เขี่ยกันแล้ว อย่าลืม!!! ทิ้งไม้กันด้วยคร๊าบ

คิดว่าหลายๆคนคงเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างกับบทความนี้

"ไม้เขี่ยหมาเน่า"  แต่หากไม่เคยก็ลองอ่านดูนะ  

พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ จากวัดป่าชิคาโกท่านกรุณาเทศน์เล่าให้ฟัง
พระอาจารย์เริ่มเรื่องด้วยคำถามว่า  ถ้ามีหมาเน่าลอยน้ำมาติดที่หน้าบ้านของเรา เราจะทำยังไง ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้เอาไม้เขี่ยมันออกไป พระอาจารย์ก็ถามต่อว่า เขี่ยเสร็จแล้ว หมาเน่าลอยไปแล้ว ไม้นั้นเราทำยังไง ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันอีกว่า ก็ต้องโยนทิ้งไป คราวนี้พระอาจารย์ก็บอกว่า นั่นแหละ... มีคนบางพวก ไม่ยอมทิ้งไม้เขี่ยหมาเน่านั้นไปเฉยๆ ไม่รู้เสียดายอะไร ทั้งๆที่รู้ว่าเหม็นแต่ก็หยิบกลับขึ้นมาดมอยู่เรื่อย ไม้เขี่ยหมาเน่าๆเหม็นๆน่ะ
พระอาจารย์เล่าเรื่องจบเพียงแค่นี้ ทิ้งไว้เป็นปริศนาธรรมให้เอามาคิดต่อ... เห็นด้วยกับฉันมั้ย...คนที่รู้ทั้งรู้ว่าไม้เหม็นแต่ก็ยังเก็บมาดมอยู่ได้เนี่ย... ไม่โง่ก็โรคจิตนะ

ที่นี้ลองกลับพิจารณากันดูดิว่าแต่ละคนเคยเป็นกันบ้างป่ะ   เวลามีใครมาทำให้เราโกรธ  จนวันเวลาผ่านเลยไป  ไอ้เรื่องที่เคยโกรธ เคยไม่พอใจกันมันก็หมดไปแล้วนะ  แต่เราก็ยังแบบว่า..ดันทุรังเก็บมาคิดมาแค้นอยู่นั่น  ไม่รู้เสียดายอะไร (ไม่ใช่เรื่องดีซักกะนิด) ทั้งๆที่ก็รู้นะว่ายิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ คิดให้เผาจิคเผาใจกันไป  หรือว่าบางทีก็ไม่จำเป็นว่าต้องโกรธกันก็ได้นะ  เอาแบบว่าง่ายๆเลยอย่าง  เรื่องอะไรก็ตามที่มันผ่านพ้นไปแล้วหนะ  แต่หลายครั้งเราก็ยังเก็บโน่นเก็บนี่มาคิด มากังวล มาเสียใจอะไรก็แล้วแต่ ไอ้อาการแบบเนี้ย คราวหลังนะหากเป็นอีกก็ลองบอกกับตัวเองซิว่า  "แน่ะๆ... นี่ตรูหยิบไม้เขี่ยหมาเน่ามาดมอีกแล้วเหรอ  แหวะ"


คนที่รู้ทั้งรู้ว่าไม้เหม็นแต่ก็ยังเก็บมาดมอยู่ได้เนี่ย...ไม่โง่ก็โรคจิตนะ

(อยากเก็บไม้เหม็นๆไว้ดมอีกมั้ยคร๊าบพี่น้อง