เพียงห้วงคำนึงแห่งความรู้สึกในห้วงเวลาอันน้อยนิดและเร่งรีบ กับความรู้สึกที่เติมเต็มในวันที่ห่างเหิน ; ดร.ประสาท เนืองเฉลิม แห่งคณะศึกษาศาสตร์ มมส.


เพียงห้วงเวลาอันน้อยนิดนั้น ย่อมทำให้เขาได้ย้อนระลึกถึงวันวานที่มีคุณค่าและความหมายต่อชีวิตที่เป็นดั่งสะพานที่ทอดผ่านมายังความสำเร็จของชีวิตในวันนี้
ในยุคนี้ ความรวดเร็วฉับไวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในความไวนั้น เพียงห้วงคำนึงที่แสนจะธรรมดาเท่านั้น กลับสามารถที่จะย้อนความทรงจำที่งดงาม ความทรงจำที่เป็นทั้งพลัง กำลังใจจากวันวาน กลับมาเติมเต็มในห้วงเวลาปัจจุบันได้อย่างอัศจรรย์นัก

นายบอนเห็นข้อคิดเห็นสั้นๆจาก bio22 ในบันทึก ผศ.ดร. นฤมล แสงประดับ แห่ง มข. กับการสร้างบุคลากรอย่างมีคุณภาพด้วยหัวใจ : ประยุทธิ์ อุดรพิมาย


++++++++++++++++++++++++++++
bio22
เมื่อ พฤ. 12 ก.ค. 2550 @ 10:07

เคารพและระลึกถึงท่านอาจารย์เสมอครับ

 ประสาท เนืองเฉลิม
++++++++++++++++++++++++++++


แม้จะเป็นความเห็นที่สั้นๆ หลายคนอ่านแล้วไม่มีความหมาย ความสำคัญแต่อย่างใด ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะคุณไม่รู้ว่า ข้อความที่แสดงออกมานั้น มีคุณค่าและความสำคัญอย่างไร

หากย้อนระลึกถึงความทรงจำและความประทับใจในวันวาน หากสอบถามให้เขาเล่าให้ฟัง ย่อมมีคำพูดและเรื่องเล่าที่พรั่งพรูออกมาจากปากอย่างมากมาย แต่สำหรับการเขียนบันทึกแล้ว อาจจะต้องรวบรวมสมาธิและใช้เวลากันพอสมควร ซึ่งในช่วงวันเวลาของการทำงานแต่ละวัน ความรับผิดชอบมากมาย เป็นการยากที่จะเขียนบันทึกความรู้สึกเหล่านี้ออกมา



จากซ้ายไปขวา (ดร.ประสาท เนืองเฉลิม , ดร.นฤมล แสงประดับ ดร.ชุติมา หาญจวณิช)

ประสาท เนืองเฉลิม
เป็นลูกศิษย์ของ ดร.นฤมล แสงประดับ แห่งภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศิษย์เก่าชีววิทยารุ่นที่ 22 เรียนในระดับปริญญาตรี และโทที่ขอนแก่น มีโอกาสได้ทำงาน เรียนรู้ และซึมซับแนวคิด วิธีการทำงาน คำแนะนำสั่งสอนของ ดร.นฤมลม แสงประดับมาหลายปี นับได้ว่า เป็นลูกศิษย์อีกคนหนึ่งที่อาจารย์ภูมิใจอย่างมาก

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ ดร.ประสาท เนืองเฉลิมใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชีวิตผ่านพบทั้งทุกข์และสุขมามากมาย หลายครั้งที่ได้รับคำแนะนำดุจดั่งได้แสงตะเกียงนำทางจาก ดร.นฤมล แสงประดับ อุปสรรคที่ผ่านมาจึงเหมือนสะพานที่ทอดผ่านไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งความสำเร็จ ทำให้ ดร.ประสาท เนืองเฉลิมก้าวเดินต่อไปตามเส้นทางชีวิตของตนเอง จนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ศึกษา และ ณ เวลานี้ ได้ก้าวเข้ามาเป็นอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามนี่เอง http://www.edu.msu.ac.th/

