HDD Problem

ทำอย่างไร เมื่อฮาร์ดดิสก์มีปัญหา

 


ที่มานิตยสาร CHIP

ข้อมูลสำคัญของคุณบนฮาร์ดดิสก์จะเป็นอย่างไรหากฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่เกิดมีปัญหา นอกจากนี้ CHIP ยังจะบอกให้คุณทราบถึงแนวทางการป้องกันการสูญหายของข้อมูลด้วย

ภายในฮาร์ดดิสก์นั้นประกอบด้วยชิ้นส่วนที่เป็นกลไกและมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ดังนั้นจึงก็มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายหรือทำงานผิดพลาดได้ตลอดเวลาและหากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่จะตามมาอย่างแน่นอนก็คือการไม่สามารถเข้าถึงไฟล์งานหรือแอพพลิเคชันใดๆ ได้อีก ดังนั้น CHIP จะมาแนะนำถึงวิธีที่คุณจะสามารถป้องกันข้อมูลจากการสูญหายรวมถึงวิธีที่จะสามารถกู้ข้อมูลที่สูญหายไปให้กลับคืนมาได้

ฮาร์ดดิสก์คือองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับเครื่องพีซีเพราะฮาร์ดดิสก์จะทำหน้าที่ในการเก็บเอกสาร ไฟล์งานต่างๆแอพพลิเคชันทั้งหมดรวมถึงระบบปฏิบัติการวินโดว์สซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการควบคุมและการทำงานร่วมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมดหากคุณเก็บข้อมูลสำคัญสำหรับธุรกิจหรืองานเอาไว้บนฮาร์ดดิสก์และต้องพบกับปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดกับฮาร์ดดิสก์โดยไม่คาดคิดลองจินตนาการว่าปัญหานั้นจะน่ากลัวเพียงไรหากวันหนึ่งเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วพบข้อความแจ้งว่า "Hard disk install failure" หรือ "Primary master hard disk fail" ข้อมูลทุกอย่างของคุณอาจหายไปในพริบตา แต่อย่าเพิ่งตกใจเพราะยังพอมีความหวังที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นกลับคืนมาได้

ความลับที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ก็คือข้อมูลทุกอย่างมักจะยังถูกเก็บไว้อย่างสมบูรณ์บนฮาร์ดดิสก์เพียงแต่จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เพราะปัญหาเกี่ยวกับดัชนีของดิสก์ (Disk Index) ซึ่งทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลว่ามีข้อมูลอะไรถูกบันทึกอยู่บนฮาร์ดดิสก์บ้างและเมื่อ Disk Index มีปัญหาก็จะส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถมองเห็นข้อมูลจริงๆที่ถูกเก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ได้โชคดีที่ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ข้อมูลที่สามารถกู้ข้อมูลต่างๆของคุณกลับคืนมาได้แต่โชคร้ายก็คือสนนราคาสำหรับค่าบริการในการกู้ข้อมูลนั้นบางครั้งอาจไม่คุ้มกับข้อมูลที่สูญหายไป

คำแนะนำและเทคนิคต่างๆที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์ได้ หรือในกรณีที่คุณไม่สามารถเข้าไปใช้งานข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ได้เราจะแนะนำให้รู้จักกับซอฟต์แวร์ที่สามารถกู้ข้อมูลกลับคืนมาให้คุณได้


ค้นหาสาเหตุ : ฮาร์ดดิสก์เสียหายได้อย่างไร?
มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์เกิดความเสียหายได้ไม่ว่าจะเป็นไวรัส ปัญหาเรื่องไฟตกการทำงานผิดพลาดของซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ความผิดพลาดจากการใช้งานของผู้ใช้เองหรือแม้แต่ปัญหาเรื่องการก่อวินาศกรรมต่างๆและเพื่อให้เข้าใจกับลักษณะปัญหาในรูปแบบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้นเราจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานภายในของฮาร์ดดิสก์รวมถึงโครงสร้างและวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลเสียก่อน

