"ดอกไม้....ดอกไม้จะบาน
บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่ แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา
เรียนรู้ต่อสู้มายา ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน
ชีวิต อุทิศยอมตน ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา
ดอกไม้บานให้คุณค่า จงบานช้าๆ แต่ว่ายั่งยืน
ที่นี่และที่อื่นๆ ดอกไม้สดชื่น ยื่นให้มวลชน"
ได้ยินเพลงนี้ ในรถเมื่อหลายวันก่อน แล้วย้อนคิดถึงวันที่ได้ฟังเพลงนี้ในงานรับน้องมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว คิดอะไรต่อไปได้มากมายอยากจะเขียนความคิด...แต่ก็ไม่ได้ทำ
มาวันนี้อ่านบันทึกอ.ประพนธ์เรื่อง ปัญญาภาคปฏิบัติ: จัดการอย่างไรให้เกิดพลัง ซึ่งอาจารย์ก็พูดถีงเรื่องนักศึกษากับ การใช้พลังอันยิ่งใหญ่เพื่อพัฒนาสังคมไทยต่อไป
สิ่งที่นึกถึงร่วมกันใน 2 เรื่องนี้ก็คือ ทำไมเราถึงไปมุ่งผลักดันให้นักศึกษา คิดจะพัฒนาสังคมไทยกันอยู่เสมอ แล้วคนทำงานไปไหนกันหมด (คิดถึงตัวเองไปด้วย) คนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่มีการมีงานทำสมบูรณ์พูนสุข สร้างหลักฐานตำแหน่งหน้าที่ ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหาเลี้ยงชีพ สะสมทรัพย์สมบัติเอาไว้ใช้ในยามแก่เฒ่า
เรากำลังพัฒนาสังคมไทย เรา
ก้าวไปข้างหน้า เข้ามามวลชนชีวิต อุทิศยอมตน ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา
กันอยู่หรือเปล่า ทำไมเราจึงหวังให้เยาวชน "จะไปทำ" กันนักกันหนา
แล้วก็คิดต่อไปว่า ในฐานะของตัวเราเองนี้ เราทำงาน
- เพื่อพัฒนาตนเอง สักกี่เปอร์เซ็นต์
- เพื่อพัฒนาสังคม สักกี่เปอร์เซ็นต์
- ในแต่ละวัน เราคิดถึง ตัวเอง ครอบครัวตัวเอง ญาติพี่น้องตัวเอง กันวันละกี่ชั่วโมง
- เราคิดถึงคนอื่นๆในสังคมสักกี่ชั่วโมง
- ในแต่ละสัปดาห์ เราทำอะไรเพื่อตัวเราเอง เพื่อครอบครัวตัวเอง เพื่อญาติพี่น้องตัวเอง สักกี่วัน
- เราทำอะไรเพื่อสังคม สักกี่วัน
คิดแล้ว....เห็นอะไรไหมคะ
สวัสดีครับพี่โอ๋-อโณ
ผมคิดว่าการรับราชการและทำหน้าที่อย่างดีที่สุด นึกถึงประชาชน เอื้อประโยชน์แก่ประชาชนให้มากที่สุด ก็เป็นหนทางที่เราทำเพื่อสังคมได้ครับ คือการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ก็เป็นวิถีไปสู่ประชาครับ
นั่นสินะคะ
.. หน้าที่พัฒนาสังคมไทย...เป็นของใครกันหนอ...
เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ก็เคยคิดว่า เราเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะช่วยประเทศชาติ ได้อย่างไร
.... พอเรียนหนังสือ พบเจอปัญหาต่างๆ ... เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ... ปัญหาในองค์รวม ก็ยังไม่คลี่คลาย
... มีโอกาสทำงานแล้ว ก็ปัญหาเดิมๆ เพิ่มเติมอีกหลายกระบวนความ ....
เลยงง งง ว่าแท้จริงแล้ว กลไก พลวัตร ตัวขับเคลื่อนจริงๆ อยู่ในมือใคร กันแน่ ....
ทั้งๆ ที่ สมมติ ประชากรทั้งหมดทั้งมวล ทำหน้าที่ตนเอง ดีที่สุด ไม่ขาดตกบกพร่องเลย แต่
- - หน้าที่ อำนาจ การตัดสินใจ จิตสำนึก ที่มีผล และอิทธิพล ต่อนโยบาย - สังคม เศรษฐกิจ การเมือง -
ข้างต้น ล้วนคือตัวแปร สำคัญที่สุด ต่อการนำพาประเทศของเราไป และแน่นอน นั่นคือ การนำ แบบอย่าง ให้ผู้อื่นตาม
ตราบใด ที่ผู้มีอำนาจรัฐ ผู้กุมบังเหียน ระบบยังไม่โปร่งใส ... ซับซ้อน ผลประโยชน์ .... การพัฒนา คงเป็นแค่ภาพ ฝัน เท่านั้นเอง
มิได้ท้อ หรือชวนถอย นะคะ เพียงแต่เสนออีกมุม - เราในฐานะ ประชาชน คนธรรมดา ก็คงต้องทำดี ต่อไป ... เพื่อ
.... ความดี ความภาคภูมิใจ และ การนับถือตนเอง เท่านี้เองค่ะ - ตอบแทนคุณแผ่นดิน ที่เราพึงกระทำได้
ปล. เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวนะคะ
โอ๊ะ คุณพี่โอ๋ขา
ขออภัย เขียนยาวและเพ้อไปหน่อย หลังจากอ่านเรื่อง พรบ. คอมพิวเตอร์ ล่าสุด ...
กลัวๆ มั๊งค่ะ จะไม่มีโอกาสได้เขียน ร่ายซะยาวเลย
เซ็นเซอร์ได้นะคะ
ขอบคุณคุณดิศกุลและน้อง poo ค่ะที่มาร่วมให้ความเห็น พี่เองก็คิดทำนองเดียวกันนี่แหละค่ะ ว่าเราทำหน้าที่ของเราที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการหรือเอกชน แต่บางทีถ้าเรามัวแต่ทำงาน สนใจแต่ความก้าวหน้าของตัวเราเอง ไม่ได้หันมองโลกภายนอกวงเวียนงานของเรา ก็เหมือนว่าเราผลักภาระการพัฒนาสังคมกันไปสู่คนรุ่นต่อๆไป ทั้งๆที่เราทุกคนสามารถทำได้ คนละเล็กละน้อย เหมือนกับการช่วยกันรักษาวิกฤตโลกร้อน และเรื่องอื่นๆที่เราอาจจะเผลอลืมคิดว่า เราเองก็ทำได้และควรจะต้องช่วยคนอื่นๆทำ และชักชวนคนอื่นๆให้ช่วยกันทำ
การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน GotoKnow ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการที่เราจะได้ช่วยกันพัฒนาสังคม ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นต้องหาทางช่วยกันทำให้คลังความรู้แห่งนี้คงอยู่ต่อๆไป
สวัสดีค่ะ