็ต้องสมัครใจ
  • ความจริงแล้ว การแสดงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือละคร ผู้ชายแสดงเป็นกระเทยก็เยอะไป ดูๆ หลายคนชอบเสียอีก เห็นตลกแทบทุกคณะมีเล่นเป็นกะเทยทั้งนั้น
  • ถ้าชอบ แต่ไม่กล้าเรียน ก็ต้องช่วยอธิบาย เพราะไม่เสียหายอะไร ส่วนที่ว่าเรียนแล้วจะได้อะไรคงคิดได้ไม่ยาก หรือถ้าคิดว่าเรียนแล้วไม่น่าจะมีประโยชน์ก็ไม่ต้องเรียน
  • หลายๆ สาขาวิชา ถ้ารักจริงชอบจริง ก็น่าจะสามารถนำไปใช้งานได้ มีลู่ทางในอนาคตทั้งนั้น
บัวชูฝัก
เขียนเมื่อ 18 Nov 2007 @ 20:35
  • สวัสดีครับคุณธวัชชัยP
  • ส่วนมากนักเรียนที่มีความรักความสนใจทางนาฏศิลป์ไทย
  • เมื่อจบชั้น ป.6 ก็จะเรียนต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลป
  • ตอนนี้วิทยาลัยนาฏศิลปของเรามีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคครับ
  • วิทยาลัยนาฏศิลปกรมศิลปากร (กรุงเทพ/ศาลายา)
  • วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่
  • วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย
  • วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
  • วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี
  • วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี
  • วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี
  • วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด
  • วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์
  • วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา
  • วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช
  • วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง
  • ตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานในสาระศิลป
  • วิชานาฏศิลปไทยมีให้เรียนรู้และรักความเป็นไทย
  • ส่วนที่จะให้นักเรียนได้แสดงบนเวทีคือประสบการณ์หนึ่งของนักเรียน
  • ไม่ได้บังคับให้ใครแสดง แล้วแต่ความสมัครใจครับ
  • นักเรียนที่ชอบมากก็จะไปเรียนต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลป
  • บางคนก็นำส่วนนี้เป็นความสามารถพิเศษสอบเข้ามหาวิทยาลัย
  • ความเป็นจริงในสังคมปัจจุบัน เรื่อง ของกะเทย เกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาแล้วครับ ในวงการบันเทิงก็เป็นที่ยอมรับครับ
  • ส่วนมากคนมักจะดูที่ความสามารถมากกว่าเรื่องส่วนตัวครับ
  • สิ่งที่ชอบถ้านำไปประกอบอาชีพก็จะทำได้ดีครับ
  • แต่ถ้ามีติดตัวไว้ก็เป็นความสามารถพิเศษครับ
  • อีกอย่างขอให้เยาวชนไทยมองเห็นว่าเป็นของมีค่า ไม่ชอบก็ไม่เป็นไรครับ ให้เรียนรู้ไว้บ้างจะได้ไม่ต้องอายต่างชาติครับ
  • ขอบคุณทุกท่านที่มีใจรักในศิลปวัฒนธรรมของไทยครับ
  • ขอบคุณคุณธวัชชัยครับ
เด็กนาดสิน
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 11 Jul 2008 @ 13:31

เรียนนาฏศิลป์ดีนะเพราะเป็นความสามารถพิเศษส่วนตัวของผุ้เรียนสามารถนำไปใช้สอบเข้าโรงเรียนได้นะ

เด็กนาดสิน
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 11 Jul 2008 @ 13:34

ไม่เห็นหน้าอายตรงไหนเลยและอีกอย่งมันก็เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมประจำชาติของเราถ้าใครอายที่จะเรียนก็สดงว่าจะต้องอายที่จะอยู่ในชาติไทยเช่นกัน จริงมั้ย

บัวชูฝัก
เขียนเมื่อ 29 Jul 2008 @ 21:58
  • จริงด้วยครับทำดีไม่ใช่เรื่องน่าอาย
  • ที่น่าอายมีเยอะแยะยังทำกันเลยน๊อ
  • ขอบคุณมากครับที่ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนความดีงามของไทยครับ
  • ขอบคุณครับ
ครูนาฏศิลป์
IP: xxx.67.135.197
เขียนเมื่อ 10 Dec 2008 @ 17:03

