น้ำในสระจึงกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้ประกอบพิธีต่างๆ เช่นพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
ตำนานย่านอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเรื่องบ้านท่าเสด็จ
            เล่ากันว่า ในครั้งเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้น ณ บริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 4 ของเมืองสุพรรณบุรี คือ สระแก้ว สระคา สระยม และสระเกษ เมื่อปี พ..2451 นั้น ก่อนที่จะออกเรือพระที่นั่งจากท่าที่ประทับในเมืองสุพรรณบุรี มีหญิงชราคนหนึ่ง นำต้นโพขนาดเล็ก 7 ต้นมาทูลเกล้าฯถวายและกราบบังคมทูลว่า ตนได้พายเรือติดตามพระองค์มาแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีโอกาสเหมาะ เพิ่งจะมีโอกาสเข้าเฝ้าใกล้ชิดในวันนั้น และว่าต้นโพที่นำมาทูลเกล้าฯถวาย เป็นต้นโพที่เกิดขึ้นโดยประหลาด เพราะตนได้ซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 พร้อมกรอบกระจกมาจากตลาด เมื่อนำไปแขวนไว้บูชา เหตุมหัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น มีต้นโพเล็กๆ โผล่ขึ้นมาบนหลังหีบ จำนวน 7 ต้น ตรงที่พระบรมฉายาลักษณ์นั้น จึงได้เอากาบมะพร้าวและดินมาหุ้มไว้ เมื่อต้นโพงอกสูงถึงศอก เป็นเวลาประจวบเหมาะที่รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส จึงนำมาทูลเกล้าฯถวาย รัชกาลที่ 5ตรัสสั่งให้นำต้นโพเหล่านั้น มายังสระทั้งสี่ ทรงปลูกข้าง 3 สระแรก สระละ 1 ต้น อีก 4 ต้น ทรงปลูก ไว้ข้างสระที่ 4 ทั้งหมด แต่ต่อมา ต้นโพดังกล่าวเหลืออยู่เพียงต้นเดียว ท่าน้ำตรงที่รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินขึ้นและลงเรือในครั้งนั้น ได้เรียกว่าท่าเสด็จมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
เรื่อง สระศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4
            เมื่อเล่าเรื่องท่าเสด็จแล้วก็ขอเล่าต่อเรื่องสระศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 4 ของจังหวัดสุพรรณบุรี เสียเลย นะครับมีเจ้าผู้ครองนครพระองค์หนึ่ง มีพระราชธิดา อยู่ 4 พระองค์ ทรงพระนามว่า แก้ว คา ยมนา และเกษ ทุกพระองค์มีพระสวามีแล้วทั้งนั้น องค์สุดท้องคือ เกษ มีพระสวามีเป็นลิงเผือก อยู่มาวันหนึ่งพระมเหสีของเจ้าผู้ครองนครสวรรคต เจ้าผู้ครองนครทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทรงรำพึงว่าพระองค์ทรงชราภาพมากแล้ว ยังหาผู้ที่จะสืบราชสมบัติไม่ได้ จึงรับสั่งกับพระราชธิดาและบรรดาพระราชบุตรเขยว่า ใครสามารถขุดสระได้ลึกที่สุดและกว้างที่สุด จะมอบพระขรรค์กายสิทธิ์ให้พร้อมทั้งมอบพระราชอำนาจให้ครองนครสืบไป โดยกำหนดให้ขุดเสร็จภายใน 7 วัน
                 เมื่อถึงวันกำหนดทุกคนจึงเริ่มลงมือขุดกัน เกษ ต้องขุดคนเดียว พระสวามีไม่ได้มาช่วยขุด มิหนำซ้ำเวลากลางคืนพระราชธิดาและพระราชบุตรเขยองค์พี่ๆ ยังเอาดินมาถมสระของเกษเสียอีก ครั้นถึงวันสุดท้าย เกษรำพึงกับพระสวามีลิงเผือก ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ในเวลาดึกสงัดของคืนนั้น ลิงเผือกกับบริวารพากันมาช่วยขุดสระ พักเดียวก็เสร็จ กว้างและใหญ่กว่าทุกสระ แล้วปลูกต้นเกดไว้กลางสระเป็นเครื่องหมาย รุ่งเช้าเป็นวันครบกำหนด เจ้าผู้ครองนครก็สวรรคตพอดี บรรดาเสนาอำมาตย์ผู้มีความจงรักภักดีก็ตั้งกรรมการตรวจดูสระทั้งสี่ ปรากฏว่าสระของเกษ กว้าง ใหญ่ และลึกกว่าสระอื่น จึงมอบพระขรรค์ให้เกษและพระสวามี ขึ้นครองนคร พระราชธิดาองค์พี่ๆและพระสวามี ไม่พอพระทัย จึงลักเอาพระขรรค์กายสิทธิ์ขึ้นม้าหนีไป ลิงเผือกก็ขี่ม้าออกติดตามไปทันกันที่สระของเกษ เมื่อเห็นจวนตัวผู้ที่ลักพระขรรค์ จึงขว้างพระขรรค์ลงไปในสระของเกษ บังเอิญถูกต้นเกดขาดสะบั้นลง แล้วพระขรรค์ก็อันตรธานหายไป น้ำในสระจึงกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้ประกอบพิธีต่างๆ เช่นพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา มาแต่ครั้งโบราณ