Sitcom อเมริกัน แห่งยุค 1950 - 1960 ซึ่งเป็นดั่งคำถามตัวโต วิพากษ์ถึงการบริหารนโยบายสาธารณะของรัฐบาล ภายใต้คำถามจากละครชุด ที่เป็นมุมมองมานุษยวิทยา-สังคมวิทยา เพื่อถามสังคมไทยว่า พึ่งพอใจหรือไม่

สังคมแบบ

Father knows Best  

 

 

 

 

ในท่ามกลางความเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย ความหวังดี ความสามัคคี สมานฉันท์ คำถาม การต่อต้าน การร่างรัฐธรรมนูญ การขอประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตามมาด้วยการสนับสนุน และการคัดค้าน กลายเป็นเนื้อหาในท่ามกลางความอึดอัดของข้อมูลข่าวสาร

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความวุ่นวายกลายเป็นคำสรุปแบบไม่ต้องคิด ในท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านเหล่านี้ รัฐบาลแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ กลายเป็นหนึ่งในรัฐบาลซึ่งกำลังใช้ช่องว่างทางอำนาจ ออกร่างพระราชบัญญัติมากมาย ที่นำพาคำถามมาถึงคนทั่วไปในสังคมไทย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สังคมอเมริกันในยุค 1950 1960 ภายหลังจากภาวะสงครามซึ่งสงบลง มีภาพยนตร์ชุด Sitcom เรื่องอมตะอันเด่นดังเรื่องหนึ่ง ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในมรดก ทางวัฒนธรรมโทรทัศน์ของสังคมอเมริกัน ที่มีชื่อเรื่องว่า Father knows Best (1954 1962) โดยภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่องดังกล่าว คือเรื่องราวสนุกสนานของครอบครัวในฝัน เป็นครอบครัวอุดมคติของชนชั้นกลางครอบครัวหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนมิดเวสเทิร์นแห่งสปริงฟิลด์ โดยเรื่องราวของพ่อผู้นำครอบครัว ในฐานะของพนักงานขายประกัน ซึ่งมีภูมิหลังจากความเป็นอดีตนายทหารผ่านสงคราม จนมาสู่การนำชีวิตครอบครัว คือแกนกลางในการดำเนินเรื่องผ่าน คำถาม คำตอบ และเรื่องราวรายวันของชีวิต</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความสนุกสนาน ตลก และขบขัน กับความรู้ดีของคุณพ่อ คือหัวใจสำคัญของเรื่องราว บางตอนก็นำพาคำถามต่อเนื่อง บางตอนก็สร้างปัญหาแวดล้อมกับผู้คน ในคำตอบและความจริงของตำนานบทภาพยนตร์ชุดโทรทัศน์ยิ่งใหญ่เรื่องนี้ ยังกลายเป็นเนื้อหาสำคัญ ในการศึกษาวิจัยด้านมานุษยวิทยา และสังคมวิทยาในสังคมอเมริกัน หรือกระทั่งว่า ชื่อภาพยนตร์ดังกล่าว คือคำจำกัดความ ภายใต้แนวคิดเผด็จการทางสังคมแบบหนึ่ง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในขั้นตอนของเรื่องราวความรู้ดี ซึ่งยืนอยู่บนสมมุติฐาน และความเชื่อว่า ผู้นำจะนำพาแต่สิ่งดีๆ มาสู่ผู้ตามในบ้านเมืองนั้น กลับกลายเป็นเสน่ห์อันยิ่งใหญ่ของข้อถกเถียง เสน่ห์อันมากมาย ที่นำพาเราไปสู่คำตอบของความจริงว่า สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครในสังคมที่รู้ดีไปกว่ากัน สิ่งสำคัญมีเพียงการพูดคุย หารือ แลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจ ปรับมุมมอง และเชื่อมโยงความเชื่อของแต่ละคน เข้ากับความจริงว่า เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ใด และเรากำลังจะก้าวไปพร้อมกัน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ภายใต้มุมมองของความดีงาม ความเชื่อในการกระทำความดี เพื่อนำพามาสู่ผลที่ดี ล้วนเป็นอภิคำกล่าวเสมอ ในยามพูดว่า ท้องฟ้ากว้างใหญ่ เราก็ยากจะเถียง เพราะเพียงเงยหน้าเราก็รับรู้แล้วว่า มันยิ่งใหญ่จริงๆ แต่ในอีกมุมมองก็คือ ภายใต้ความดีงามนั้น กลับมีสภาพเหมือนคำกล่าวดักคอ ในยามที่เราไม่เชื่อไม่ศรัทธาสิ่งใดสักอย่าง เรามักจะพบกับคำว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เช่นเดียวกับความจริงทางวาทกรรม ความหมายของคุณพ่อรู้ดี กลายเป็นหนึ่งในนิยาม ของความปรารถนาดี ความหวังดี และความพยายามเพื่อนำพาสิ่งดีดีมาสู่ผู้อื่น ซึ่งดูดกลืนคำถามข้อถกเถียงจากสังคมไปอย่างมากมาย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พฤติกรรมในการไล่ปิดเวปไซต์มากมายที่ไม่เหมาะสม ภายใต้นิยามคำกล่าวอ้าง จากทั้งที่ลามกอนาจาร จากทั้งที่ละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน จากทั้งที่ก่อกวนทางการเมือง ที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ มุมมองของการตัดสินใจเริ่มต้นภายใต้ความเชื่อมั่นว่าปรารถนาดีเพื่อสังคม </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เท่ากับพฤติกรรมในการออกร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของสื่อสารมวลชน การออกข้อกำหนดในเรื่องเนื้อหาการกระจายข่าวสาร