สวัสดีค่ะ จริงๆแล้วปัญหาที่นักเรียนชายส่วนใหญ่ไม่ชอบเรียนวิชานาฏศิลป์ก็คงป็นปัญหากับครูผู้สอนวิชานาฏศิลป์ทุกๆคน อย่างเช่นดิฉันก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่ก็พยายามหาวิธีการต่างมาทดลองใช้ ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ก็ถือนำมาเล่าสู่กันฟัง นักเรียนผู้ชายมักๆม่ชอบอะไรที่อ่อนช้อย กรีดกราย แต่จะชอบอะไรที่สนุกสนาน เข้มแข็ง ดิฉันก็จะนำเพลงปลุกใจต่างๆที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งฮึกเหิม เช่น เพลงเราสู้ เพลงศึกบางระจัน เป็นต้น เมื่อนำมาสอนแล้วรู้สึกว่าเด็กๆชอบเรียนกันมากขึ้น และเท่าที่สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนทั้งชายและหญิงต่างก็มีความกระตือรือร้นและสนใจในการเรียนและฝึกซ้อมท่ารำกันมากขึ้น ถ้าใครมีวิธีการสอนที่ดีก็แนะกันได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

สาโรจน์ พิริยะมงคลสุข
IP: xxx.67.43.49
เขียนเมื่อ 28 Feb 2009 @ 19:14

สวัสดีครับ ปัญหาเรื่อง นักเรียนชายไม่ชอบเรียนนาฏศิลป์ก็พอมีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญอะไร สำหรับคนที่เป็นครูอย่างเราๆท่านๆ เพราะหน้าที่เราคือทำให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจ ดังนั้น ถ้าเราทำความเข้าใจกับนักเรียนชายของเรา ให้เห็นถึงคุณค่า ความสำคัญของการเรียนนาฏศิลป์แล้ว เชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น เหมือนที่โรงเรียนของผม นักเรียนทั้งหญิงและชาย ชอบวิชานาฏศิลป์มาก เพราะเป็นวิชาที่ทำให้พวกเขาได้รับความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลิน

เบญจมาภรณ์ พลอยแก้ว (ต๊อป)
IP: xxx.42.66.102
เขียนเมื่อ 28 May 2009 @ 11:12

หวัดดีชาวนาฏศิลป์เรารุ่น 71

ศิษย์พ่อแก่ ^_^ลูกพระคเณศวร์
IP: xxx.122.150.10
เขียนเมื่อ 16 Oct 2009 @ 12:47

เกิดเป็นคนไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะต้องเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมของไทยนะคะ เชื่อค่ะว่าคนเรามีความขอบไม่เหมือนกันไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างก็แตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ อย่างน้อยๆที่ในหลักสูตรจัดให้มีการฝึกทักษะด้านนาฏศิลป์ไทยถึงแม้บางคนจะทำไม่ได้หรือไม่ชอบแต่อย่างน้อยในฐานะที่คุณเป็นคนไทยก็ยังมีส่วนช่วยให้ศิลปะวัฒนธรรมไทยยังคงอยู่ค่ะ(ถึงแม้จะรำไม่ได้อย่างน้อยก็เคยเรียนหรือเคยสัมผัสก็ถือว่าได้มีส่วนช่วยอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของไทยแล้วล่ะค่ะ)

นักเลงปี่พาทย์
IP: xxx.172.214.249
เขียนเมื่อ 02 Feb 2010 @ 14:47

จากที่ได้ อ่านมา ..... ผมรู้ สึกว่าความเห็นที่ 1 นะ

ถ้าไม่ออกความคิดเห็นก้ดี เหมือนกัน ไม่สนับสนุนแล้วยัง เอาเหตุผลร้อยแปดมารำพันออกมา

แต่ต้องชมเจ้าของกระทู้น่ะ ครับ ว่าใจ เย็น มาก เลย สู้ ๆ ดูแล้ว ท่าทางคงเป็นครูสอนนาฏศิลป์ ก็ ขอให้สู้ต่อไปแล้วกัน นะครับ

ผมเองก็เป็นครุเหมือนกัน สอนทั้ง ดนตรีไทย ดนตรีสากล และนาฏศิลปืไทย...ผมจบมาจากวิทยาลับนาฏศิลปสุพรรณบุรี ปัญหาแบบนี้ก็เจอ

แต่ผมสามารถทำให้นักเรียนชายชอบเรียนได้เยอะเหมือนกัน(แถมเป็นชายแท้ด้วย) คือ เราต้องตีสนิท และพูดดี ๆ กับ เด็ก