ตั้งแต่ในสมัยที่เป็นนักศึกษา เขาคนนี้เป็นผู้ที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จึงมีความรอบรู้ในหลายเรื่อง อ่านหนังสือหลายเล่ม แม้บุคลิกในวันวานเป็นคนที่ดูสุขุม เรียบร้อย เงียบๆ ใช้วิถีชีวิตอย่างเรียบง่ายในแบบติดดิน ฟังเพลงแนวลูกทุ่งเพื่อชีวิตและมีบุคลิกในแบบชาวลูกทุ่งทั่วๆไป บางช่วงเวลาอาจจะเก็บตัวบ้าง แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมากับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นครูที่ดีของลูกศิษย์ เหมือนดั่งแม่พิมพ์ที่เคยหล่อหลอมเขามาในวันวาน

ในวันเวลาในอดีต ในห้วงเวลาที่เขาทำงาน ทำ lab เขาจะมีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้าๆได้ยาวนานหลายชั่วโมง หลายครั้งที่นั่งทำงานที่ห้อง wetlab ในแบบโต้รุ่ง จากดึกยันเช้ามาแล้ว อีกมุมหนึ่งที่นายบอนชอบมองคือ มือในขณะที่เขากำลังทำงาน มือที่จับดินสอ มือที่จับอุปกรณ์ต่างๆในขณะทำงานนั้น มีพลังอย่างน่าประหลาดจริงๆ

อีกแง่มุมหนึ่งแห่งความประทับใจ คือ การให้เกียรติกับบุคคลทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ รุ่นพี่ หรือคนงานทำสวน เขาคนนี้ไม่ลืมที่จะทักทายและยกมือไหว้อย่างนอบน้อมและสุภาพ

เมื่อใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ย้อนรำลึกถึงวันวานในวันนี้ของ ดร.ประสาท เนืองเฉลิม จากการได้เห็นข้อความสั้นๆที่เขียนแสดงความคิดเห็นของเขา ถึงแม้ว่า ดร.ประสาท จะเฉียดเวลาที่มีเพียงน้อยนิดในการเขียนข้อความแสดงความรู้สึกสั้นๆออกมา แต่เพียงห้วงเวลาอันน้อยนิดนั้น ย่อมทำให้เขาได้ย้อนระลึกถึงวันวานที่มีคุณค่าและความหมายต่อชีวิตที่เป็นดั่งสะพานที่ทอดผ่านมายังความสำเร็จของชีวิตในวันนี้


บันทึกย้อนวันเวลาในยุคที่ ดร.ประสาท เป็นนักศึกษาที่ ม.ขอนแก่น


http://www.geocities.com/CapeCanaveral/Launchpad/3239/apr99.html


    