ฮาร์ดดิสก์จะถูกออกแบบมาให้อยู่ในกล่องเหล็กที่ถูกปิดผนึกอย่างมิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปรบกวนการทำงานของฮาร์ดดิสก์แนะนำว่าไม่ควรทดลองเปิดผนึกส่วนต่างๆ ของฮาร์ดดิสก์ออกเพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์ของคุณเสียได้เช่นกันหลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์นั้นแผ่นจานแม่เหล็กจะถูกยึดอยู่กับแกนหมุนตรงกลางซึ่งจะเชื่อมต่อเข้ากับมอเตอร์ และหัวอ่าน-เขียนจะถูกยึดอยู่กับแขนกลที่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยฮาร์ดดิสก์จะหมุนอยู่ตลอดเวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เปิดอยู่โดยจะหมุนด้วยความเร็ว 5,400 หรือ 7,200 รอบต่อนาที



วิเคราะห์ปัญหา : ความเสียหายทางด้านกายภาพ
การทำงานของเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้นหัวอ่านจะสัมผัสกับพื้นผิวของแผ่นเสียง เพื่อที่จะแปลงข้อมูลจากร่องเล็กๆให้ออกมาเป็นเสียง แต่สำหรับการทำงานของฮาร์ดดิสก์แล้วหัวอ่าน-เขียนจะไม่ได้สัมผัสกับแผ่นจานแม่เหล็กโดยตรงแต่หัวอ่าน-เขียนนี้จะเลื่อนไปมาโดยมีระยะที่ห่างกับพื้นผิวของแผ่นจานแม่เหล็กเพียงเล็กน้อยเท่านั้นบริเวณพื้นผิวของแผ่นจานแม่เหล็กจะมีสารแม่เหล็กเคลือบอยู่ซึ่งข้อมูลต่างๆทั้งหมดจะถูกเก็บบันทึกไว้โดยการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารแม่เหล็กเหล่านั้นสำหรับการอ่านข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่นั้นก็จะใช้วิธีการตรวจสอบสถานะของสารแม่เหล็กในบริเวณดังกล่าวโดยหัวอ่าน-เขียน จะทำหน้าที่ดังกล่าวอยู่ด้านบนของพื้นผิวนั่นเอง

หากมีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นทำให้หัวอ่าน-เขียนไปสัมผัสโดนแผ่นจานแม่เหล็กจะส่งผลทำให้เกิดปัญหาใหญ่คือ ข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่จะเกิดความเสียหายเนื่องจากแผ่นจานแม่เหล็กนั้นจะหมุนด้วยความเร็วสูงดังนั้นหัวอ่านที่สัมผัสกับพื้นผิวของจานแม่เหล็กก็จะทำลายพื้นผิวและข้อมูลต่างๆ จำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาใหญ่คือ "ฮาร์ดดิสก์เสีย"

แน่นอนว่า หากแผ่นจานแม่เหล็กที่อยู่ภายในถูกทำลายโดยการเผาไฟ หรือน้ำท่วมหรือถูกทำลายด้วยความจงใจหรือวินาศภัยแล้ว ข้อมูลต่างๆที่ถูกเก็บอยู่ก็จะสูญหายไปด้วยเช่นกัน

ส่วนประกอบอื่นๆ ที่อยู่บนฮาร์ดดิสก์ เช่น มอเตอร์ หัวอ่าน แขนกลและแผงวงจร ก็อาจจะเกิดความเสียหายทางด้านกายภาพได้เช่นกันชิปที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์หรือหัวอ่านอาจจะเกิดความเสียหายจากปัญหาไฟตกหรือไฟกระชาก แต่อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้สามารถเปลี่ยนทดแทนได้โดยที่ข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่บนจานแม่เหล็กยังคงอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นคุณจึงสามารถนำข้อมูลกลับคืนมาได้เช่นกัน

สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในฮาร์ดดิสก์นั้นจะต้องเปิดผนึกฮาร์ดดิสก์ออกมา ซึ่งจะต้องทำภายใน Clean Room เท่านั้นและขั้นตอนต่างๆเหล่านี้จะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น