ละคร ภาพยนตร์ หรือกระทั่งการผลักดันกฎหมายเพื่อเวนคืนพื้นที่ของกรมชลประทานเพื่อทำที่ทำการรัฐสภาแห่งใหม่ของประเทศ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คำถามมีอยู่ว่า ภายใต้ความปรารถนาดี และความเชื่อในการกระทำความดีเหล่านี้ ได้มีการถามไถ่ไล่เรียง และเชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมของผู้คนในประเทศนี้บ้างหรือไม่ มากน้อยเพียงที่จะรับฟังเสียงขับขาน ว่าผู้คนโดยส่วนใหญ่ เข้าใจ ตระหนัก รับรู้ และเลือกที่จะมีชีวิตเช่นไรหรือไม่ อาการเลือกสรรเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีกว่ามามอบให้ประชาชน ล้วนไม่แตกต่างจากพฤติกรรมอันรู้ดีของคุณพ่อ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">บ่อยครั้งที่เรามักพบเจอกับความผิดพลาด เพียงเพราะคนที่ออกกฎหมายไม่ได้มีชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายนั้น เพียงเพราะคิดไปว่า การนำเสนอสิ่งที่ดีโดยไม่มีการสอบถามนั้น คือความจริง คือสัจจะทางทฤษฏีที่ไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วม ไม่จำเป็นต้องกระซิบถามประชามติ ยังไม่ต้องถึงขนาดของการลงเสียงประชามติจริงๆ ก็นำไปสู่การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ยังไม่นับกับความเลวร้ายทางข้อกฎหมาย กรณีการบังคับใช้ สั่งปิด สั่งห้ามเผยแพร่ และสั่งห้ามในทุกกรณี ต่อสิ่งที่คุณพ่อเชื่อว่า เป็นความไม่ดีต่อสังคม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สังคมคุณพ่อรู้ดี เป็นสังคมที่ตัดขาดคนออกกฎหมายจากผู้คน ตัดขาดผู้คนจากสิทธิขั้นพื้นฐาน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และตัดเราทั้งหมดออกจากสิทธิมนุษยชน ที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ในขณะที่เราถามหาความสมานฉันท์ ถามหาความสามัคคี โดยมีความไม่ยุติธรรมปรากฏขึ้นหลายครั้งหลายครา คำถามถึงสิ่งที่ควรจะกระทำ ในฐานะของรัฐบาลชั่วคราว จึงน่าจะเป็นการรับฟัง ถามไถ่ และกระจายการมีส่วนร่วมให้มากที่สุด มากกว่าคำจำกัดความว่า กระทำสิ่งที่ดีเพื่อประเทศ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ภายใต้ข้อถกเถียงของร่างพระราชบัญญัติ และร่างกฎหมายสอดไส้ทั้งหลาย ซึ่งเร่งดำเนินการส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และเร่งจัดทำร่างฯ สู่การพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดูจะไม่แตกต่างจากความพยายาม คะยั้นคะยอให้เราไปลงคะแนนประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เพราะสุดท้ายแทนที่จะบอกกล่าว ว่ารายละเอียด ความดีงาม จุดเด่น สิทธิ การแบ่งแยกอำนาจ การปิดช่องว่างทางกฎหมายในการถ่วงดุลอำนาจ การเพิ่มอำนาจประชาชนในการตรวจสอบ ถอดถอน มอบอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น กระจายการมีส่วนร่วม ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีแง่มุมที่น่าสนใจใดบ้างที่ควรบอกกล่าวกับเรา </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">กลับกลายเป็นว่าเนื้อหาไม่ต้องพูดถึง จะมีก็เพียงการ กากบาทรับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ถือเป็นความดีงามและหน้าที่พลเมืองไทยที่ดี เป็นดีที่สุดนั้น แทบจะไม่ต่างจากอีกฝ่าย ที่ยืนอยู่ตรงข้ามแล้วกระซิบข้างหูคนไทยทุกวันว่า ล้มร่าง ล้มร่าง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นิสัยไม่บอกไม่กล่าว ไม่อธิบาย ไม่กระจายการมีส่วนร่วม และไม่ต้องการให้ใครเข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็น น่าจะเป็นเสียงกระซิบที่ฝังหัวฝังใจในโครงสร้างแห่งอำนาจของสังคมไทย ตราบใดก็ตามที่เรายังอยู่ในวัฒนธรรมคุณพ่อรู้ดี สิ่งเดียวที่เราจะทำได้ในวันนี้ คือ ตั้งคำถาม และบอกกล่าวว่าด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดของประชาชนว่า </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พอเถอะ พอเถอะครับ - ได้โปรดให้ประชาชนได้ใช้สมองในการคิด ใคร่ครวญ วินิจฉัย และตัดสินใจชีวิตของเขาบ้าง มากกว่ากระซิบข้างหูทุกคืนวัน ว่าจะวางรากฐานความดีงามให้ประเทศ ดังนั้นหากปรารถนาดีจริง จงให้ประชาชนไทยได้รับรู้ ได้คิด และออกความเห็นด้วยเถิด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>อ้างอิง ข้อมูลเพิ่มเติม Father knows Best</p><p></p><p>http://www.museum.tv/archives/etv/F/htmlF/fatherknows/fatherknows.htm</p><p>https://college.hmco.com/history/us/resources/students/primary/father.htm </p>