ทีมงานวิจัยที่เดินทางไปเก็บตัวอย่างครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณอนุ ขลังวิเชียร, คุณประยุทธิ์ อุดรพิมาย, นายอาษา อาษาไชย และ Special Guest : คุณประสาท เนืองเฉลิม!!
25 เมษายน 2542 : ม.ขอนแก่น- น้ำหนาว - อ.นาแห้ว จ.เลย
26 เมษายน 2542 : อ.นาแห้ว - ต้นน้ำป่าสัก อ.ด่านซ้าย, บ้านหินสอ อ.ภูเรือ จ.เลย
27 เมษายน 2542 : บ้านหินสอ จ.เลย - ทุ่งกระมัง ภูเขียว
28 เมษายน 2542 : ทุ่งกระมัง - บ.นาหนองทุ่ม อ.เกษตรสมบูรณ์ - บ.โหล่น ต้นแม่น้ำชี อ.หนองบัวแดง ชัยภูมิ
29 เมษายน 2542 : บ้านโหล่น - อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ - ม.ขอนแก่น
          25 เม.ย. 2542 : 8.00 น. คุณประยุทธิ์ และนายอาษานัดพบกันที่ WetLab และเดินทางไปรับ คุณอนุ ที่บ้านพัก ซึ่ง คุณอนุพึ่งเดินทาง กลับจากกาฬสินธุ์ไม่ถึงชั่วโมง ก็ต้องอาบน้ำแต่งตัว จัดกระเป๋า พร้อม หม่ำ และส้มหมูที่แฟนคุณอนุ ทำตามที่สั่งไว้ล่วงหน้า ออกเดินทางทันที แต่ด้วยความรีบร้อน ของคุณประยุทธิ์ ทำให้ลืมแฟ้มบันทึกข้อมูลวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จึงต้องย้อนกลับ มาที่ WetLab อีกครั้ง แล้วจึงเดินทางออกจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น เวลา 9.30 น.
            ทีมงานได้แวะที่ดอนโมง ซื้อยาขับลมในกระเพราะ ตราคีมเหล็ก และยารักษาโรคอื่นๆที่จำเป็นแล้วมุ่งสู่ อุทยานแห่งชาติ น้ำหนาว เพื่อรับ "คุณประสาท" มาร่วมการเดินทางใน ครั้งนี้ด้วย
            รถของทีมงานเดินทางมาถึง น้ำหนาวเกือบเที่ยง คุณประยุทธิ์ และนายอาษาเดินตามหา คุณประสาท พี่อ๋อ ปลา และเจี๊ยบซึ่งทำงานที่ ห้วยหญ้าเครือยัง ไม่เสร็จ ทีมงานจึงมานั่ง ทานข้าวเที่ยงรอ ก่อนไปรับเครื่องมือที่บ้าน 6 และรับ 3 สาม 1 หนุ่ม ออกมาทานข้าว พาไปเก็บ Light tap ที่ห้วยพรมแล้ง ก่อนมาส่ง 3 สาวที่ อ.คอนสาร และพาคุณประสาทเดินทางไปกับ ทีมงานด้วย โดยขับรถผ่านเข้า ตัวอำเภอ คอนสาร ลัดเลาะสู่ อ.ภูกระดึง อ.วังสะพุง จ.เลย สู่ อ.นาแห้ว จ.เลย ซึ่ง ระหว่างทาง ก็จอดรถแวะทำธุระส่วนตัวบ้าง เติมน้ำมันบ้าง งานนี้ คุณประยุทธิ์ รับหน้าที่โชเฟอร์ตลอดการเดินทาง เพื่อให้คุณอนุ ได้พักผ่อนให้เต็มที่ หลังจากที่ ปกติต้อง ทำงานอย่างหนัก และรับผิดชอบงานในหลายๆโครงการ
            ถึง อ.นาแห้ว ราว 17.40 น. ทีมงานตัดสินใจวาง light tap เปิดไฟล่อแมลงเก็บตัวเต็มวัย เฉพาะ ที่น้ำตกธารสวรรค์ ไม่ไปที่น้ำตกคริ้ง เพราะครั้งที่แล้ว แบตเตอรี่หายไป และจำนวนชนิดของแมลงที่ดักได้ ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก หลังจากวางไฟเสร็จ ทีมงานทั้ง 4 ก็บึ่งสู่ บ้านเหมืองแพร่ นั่งจิบเครื่องดื่ม ดีกรีสูงริมแม่น้ำเหือง มองดูชาวบ้านเหมืองแพร่ฝั่งลาว อาบน้ำอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมทั้งนั่งลิ้มรสอาหาร อาทิ ลาบฟาน (เก้ง) ฯลฯ หลังจากอิ่มหนำแล้ว ทีมงานก็แวะค้างคืนที่ สำนักงานบริการประปา อ.ด่านซ้าย - นาแห้วอีกตามเคย ดึกๆ คุณอนุร้อนจัด ถอดเสื้อโชว์พุง ปูผ้าขาวม้า นอนแก้ร้อน ชมแสงจันทร์ หน้าอาคารโรงสูบน้ำที่ท่านเคยออกแบบไว้เองเมื่อหลายปีก่อน กับนายอาษา ก่อนเข้านอนเวลา 5 ทุ่มเศษๆ