 

เสียหายจากภายใน : ความเสียหายแบบโลจิคอล
โครงสร้างทางด้านโลจิคอลของฮาร์ดดิสก์จะหมายถึงวิธีการในการบริหารการจัดเก็บข้อมูลที่อยู่บนฮาร์ดดิสก์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับการจัดโครงสร้างของข้อมูลภายในหนังสือ ซึ่งเมื่อคุณเปิดหนังสือขึ้นมาก็จะพบกับส่วนของสารบัญ และข้อมูลจริงๆ ที่อยู่ข้างในหนังสือโดยสารบัญนั้นจะเป็นเครื่องบ่งบอกว่าคุณจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงที่ถูกเก็บอยู่ในหนังสือได้ในหน้าใด

สำหรับการทำงานของฮาร์ดดิสก์นั้น จะมีการแบ่งพื้นที่เป็น System Area (คล้ายๆ กับสารบัญของหนังสือ) และส่วนของ Data Area (เสมือนเป็นเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือ)ซึ่งทำการเก็บข้อมูลที่เป็นไฟล์และโฟลเดอร์ต่างๆ ทั้งหมดอย่างแท้จริง

ในขณะที่คุณกำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่นั้น คุณอาจจะสร้างเอกสารต่างๆ มากมายหรือทำการติดตั้งแอพพลิเคชันเพิ่มเติมอีกหลายตัวแอพพลิเคชันแต่ละตัวจะทำงานโดยมีไฟล์ต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบนับร้อยไฟล์ดังนั้นบนฮาร์ดดิสก์ของคุณจึงมีไฟล์ต่างๆกระจายอยู่อย่างน้อยก็นับหมื่นไฟล์ทีเดียว

พื้นที่สำหรับการเก็บข้อมูลนั้นจะถูกจัดเรียงอยู่บนตำแหน่งต่างๆที่ถูกแบ่งเป็นแทร็ก (Track) และเซ็กเตอร์ (Sector) ดังนั้นข้อมูลเอกสารหรือไฟล์ต่างๆ ทั้งหมดก็จะถูกนำไปเก็บอยู่ในเซ็กเตอร์ซึ่งอาจจะเก็บได้พอในเซ็กเตอร์เดียวหรืออาจจะต้องใช้พื้นที่หลายเซ็กเตอร์ในการเก็บไฟล์ข้อมูลหนึ่งไฟล์ (เซ็กเตอร์เปรียบเสมือนตู้สำหรับบรรทุกสินค้าที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลนั่นเอง) โดยบริเวณที่เป็น System Area จะมีการจัดวางโครงสร้างหรือกำหนดตำแหน่งที่ใช้สำหรับการอ้างอิงถึงพื้นที่ของเซ็กเตอร์และแทร็กต่างๆ ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า ข้อมูลต่างๆที่ถูกเก็บอยู่ในเซ็กเตอร์ก็จะถูกอ้างอิงด้วยตำแหน่งเฉพาะของแต่ละเซ็กเตอร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีตารางสำหรับเก็บข้อมูลตำแหน่งต่างๆอยู่บนพื้นที่ System Area โดยจะถูกเรียกว่า File Allocation Table (FAT) ซึ่งจะทำหน้าที่ในการบันทึกว่ามีข้อมูลชิ้นใดถูกเก็บอยู่ในตำแหน่งใดของฮาร์ดดิสก์