มันก็จะสนใจเรียนเอง และนี่คือความเห็นของผม.. ควรไม่ควรก็แล้วแต่คุณ บัวชูฝักแล้วกัน ครับ

นศร. รุ่น ๑๐
IP: xxx.26.94.48
เขียนเมื่อ 12 Mar 2010 @ 11:28

ถ้าใครคิดว่าเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาติเป็นเรื่องน่าอาย ก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในชาตินี้แล้ว ขอบคุณครูดนตรีนาฏศิลป์ทุกคนที่ยังรักในความเป็นชาติไทย

ครูนาฏศิลป์
IP: xxx.114.110.170
เขียนเมื่อ 19 Sep 2010 @ 13:38

วิชานาฏศิลป์เรียนเพื่อฝึกความงามในจิตใจของเด็ก ไม่ให้แข็งกระด้าง เรียนเพื่อความสนุกสนานผ่อนคลายจากการเรียนในวิชาอื่นๆคะ

เด็กไม่ชอบรำไทย
IP: xxx.232.42.146
เขียนเมื่อ 27 Oct 2010 @ 10:50

ตอนแรกก็ไม่รู้เหมือนว่าเรียนไปไม ที่ผมยอมเรียนเพราะผมชอบครู(ครู ชาย) สอนโคตรมันมีทุกรูปแบบของการแสดงปรับเปรี่ยนไปตามที่เดด็กอยากเรียน เต้น ร้องเพลง รำวง รีราด (อย่างหลังชอบมากได้กอดสาว) และเมื่อผ่านพ้นช่วงนั้นมาแล้ว เมื่อย้อนกลับไปคิดว่าเราได้อะไรจากการเรียนวิชานาฎศิลป์ ณ. ตอนนี้สิ่งที่ผมยังจำได้และสามารถใช้ได้เลยในวิชานาฎศิลป์คือการรำวง ผมว่าจริงๆๆแล้ว การรำไทยมันคือ รากเง้า ของความเป็นไทยเหมือนกับมวยไทยคนไทยไม่ต้องฝึกมวยก็สามารถ แตะ ต่อย ได้ตามสายเลือดหรือรากเง้าที่ฝังอยู่ในความเป็นไทย จงอย่าถามว่าเรียนนาฎศิลป์แล้วได้อะไร จงถามตัวเองดูบ้างว่าคุณได้ช้วยรักษาอะไรไว้ให้ลูกหลานได้ภูมิใจในความเป็นไทยบ้าง

รำไทย
IP: xxx.31.121.85
เขียนเมื่อ 28 Nov 2010 @ 21:42

อยากให้ดูละครเทิดพระเกียรติเรื่อง ลูกโขน ช่อง 7 แล้วจะเข้าใจว่าทำไมต้องเรียนนาฏศิลป์

(จบจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ดเมื่อนานมาแล้วคะ)

ปิงปิง
IP: xxx.10.12.220
เขียนเมื่อ 08 Feb 2011 @ 10:07

เพิ่งเคยเข้าเยี่ยมชมกระทู้นี้เป็นครั้งแรก เท่าที่อ่านกระทู้ข้างต้นมาที่คุณบอกว่าเรียนนาฎศิลป์เพื่อไปรำหน้านาคหรือ  คุณการเรียนนาฏศิลป์จิงจริงแล้วเรียนเพื่อเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนเพื่อศึกษาวิถีชีวิต  และภูมิปัญญาของคนไทย และยังเรียนเกี่ยวกับนาฏศิลป์พื้นเมือง และนาฏศิลป์สากลและอื่นๆอีกมากมาย  แต่นี้คุณบอกว่าเรียนเพื่อไปรำหน้านาคหรืออะไรของคุณ  ก็เท่ากับว่าคุณเองได้ใช้สติปัญญาของคุณที่คุณบอกกว่าไม่รู้จะเรียนไปทำไม ได้อย่างเกิดประโยชน์อย่างหนึ่งแล้วไง  เวลาเรียนคุณเองคงไม่ได้ตั้งใจเรียนสักเท่าไหร่เลยเอาไปใช้ประโยชน์ได้น้อย ขนาดวิชานาฎศิลป์เป็นวิชาง่าย ๆ คุณเองยังไม่สนใจ  แล้ววิชาอื่น ๆ คงไม่ต้องพูดถึงคุณคงเรียนไม่ได้เรื่องแน่ ๆ เพราะวิชานี้เป็นวิชาที่ขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ให้มีสุนทรียภาพ และมีจิตใจที่แข็งกระด้างกลับอ่อนโยนลง มีความคิดที่เป็นบวกมากขึ้น ก็เอากลับไปไตร่ตรองเองเถอะว่า คุณได้ใช้มันสมองของคุณได้อย่างเต็มศักยภาพดีพอแล้วหรือยัง  แล้วค่อยออกมาแสดงความคิดเห็นถ่อย ๆ แบบนี้นะ