            26 เม.ย. 2542 : หลังจากอาหารเช้า ทอดหม่ำ - ส้มหมู ผ่านไป ทีมงานทั้ง 4 ก็ไปเก็บตัวอย่างที่น้ำตกธารสวรรค์ และน้ำตกคริ้ง กระแสน้ำไหลแรง เนื่องจากช่วงนี้ ฝนตกบ่อยครั้ง ทำเอาคุณประยุทธิ์ ลื่นล้มขณะ Sampling ที่น้ำตกธารสวรรค์ และนายอาษาลื่นล้มที่ น้ำตกคริ้ง เสร็จจากภาระกิจทั้ง สองน้ำตก ทีมงานก็มุ่งหน้าสู่ ภูเรือทันที ระหว่างเส้นทาง อ.นาแห้ว -ด่านซ้าย คุณอนุ แวะลงซื้อเห็ด 3 ถุงใหญ่ เนื่องจากช่วงเวลานี้ มีเห็ดมากมาย ซึ่งเห็ดที่ซื้อนี้ เอามาทำอาหารกินที่บ้านหินสอ กินแล้วเบื่อเห็ดไป หลายวันเลยทีเดียว
            เมื่อทีมงานเดินทางมาถึง อ.ด่านซ้าย ก็แวะเข้านมัสการ พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งในช่วง 26-29 เม.ย. 2542 มีงาน "นมัสการพระธาตุศรีสองรัก" พอดี (มีการออกร้าน, เปิดพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม และ 27 เม.ย. เป็นวันล้างพระธาตุ ) จากนั้น ทีมงานก็แวะ ตัวอำเภอ ภูเรือ ทานข้าวเที่ยงก่อนมุ่งสู่บ้านหินสอ ท้องฟ้าในช่วง 13.50 น. เมฆดำครึ้มทีเดียว คุณประยุทธิ์ ตัดสินใจขับรถขึ้นสู่ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ ลำห้วยสักทันที เจรจาขอยืมรถไถลงห้วยสักงา ได้ทันใจ จึงตัดสินใจ ลงไปเลยทันที เพราะกลัวว่าฝนจะตกในวันรุ่งขึ้น ทำให้ลงไปเก็บตัวอย่างไม่ได้ เหมือนครั้งที่แล้ว งานนี้คุณประสาทได้ลองนั่งรถไถ สมใจอยาก ได้นั่งรถไถจากหน่วยฯ จนถึงทางลงห้วยสักงา ได้ประสบการณ์ใหม่ๆและเจ็บก้นนิดหน่อย ไม่ได้ลงห้วยสักงามา 2 เดือน ระหว่างทางลงห้วยซึ่งลาดชันนั้น ก็มีทั้งกิ่งไม้ ไม้ไผ่ยื่นออกมาขวางทาง คุณอนุ & คุณประยุทธิ์ซึ่งนั่งอยู่บน จานรถไถต้องคว้ามีด มาฟันกิ่งไม้ เปิดทางให้รถไถเป็นระยะๆ เมื่อลงถึงห้วยสักงา ทีมงานก็ได้เร่งเก็บตัวอย่างและวัดคุณภาพน้ำกันอย่าง รีบเร่ง เสร็จจากห้วยสักงา ก็นั่งรถไถขึ้นมาที่ด่าน และควบโฟร์วิลคู่ใจ ลงสู่ห้วยแดง วาง light tap ไว้ ทีมงานมาค้างคืนที่ บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหินสอ ทอง วังคีรี 1 คืน ช่วงเย็นก็สังสรร จิบเหล้าอีกเช่นเคย ดึกๆ คุณอนุ เกิดร้อน ก็ออกไปนอนปูเสื่อนอกชายคาบ้าน จนฝนเริ่มตกในตอนดึก ผู้ช่วยฯ ทอง กลับมาถึงบ้านพอดี จึงปลุกคุณอนุ เข้ามานอนต่อในบ้าน (ห้องครัว) เสียงกรนดังซะจน หนูในครัววิ่งกันวุ่น!!!

