Longtail ระบบเศรษฐกิจหางยาวเป็นเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่

TheInk
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ระบบเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นให้คนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

อันดับแรกเราคงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Longtail เป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุคดิจิตอลที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อ การทำธุรกิจแบบ Longtail ก็คือ การขายสิ่งละอันพันละน้อยที่เรามี โดยไม่ได้เน้นว่าจะต้องขายได้ราคาแพง แต่เป็นการขายให้ได้จำนวนมากๆ ซึ่งก็จะแตกต่างจากการทำธุรกิจในแบบดั้งเดิมที่จะเน้นสินค้ากลุ่มหนึ่งที่ขายได้ดีและสามารถขายได้แพง แล้วสินค้าที่ไม่เป็นที่นิยมก็จะถูกละเลยไป และหายไปจากตลาดในที่สุด ตามสัจจธรรมแห่งยุคทุนนิยมที่ผู้เข้มแข็งจะเป็นผู้อยู่รอด

อีกครั้งเมื่ออ้างถึงกฏ 80:20 สินค้า 20% เป็นสินค้าชั้นยอดที่เรียกว่า ส่วนหัว ซึ่งสามารถขายได้ดี แต่ในทางกลับกันสินค้าอีก 80% ที่เป็น ส่วนหาง กลับขายได้ยาก ยกตัวอย่างเพลงใน 1 อัลบั้ม ซึ่งประกอบไปด้วย 10-12 เพลง จะมีเพลงฮิตติดหูอยู่ประมาณ 2-3 เพลงเท่านั้น แต่ก่อนคนก็คิดกันว่าถ้าขายแยกเป็นเพลงต้องมีเพลงที่ขายไม่ออกจำนวนมากแน่ๆ แต่... ไม่ใช่เลย iTunes Music Store ได้พิสูจน์ว่า เพลงแต่ละเพลงมีกลุ่มลูกค้าของตัวเอง เพลงฮิตก็ขายได้เป็นปกติ ในขณะที่เพลงไม่ฮิตก็มีกลุ่ม niche market ที่สนใจและอยากหาซื้อไปฟัง และแน่นอนอำนาจการซื้อที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเรื่องเขตแดนและพื้นที่บนอินเทอร์เน็ต เมื่ออีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทผู้ขายสามารถตอบรับด้วยร้านค้าออนไลน์ที่เปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ถูกจำกัดเรื่องพื้นที่การวางสินค้า พร้อมยินดีต้อนรับลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นหลักการที่เรียกว่า Longtail จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมสินค้าส่วนหางที่คนไม่ค่อยสนใจเหล่านั้นมานำเสนอขายอีกครั้งสำหรับกลุ่มคนที่มีความต้องการเฉพาะ

อีกตัวอย่าง Amazon.com เป็นเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในการใช้หลักการนี้ในยุคเว็บ 2.0 โดยเริ่มแรก Amazon.com ก็ขายสินค้าด้วยตัวเอง และพยายามรวบรวมสินค้าทุกอย่างเท่าที่จะหาได้มานำเสนอขายบนเว็บไซต์ ต่อมาก็ได้เปิด e-marketplace ให้ผู้ขายสามารถนำสินค้าต่างๆ มาขายบนเว็บ Amazon.com ได้ด้วย ดังนั้นจึงเกิดความหลากหลายของสินค้าขึ้นภายในเว็บไซต์ จนบางคนกล่าวว่าเราสามารถหาซื้อได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบที่นี่ และด้วยการขายสินค้าเล็กๆ น้อยๆ ที่หาได้ยากหรือไม่สามารถหาได้จากที่อื่นๆ ก็ทำให้ Amazon.com สามารถสร้างรายได้พยุงธุรกิจขึ้นอีกครั้ง

ในด้านของผู้ขาย บนโลกอินเทอร์เน็ตเราไม่ต้องสูญเสียสินค้าส่วนใหญ่ที่ไม่เป็นที่นิยมทิ้งไป ผิดกับการนำเสนอสินค้าบนโลกมนุษย์ที่เราจะต้องให้พื้นที่กว้างๆ กับสินค้าส่วนหัว และพยายามขายสินค้าส่วนหัวให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ได้กำไรเยอะที่สุด แต่ในอินเทอร์เน็ตเราก็แค่เพียงจัดช่องทางการจำหน่ายให้สินค้าเหล่านั้นใหม่ก็สามารถขายได้แล้ว และขายได้เรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งผลิตแต่สินค้าขายดีเข้าสู่ตลาดตลอดเวลา อาจจะเรียกได้ว่าอยู่อย่างพอเพียง

หลักการเศรษฐกิจพอเพียง (sufficiency economy) ได้อธิบายเกี่ยวกับความสามารถในการดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ คำว่า "ความพอเพียง" ไม่ใช่การอยู่ไปวันๆ แค่พอมี พอกิน แต่หมายถึงความพร้อมที่จะจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกต่างๆ ด้วยความฉลาด ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงจะสามารถขจัดปัญหาต่างๆ และพร้อมที่จะแข่งขันได้อย่างสมดุลย์และมั่นคง ระบบเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นให้คนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน และใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอ ตามกำลังทรัพย์ที่มี โดยปราศจากการกู้หนี้ยืมสิน ถ้ามีเงินเหลือก็สามารถเก็บออมได้ตามความเหมาะสม

ฉะนั้นผมคิดว่า Longtail เป็นหลักกการที่สนับสนุนแนวความคิดของเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวคือ เราจะต้องหาหนทางที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ได้ผลิตหรือจัดจำหน่ายแต่สินค้าตามกระแสนิยม หากเพียงเราต้องยึดมั่นและทำสิ่งที่เราถนัดให้ดีที่สุด ถ้าเราเป็น SME ที่เชี่ยวชาญสินค้าหัตถกรรม ก็ต้องมีบางที่สินค้าบางชิ้นสามารถขายได้ดี ในขณะที่บางชิ้นเกือบจะขายไม่ได้ ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่สินค้าไม่ดี แต่อาจจะเป็นที่สินค้าไม่ได้ถูกพบเห็นโดยกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจ หากเราจะนำความประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ เราก็จะสามารถมีช่องทางในการติดต่อกับผู้บริโภคได้มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นผมอยากให้เราทำสิ่งที่ตัวเองรัก ตัวเองชอบ โดยไม่ต้องเน้นที่จะผลิตให้ได้เยอะๆ ตามสิ่งที่ตลาดต้องการ แต่อยากให้เน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์มากกว่า ตราบเท่าที่สินค้ามีคุณค่าของมันเอง ยังไงมันก็ต้องขายได้ จริงไหมครับ แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?

Reference: รายการ MCOT.net ทาง IT100.5

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน How do u think?



ความเห็น (0)