กินรา 228 นศก.03
IP: xxx.53.92.119
เขียนเมื่อ 10 Apr 2011 @ 21:35

อ่านแล้วก็เศร้านะครับ

มันก็อยู่ที่ความคิด เปลี่ยนแปลงกันยาก ตราบใดที่ยังมีตัวอย่างหรือมายาคติที่ผิดๆ ติดอยู่ในหัวเด็ก มีคนบอกว่าเรียนไปก็ไม่ได้ไปทำอะไรจริงจัง เรียนไปเป็นตุ๊ด เรียนไปเพราะเป็นวิชาหนึ่ง หรือน่าจะเรียนหมอรำ โนรา  ...

แต่เคยมีใครบอกเด็กหรือเปล่าว่านี่คือหนึ่งในหน้าที่ ครูไม่ได้ต้องการให้เธอรำดีมีฝีมือเป็นอาชีพ แต่เธอควรจะต้องเรียนเพื่อให้รู้จักรากเหง้า วัฒนธรรมของชาติ คนที่ไม่รู้จักรากเหง้าก็คงจะหาความภูมิใจอะไรไม่ได้ นี่เป็นหน้าที่ที่ต้องรับรู้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น นี่คือความสุนทรีในชีวิต เราขาดมันไม่ได้หรอก เราอาจจะรำไม่ได้ตามที่หลักสูตรต้องการให้เราเรียน แต่เราสามารถนำไปสร้างความสุขให้กับตนเองและคนอื่นได้ ด้วยพื้นฐานพวกนี้ ผมไม่เคยสอนตามที่หนังสือกำหนดให้รำหรอก บ้าเหรอ ม.1 ให้รำกฤดาภินิหาร ให้รำเทพบันเทิง ป๊าดดดดดดดดดดดดดด มหัศจรรย์เกินไป เอาเป็นว่า รู้จักนาฏยศัพท์พื้นฐาน จีบ วง ย่ำเท้าเข้าจังหวะแล้วไปลองเลือกไปประยุกต์ใช้กับเพลงอื่นๆซิ สนุกจะตาย เด็กผู้ชายเขาไม่ชอบ แต่เขาประยุกต์เก่งจะตาย บางทีมาแบบ หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง เล่าสู่กันฟังน่ะครับ แลกเปลี่ยนกันนะครับ เรื่องหน้าที่ก็ต้องคุยกับเด็ก ความคิดที่ถูกต้องเราต้องหมั่นย้ำเขานะครับ พูดก็พูดนะครับ ทุกวันนี้มีความสุขกับเด็กที่ครูคนอื่นไม่เรียกหา(ว่าร้ายก็...ที่เหลือขอน่ะครับ) แค่มันดีขึ้นสักนิดเดียวก็ ยิ้มได้แล้วละครับ

นิตยา
IP: xxx.108.246.197
เขียนเมื่อ 27 May 2011 @ 17:54

น่าเศร้าใจ...ถ้าคนไทยไม่อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ..เราจะเหลืออะไรให้ภูมิใจอีก..