            27 เม.ย. 2542 : เมื่อคืนที่ผ่านมา ฝนตกหนัก6 โมงเช้า คุณแทน หนุ่มบ้านหินสอที่ ทีมงานจะว่าจ้างให้ลงไปเก็บ light tap ที่ห้วยสักงามาบอกว่า รถมอเตอร์ไซด์ลงไปไม่ได้ คุณแทนไม่ไป! ในที่สุด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทองก็เรียกหลานชายลงไปเก็บ light tap ให้

            สองโมงเช้า ทีมงานและผู้ช่วยฯทอง ไปเก็บตัวอย่างที่ห้วยแดง ท่ามกลางอากาศที่มืดครึ้ม ดินยังไม่แห้ง ขับรถโฟร์วิล ล้อรถก็ปัดไปปัดมา ระหว่างถอยรถโฟร์วิลลงห้วยแดง ล้อรถก็ติดหล่มเล็กน้อย ทีมงานต้องออกเหงื่อดันรถนิดหน่อย เสร็จงานจากห้วยแดง และร่ำลาผู้ช่วยฯ ทอง แล้วทีมงานก็ออกเดินทางต่อทันที แวะทานลาบเป็ดที่ อ.วังสะพุง และเที่ยวสวนหิน " คุณหมิงเมืองไทย "ที่วนอุทยานผางาม อ.หนองหิน จ.เลย ซึ่งทีมงานก็ได้แต่เที่ยวชม และไหว้พระ เฉพาะด้านนอกเท่านั้น เนื่องจากมีเวลาน้อย จากนั้น มุ่งหน้าสู่ ทุ่งกระมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูเขียว ระหว่างทาง คุณประยุทธิ์ ขับรถไป ก็คุยไปคนเดียวตลอดทาง จนคุณอนุไม่ได้นอน เพราะมัวแต่นั่งฟัง ถึงคอนสาร ทีมงานก็แวะจ่ายตลาด สำหรับอาหารมื้อเย็น เข้าสู่เขตป่าภูเขียว ทีมงานก็แวะไปวาง light tap ที่ลานจันทร์ ลำน้ำพรม แล้วเข้าพักแรมที่บ้านขุนแผน ของคุณเมืองมนต์ ทองลาด ซึ่ง เจ้าของบ้านไม่อยู่ ต้องเปิดหน้าต่างหลังบ้าน ปีนเข้าออกตัวบ้าน เพราะหากุญแจประตูหน้าบ้านไม่เจอ ช่วงเย็น ทีมงานก็ทำอาหาร และปูเสื่อกินที่หน้าบ้าน พร้อมเครื่องดื่มมีดีกรีตามเคย และคุณอนุ ก็เมาลืมโลกพูดเก่งอีก ตามเคย 3 ทุ่มเศษ ก็ได้เวลาพักผ่อนซะที
            28 เม.ย.2542 : ช่วงดึก ฝนตก ลมพัดแรง จนหวั่นๆกันว่า บ้านขุนแผนที่ หลังคามุมจากอาจจะพังได้ง่ายๆ ตี 4 คุณอนุลุกมาอาบน้ำ, กวางเขาอ่อนโผล่มาคุ้ยหม้อข้าวที่วางไว้หน้าบ้าน กินข้าวเหนียวไปเรียบ 7 โมงเช้า ทีมงานควบโฟร์วิลไปลำน้ำพรม แต่ดันเจอต้นไม้ล้มขวางทาง ทีมงานจึงบึ่งรถมาแจ้งเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเขต ภูเขียว และร่วมยืนเข้าแถว ร้องเพลงชาติ และสวดมนต์ นะโม 3 จบ ตอน 2 โมงเช้าหน้าเสาธง สำนักงานเขตฯ ครู่ใหญ่ ทีมงานก็พาคุณประสาทไปชม พระตำหนักฯ ที่ประทับที่ทุ่งกระมัง และแวะมาทำอาหารเช้าที่บ้าน คุณเมืองมนต์ 3 โมงเช้า เมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จัดการเลื่อยไม้ล้มที่ล้มขวางถนนออกแลฃ้ว ทีมงานก็มุ่งไปเก็บตัวอย่าง ที่ลำน้ำพรม ซึ่งทางลง ลื่นพอสมควร งานนี้คุณประยุทธิ์ก็โดนหนามเข้าที่มืออีกครั้ง ขณะ sampling ตัวอย่างเหมือนทุกครั้ง ที่มาน้ำพรม

