ใกล้ค่ำ ไก่ต๊อกเดินไปหาไก่แจ้ซึ่งกำลังจีบสาวไก่อยู่ที่กระท่อมน้อยปลายนา แต่เกรงว่าจะทำให้บรรยากาศของไก่หนุ่มและไก่สาวแตกกระเจิง จึงหยุดอยู่ที่พุ่มไม้ รอให้สองไก่ลาจากกันไปก่อน “เอ้าหยุดอยู่ทำไมล่ะ ทำไมไม่เดินไปทำธุระให้เสร็จ” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นที่พุ่มไม้ ไก่ต๊อกด้วยความที่เป็นคนตกใจง่าย เมื่อได้ยินเสียงนั้น ขวัญหนีดีฝ่อ กระโจนขึ้นและบินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ พร้อมกับร้องเสียงหลง “ผีหลอกๆ ช่วยด้วยๆ ไก่แจ้ช่วยเพื่อนด้วย” ไก่แจ้ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยจึงผละออกไปหาไก่ต๊อกขณะที่ไก่ต๊อกก็วิ่งมาหาไก่แจ้ เสียงปะทะกันดัง “บึก” ใหญ่ ไก่ทั้งสองล้มกลิ้งลง แต่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ไก่แจ้รีบลุกขึ้นสะบัดขนและเข้าไปหาอย่างลุกลี้ลุกลน “เป็นอย่างไรบ้างไก่ต๊อก” “ไม่เป็นไร” ไก่ต๊อกกล่าว “แล้วตะกี้ร้องทำไมล่ะ” “ก็ผีที่พุ่มไม้หลอกฉัน” “หลอกยังไง” “มันพูดว่า “หยุดอยู่ทำไม ทำไมไม่เดินไปทำธุระให้เสร็จ” “หื้ออ ผีเผอที่ไหนมี ไปๆ เดี๋ยวเราไปดูกัน” ขณะเดียวไก่สาวก็เอาปีกของตัวคล้องปีกของไก่แจ้ไปด้วย “ฮัลโหลๆ ผีอยู่ที่ไหน” ไก่แจ้ตะโกนขึ้นที่พุ่มไม้ “ผีเผอที่ไหนกัน มีแต่ฉันนี่แหละ” เสียงมดตะนอยดังขึ้น “โธ่ถัง ไก่ต๊อกเอ๋ย นายนี่กลัวไม่เข้าเรื่อง ถ้าผีจะมีผีก็อยู่ส่วนผีสิ ฉันว่าตัวแกนั่นแหละเป็นผีในตัวแกเอง” ไก่แจ้กล่าว