ก..กัส
IP: xxx.77.165.231
เขียนเมื่อ 04 Mar 2012 @ 14:31

แล้วโดยรวมทั้งผู้ชาย หญิงไม่สนใจเพราะอะไรหรือคะ

ครูนาฎศิลป์
IP: xxx.183.117.9
เขียนเมื่อ 04 Apr 2012 @ 17:41

ในฐานะครูสอนนาฏศิลป์คนนึงน่ะค่ะ...หนูอยากเรียนหรือไม่อยากเรียนสุดท้ายแล้ว กระทรวงร่างหลักสูตรมาแบบนี้ ไม่เรียนก้อไม่จบอะค่ะ ครูสอนตามหน้าที่ ที่ควรทำ บวกกับใจรัก แต่คนที่ที่คอยบ่อนทำลาย มันแฝงตัวอยู่มาก เท่าที่อ่าน มันสลดใจยิ่งนัก อายแทนพ่อแม่ที่หล่อหลอมตัวคุณมา ให้รักความเป็นไทย เด็กฝรั่งเป็นร้อยเป็นพันที่ค้นหาโรงเรียนสอนนาฏศิลป์ เพราะเค้าอยากเรียนอยากมีความสามารถ แต่คนไทยแท้ๆกลับเห็นว่าไม่สำคัญ ถ้าคิดแบบนี้ก้อเท่ากับ หาว่าคนที่ร่างหลักสูตรไม่คิดไช่ไหมค่ะ เค้าเห็นแล้วว่าพวกคุณควรจาได้เรียนเค้าจึงบรรจุลงหลักสูตร งูๆปลาๆมาเรียนแบบนี้ไปเรียนต่างประเทศเลยค่ะ จาได้จบๆ แล้วชาติหน้าก้อไปเกิดต่างประเทศไม่ต้องมาเกิดในไทยน่ะคะ สงสานชาติ

แบงค์ครับ
IP: xxx.122.38.42
เขียนเมื่อ 10 Apr 2012 @ 18:48

ผมเป็นเด็กนักเรียน อายุ17 ปี ยอมรับว่าเป็นเกย์ และชอบเรียน วิชานาฏศิลป์ไทยและการแสดงพื้นบ้าน ผมคิดว่าการเรียนนาฏศิลป์เด็กชายส่วนใหญ่ไม่ชอบเพราะว่า เขาไม่มีความสามารถที่จะเด่น (จากที่เจอเพื่อนๆมา) เพราะบางคน มือผู้ชายก็แข็งไม่สามารถรำให้สวยได้ และ เด็กเดี๋ยวนี้ จะเน้นวิชาการ มากกว่า คิดว่าเป็นวิชาไม่สำคัญ ไม่ว่าหญิงหรือชาย เพราะผมเรียนกับห้องคิงมา มันจะพูดกันเยอะ แต่เวลามีงานโรงเรียน งานอะไรก็แล้วแต่ เห็นอยากได้จัง นาฏศิลป์ การแสดงพื้นบ้าน แต่หาคนรำนี้แทบขุดมุดดินเลย นักเรียน3000+ คนรำ5คน หาแทบตาย แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าผู้ชายเก่ง ด้านนี้ ผู้หญิงกะชอบนะ เพราะเขาจะ อ่อนนุ่มกว่าพวก เด็กช่าง ทหาร ร่างบึก เหอะๆ นาฏศิลป์ไทยคนเรียนแล้วไม่ว่าน่าตายังไง แต่ท่ารำออกมาสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น การแสดงพื้นบ้าน หรือ ระบำมาตรฐาน คนรำก็จะสวยงานยิ่งขึ้น จากมนุษย์ธรรมดา เปลี่ยนเป็น เทพบุตร เทพธิดาก็มิปาน ลองดูสิ ถ้าศึกษาดีๆ จะรู้ว่า นาฏศิลป์ไทย ไม่ได้มีแต่เพลงรำของมาตรฐาน ตามพื้นบ้าน ก็แตกอีกเยอะ ผมก็จะเข้า นาฏศิลป์ กาฬสินธุ์อยู่ เรียนพื้นบ้าน เพราะผู้ชายเรียนโขน เมื่อย อิอิ

เตชิษฏ์พร
IP: xxx.49.224.1
เขียนเมื่อ 23 Apr 2013 @ 22:59

(ชายแท้)คือผมชอบศิลปการแสดงโขนนะครับ และผมก็อยากเรียนในวิทยาลัยนาฏศิลปด้วย ผมจะเข้าเรียน ม.๔ อะครับ คืออยากถามครูสอนนาฏศิลป์ทุกท่านว่า ผมต้องเตรียมตัวยังไงครับ ถึงจะเข้าได้ครับ ม.ต้นผมเรียนโรงเรียนชาย และผมสามารถเข้าไปเรียนในวิทยาลัยนาฏศิลป์ได้มั้ยครับ

อาม
IP: xxx.99.228.188
เขียนเมื่อ 18 Sep 2013 @ 02:53

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียนสาขาวิชานาฏศิลป์ไทยนะมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนิ การเรียนนาฏศิลป์ไม่ใช่แค่ว่าเรียนเพื่อการแสดงในเทศการต่าง แต่หัวใจของนาฏศิลป์คือสิ่งที่เป็นวัฒธรรมประเพณีอันดีงามที่บรรพชนของเราได้สร้างเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักรากฐานของตัวเอง เป็นสิ่งที่ไม่แบ่งเพศว่าจะเรียนหรือ นาฏศิลป์ไม่ใช่แค่การแสดงมันเป็นสิ่งที่มีอีกหลายอย่างที่พวกคุณไม่รุ้แม้การใช่ชีวิตของคุณทุกวันนี้ก็ยังนี้นาฏศิลป์ไม่ได้  อายลามมัยละเด็กลาวไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็รำเป็นกันทั้งนั้นคนต่างชาติต่างสนใจในเรื่องนี้วัฒธรรมตะวันออก  พอหันกับมาเมืองไทยประเทศไทยถามว่ารำเป็นมัย  อย่าว่าแต่รำเลยแต่จะจีบก็ยังไม่เป็น  พอคนต่างชาติสนใจในสิ่งหาคำตอบไม่ได้สุดท้ายเขาก็ว่าเราอะไรนินับประสาอะไรกับสิ่งที่คู่มากับตัวเองตั้งแต่เกิดยังทำไม่ได้ไม่รู้เรื่อง  และเรื่องอื่นละ  จะโง่มากกว่านี้หรือ   นี้และคือส่วนหนึ่งทำมัยต้องศึกษาเอาไว้  ไม่ให้ศูนย์ให้  คุณรู้หรือยังนาฏศิลป์ไม่แบ่งคำว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย  ศึกษาไว้ไม่เสียหลาย ดีกว่าโง่ไม่รู้จักอะไรเลย

นัท
IP: xxx.87.93.72
เขียนเมื่อ 27 Jul 2014 @ 22:40

ผมว่า ที่นักเรียนส่วนหนึ่งไม่ชอบวิชานาฏศิลป์ อาจเป็นเพราะเกิดจากช่องว่างระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน บางทีผู้เรียนเข้ามาเรียนโดยที่ยังไม่ทันได้รู้สึกรู้สาอะไรก็ต้องรำให้ได้แล้ว จำท่า จำเพลง บางคนที่ไม่ได้สนใจก็จะเกิดอาการเบื่อได้ อะไรวะ รำอะไร บางทีที่เด็กไม่สนใจผมว่ามันไม่แปลก แต่จะทำยังไงให้เขาสนใจนี่แหล่ะครับ บางคนเขาชอบดูนะครับ แต่ให้รำ เขารำไม่เก่งนี่ เขาก็เลยไม่ชอบ ผมว่ายังมีมิติอีกมากมายที่นักเรียนที่เหลือจะรู้สึกมีส่วนร่วมกับวิชานี้ได้ นอกจากเรียนท่ารำ เช่น ร้อง เล่นดนตรี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เวที ฉาก หรือแม้กระทั่งการดู การชม การวิจารณ์ 

คุณบอย
IP: xxx.121.73.0
เขียนเมื่อ 02 Sep 2014 @ 21:19

รำไทย ดนตรีไทย เป็นมรดกอันล้ำค่าของคนไทย เป็นวัฒนธรรมที่เยาวชนรุนหลังควรช่วยกันอนุรักษ์เชิดชู และสืบทอดให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป เราคนไทยต้องไปอายในวัฒนธรรมของตนเองคับ ผมชอบรำไทย ชอบดนตรีไทย แม้ไมไ่ด้ฝึกฝน แต่ผมมั่นใจ ว่าผมช่วยอนุรักษ์โดยการดูการแสดง และฟังเพลงไทยคับ

เกรียงศักดิ์ รักเรียนรู้
IP: xxx.168.196.219
เขียนเมื่อ 21 Jan 2015 @ 14:25

ผมเข้าใจครับว่าบางคนก็ไม่ได้เรียน ปรัชญาการศึกษามา ก็เลยไม่รู้ว่า การศึกษานั้น มิได้เรียนรู้เพียงเพื่อเอาความรู้มาแลกเงินเพียงอย่างเดียว น่าเศร้าครับน่าเศร้า ...

นริศรา ศรีครซ้าย
IP: xxx.158.161.184
เขียนเมื่อ 20 May 2017 @ 22:05

ตอนนี้ก็กำลังทำวิจัยเรื่องนี้อยู่ค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ มีวิธีไหนบ้างที่จะพัฒนาความร่วมมือของนักเรียนชายในการเรียนวิชานาฏศิลป