            จากนั้น ทีมงานก็แวะไปหาคุณเมืองมนต์ ที่บ้านนาหนองทุ่ม ได้ลิ้มรส ลาบเป็ดพันธุ์ บาบารี่ เป็ดพันธุ์ใหม่ เลี้ยง 2 เดือน โตเร็ว.. บ่ายโมง ก็ลมคุณเมืองมนต์ มุ่งสู่ ลำสะพุงเหนือ แต่ระดับน้ำสูงมาก ไหล่บ่า เร็วและแรง ไม่สามารถเก็บตัวอย่าง ด้วยการลง Surber ได้ ทีมงานจึงมุ่งสู่ ต้นน้ำชี ที่บ้านโหล่น อ.หนองบัวแดง ทันที แต่ระหว่างทางที่จะเข้าสู่ต้นน้ำชี และลำน้ำเพียว ระดับน้ำที่ไหลขวาง กั้นเส้นทางที่จะไปนั้น อยู่ในระดับสูง เกินกว่าที่ รถโฟร์วิลจะลุยข้ามไปได้ จากการสวัดระดับน้ำคร่าวๆ ของคุณอนุ ระดับน้ำก็สูงเกินล้อรถไปแล้ว ทีมงานจึงได้แต่วาง light tap ไว้แถวนั้น แล้วกลับมาค้างคืนที่หน่วยพิทักษ์ป่า บ้านโหล่น นั่ง สนทนากับหัวหน้าประหยัดและ บรรดาเจ้าหน้าที่ป่าไม้จาก 5 โมงเย็นยัน 3 ทุ่มเศษ พร้อมเครื่องดื่มดีกรีสูงๆ 3 ขวด คุณอนุ พบเหน้าที่ป่าไม้ มือพิณที่เล่นดนตรีได้ ม่วนเหลือหลาย จืบเครื่องดื่มเพลิน เมาลืมโลก ร้องรำทำเพลงสนุกสนานกันเต็มที่ พร้อมต้มไก่ และลาบไก่ 4 ทุ่มก็เข้านอนกันพร้อมเพรียง

            29 เม.ย. 2542 : หลังจากอาหารเช้าผ่านไป ทีมงานพร้อม เจ้าหน้าที่ป่าไม้สมบูรณ์ ก็นั่งโฟร์วิลจะไปต้นน้ำชี แต่ทว่า ระดับน้ำที่ไหลขวางเส้นทาง ก็ไม่ได้ลดลงมากนัก ทีมงานจึงตัดสินใจว่า จะมา sampling ตัวอย่าง ที่ต้นน้ำชี ในคราวหลัง จึงเก็บ light tap ซึ่งได้ตัวเต็มวัย สวยๆกลับไป ทีมงานและมาโทรศัพท์รายงานผล การตัดสินใจและการปฏิบัติงาน ที่ลำน้ำชีให้ ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง รับทราบ และเดินทางกลับ คุณประยุทธิ์ แวะซื้อลูกเป็ดพันธุ์ บาบารี่ 2 ตัวที่บ้านคุณเมืองมนต์ เอาไปเพาะพันธุ์ เพื่อ อาหารจานเด็ดในวันข้างหน้า คุณอนุพาแวะ อ.ภูเขียว เยี่ยม พ่อตา แม่ยาย และบ้านคุณแม่ของคุณอนุเอง .. ทีมงานกลับมาถึง WetLab มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในเวลา 14.50 น.



ชม ประมวลภาพการเดินทางไปเก็บตัวอย่างระหว่าง 25-29 เม.ย. 2542

 

หมายเลขบันทึก: 111265เขียนเมื่อ 13 กรกฎาคม 2007 14:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 มิถุนายน 2012 07:27 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)

ดีใจนะค่ะ ที่ได้อ่าน จากลูกศิษย์คนหนึ่ง

สงกรานต์ เจือจันทร์

อยากบอกว่า ในช่วงเวลาอันน้อยนิดที่ได้เห็นในตัวอาจารย์ขณะที่มีโอกาสได้เรียนด้วย ลูกศิษย์คนนี้เอามาเป็นแบบอย่างในการเป็นครูสอนนักเรียนค่ะ

มีครูต้นแบบที่ดีวันนี้จึงมีลูกศิษย์
http://edu.msu.ac.th/prasart

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี