พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 39 บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง(กระทรวงศึกษาธิการ, 2550 : คำนำ) การประกาศดังกล่าว ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน) จึงกำหนดนโยบายให้มีการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูแกนนำ ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง รองรับการกระจายอำนาจดังกล่าว โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เป็นรุ่นแรก เพราะมีผลการประเมินคุณภาพภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพสถานศึกษา (สมศ.) อยู่ในเกณฑ์ดี ผู้เขียนซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน รับผิดชอบกลุ่มบริหารวิชาการ ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับการอบรมในเรื่องที่สำคัญในการบริหารโรงเรียนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ การบริหารการเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลง ทักษะเชิงบริหารการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมและเทคโนโลยี และคุณธรรมนำความรู้สู่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ประกอบด้วย การบริหารโดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย องค์คณะบุคคลและเครือข่าย เทคนิคการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเรื่องของ Best Practices การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาชาติ ประกอบด้วย การปฏิรูปการเรียนรู้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน จิตวิทยาการเรียนรู้ การสร้างแรงจูงใจ การบูรณาการหลักสูตรสู่การเรียนรู้ บทบาทของหน่วยงานสู่ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ การประเมินผลรอบด้าน การประกันคุณภาพการศึกษา ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เทคนิคการวิเคราะห์ปัญหา และกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรดังกล่าวใช้เวลา 6 วัน กิจกรรมการอบรมเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้กระบวนการกลุ่มบ้าง เชิญวิทยากรมาให้การอบรมบ้าง ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความสุขกับการทำกิจกรรม แม้จะเป็นระยะเวลา 6 วัน และมีการอบรมภาคกลางคืนถึง 3 ทุ่ม แต่ไม่มีใครบ่น คงเป็นเพราะเห็นประโยชน์จากการอบรม นอกจากนี้มีการประเมินผลจากเวลาเข้าอบรม การสอบก่อนเรียน สอบหลังเรียน ใบงานเดี่ยว ใบงานกลุ่ม การร่วมกิจกรรม ทุกคนสามารถผ่านไปได้เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มาจากโรงเรียนที่มีคุณภาพ และมีความตั้งใจสูง เมื่อกลับมาถึงโรงเรียนผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและครูแกนนำที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง ได้ประชุมสรุปสิ่งที่รับมา วางแผนกำหนดแนวทางการขยายผลสู่เพื่อนครูและการดำเนินงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการกระจายอำนาจ วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2550 จัดประชุมครูและบุคลากรของโรงเรียน โดยวันแรกประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา ทั้งด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป วันที่สองเป็นการนำเสนอนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำนโยบายสู่การปฏิบัติ และศึกษาประเด็นปัญหาของโรงเรียน ของกลุ่มบริหารงาน และของกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อปรับปรุงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายของแต่ละงาน วันที่ 11-12 พฤษภาคม 2550 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสตูล จัดประชุมผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากสำนักงานเขตพื้นที่ โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยสตูล และโรเรียนอนุบาลสตูล ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ศึกษานิเทศก์และคณะครู โดยในวันแรกเป็นการประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษา แบ่งกลุ่มตามภาระงาน ในวันที่สอง จัดทำแผนการดำเนินงานของแต่ละโรงเรียนแบ่งกลุ่มตามโรงเรียน แผนการดำเนินงานด้านวิชาการซึ่งผู้เขียนรับผิดชอบอยู่ ได้จัดทำและนำเสนอโดยใช้ รูปแบบ Backward Design Model ซึ่งประกอบด้วย เป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพ หลักฐาน ร่องรอย นวัตกรรม ชิ้นงาน กิจกรรมการดำเนินงาน ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบ ซึ่งทิศทางการดำเนินงานด้านวิชาการ ประกอบด้วย1. พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ Master Plan of Teacher Projectเป้าหมาย ครูทุกคนจัดทำ Master Plan ในรายวิชาที่สอน 1 รายวิชา ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 นวัตกรรมชิ้นงาน Master Plan of Teacher Project2. การพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร และครูผู้สอน โดยการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID-Plan) เป้าหมาย ครูผู้สอน สามารถจัดทำแผนพัฒนาตนเอง(ID-Plan) ได้ถูกต้องไม่น้อยกว่า 80% นวัตกรรมชิ้นงาน แผนพัฒนาของตนเอง (ID-Plan) 3. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Backward Design Model เป้าหมาย ครูผู้สอน สามารถจัดทำหน่วยการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ BackwardDesignคนละ 1 หน่วย และนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ไม่น้อยกว่า 60 % นวัตกรรมชิ้นงาน แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Backward Design4. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน เป้าหมาย ครูผู้สอนสามารถพัฒนาการสอนโดยการวิจัยในชั้นเรียนอย่างน้อย 1 เรื่อง ต่อภาคเรียน นวัตกรรมชิ้นงาน รายงานการวิจัยในชั้นเรียน5. เทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป้าหมาย คุณภาพการ ศึกษาของผู้เรียนสูงขึ้น ผู้เรียนมีคุณลักษณะด้านการคิด วิเคราะห์ นวัตกรรมชิ้นงาน วิธีสอนหรือขั้นตอนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ6. นิเทศภายในโดยใช้เทคนิค Coaching เป้าหมาย ครูร้อยละ 80 สามารถใช้เทคนิค coaching เพื่อการนิเทศภายในได้ นวัตกรรมชิ้นงาน คู่มือการนิเทศ รายงานการนิเทศ7. การพัฒนาหลักสูตรที่สนองความต้องการของผู้เรียนตามศักยภาพ เป้าหมาย มีหลักสูตรนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษตามโครงการ EP และ SMAP นวัตกรรมชิ้นงาน หลักสูตร EP หลักสูตร SMAP และรายงานการพัฒนานักเรียนในโครงการ8. การจัดการความรู้โดยใช้ Web Blog เป้าหมาย ครูไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 นำข้อมูล ความรู้ไปฝากและใช้ WebBlog นวัตกรรมชิ้นงาน Web Blog การจัดการความรู้โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ การดำเนินงานตามแผนต้องนำเสนอให้ครูและบุคลากรได้รับทราบเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โรงเรียนจึงได้จัดประชุมปฏิบัติการ ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2550 โดยในวันแรกเป็นการนำเสนอแผนการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มงาน การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ การจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID-Plan)การออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Backward Design Model วันที่สอง อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ เทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นิเทศภายในโดยใช้เทคนิค Coachingและการกำหนดปฏิทินการดำเนินงานโดยในระยะเวลา 2 วัน มีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาได้มาประเมินการจัดอบรม ประเมินความร่วมมือของบุคลากร และแผนการดำเนินงาน เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป ถึงวันนี้ได้เห็นการดำเนินงานของครูตามแผนฯ ตามปฏิทิน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย แม้บางคนยังไม่ชัดเจน แต่ได้รับการนิเทศติดตามจากทีมแกนนำก็สามารถแก้ปัญหาแล้วดำเนินการต่อไปได้ ผู้เขียนซึ่งรับผิดชอบกลุ่มบริหารวิชาการ และได้รับมอบหมายตามคำสั่งของโรงเรียนให้เป็นกรรมการและเลขานุการคณะทำงานขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง รองรับการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการศึกษา ตั้งความหวังไว้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำสู่การเปลี่ยนแปลง สู่ความสำเร็จในการปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ------------------