ดังนั้น เมื่อคุณต้องการที่จะเปิดเอกสารชิ้นใดชิ้นหนึ่งขึ้นมาระบบปฏิบัติการวินโดว์สจะเริ่มต้นไปค้นหาข้อมูลจาก FAT ก่อนเป็นอันดับแรกและเมื่อพบกับชื่อไฟล์ที่ระบุอยู่ใน FAT แล้วก็จะมองหาตำแหน่งแรกบนฮาร์ดดิสก์ที่ถูกใช้สำหรับเก็บไฟล์นั้นแล้วจึงไปถึงไฟล์ข้อมูลจากตำแหน่งนั้นโดยตรงเพื่อนำข้อมูลส่งไปเก็บไว้ในหน่วยความจำหลักก่อนที่จะถูกนำไปประมวลผลและแสดงผลบนจอภาพหากไฟล์ที่ถูกเปิดขึ้นมามีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่าหนึ่งเซ็กเตอร์ FAT ก็จะมีการบันทึกข้อมูลเพิ่มเติมไว้ด้วยว่าส่วนอื่นๆของไฟล์นั้นถูกบันทึกไว้ในตำแหน่งใด

หากมีปัญหา System Area (และ FAT) เกิดความเสียหายขึ้นหัวอ่านจะไม่สามารถรู้ว่าไฟล์ข้อมูลที่แท้จริงนั้นถูกเก็บไว้ในพื้นที่ใดของฮาร์ดดิสก์แต่ข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ทั้งหมดนั้นจะยังคงอยู่ในพื้นที่เดิมเพียงแต่คุณไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะ System Area เกิดความเสียหายเท่านั้น

ความเสียหายในลักษณะดังกล่าวนี้ จะถูกเรียกว่าความเสียหายแบบโลจิคอลซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่ร้ายแรงเหมือนความเสียหายทางด้านกายภาพดังนั้นคุณจึงสามารถใช้ซอฟต์แวร์พิเศษบางชนิดในการกู้ข้อมูลต่างๆกลับคืนมาได้ โดยซอฟต์แวร์เหล่านี้จะทำการอ่านข้อมูลในทุกๆ เซ็กเตอร์แล้วสร้างรายการข้อมูลทั้งหมดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือหากไฟล์ข้อมูลบางไฟล์ถูกแบ่งเก็บอยู่ในหลายเซ็กเตอร์แล้วซอฟต์แวร์สำหรับกู้ข้อมูลจะไม่สามารถรวมไฟล์เหล่านั้นมาไว้เป็นไฟล์เดียวกันได้ ดังนั้น ไฟล์ข้อมูลของคุณอาจจะถูกแสดงอยู่ในชื่อ 1.doc, 2.doc, 3.doc (หากข้อมูลที่กู้เป็นไฟล์เอกสารเวิร์ด)ซึ่งคุณจะต้องตรวจสอบส่วนต่างๆ ของไฟล์ที่ถูกกู้คืนมาด้วยตัวเองแล้วจึงนำส่วนต่างๆ ของไฟล์มารวมกันเป็นไฟล์เดียวอีกครั้งซึ่งขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน

ขั้นรุนแรง : ความเสียหายทางกายภาพและโลจิคอล
สำหรับเหตุผลที่สามที่ทำให้ข้อมูลเกิดความเสียหายนั้นอาจมีสาเหตุมาจากความเสียหายร่วมกันทั้งทางกายภาพและโลจิคอลซึ่งจะมีพื้นที่บางส่วนเสียหาย กล่าวคือเซ็กเตอร์บางส่วนอาจเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้าซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการอ่าน-เขียนข้อมูลหรือการถอด-ประกอบฮาร์ดดิสก์โดยข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ในส่วนของเซ็กเตอร์ที่เสียหายนั้นจะสูญหายไปอย่างถาวร ซึ่งซอฟต์แวร์บางชนิดสามารถตรวจสอบพื้นที่เสียหายและสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่อาจทำให้คุณรู้ว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณอาจจะมีพื้นที่บางส่วนเสียหายก็คือเมื่อคุณเปิดเครื่องแล้วระบบปฏิบัติการวินโดว์สจะรันโปรแกรม ScanDisk อยู่เป็นประจำนั่นเอง

คุณสามารถใช้ยูทิลิตี้ CHKDSK เพื่อทำการปิดกั้นพื้นที่เสียหายดังกล่าวไว้ไม่ให้สามารถเข้าถึงได้อีกแต่หากฮาร์ดดิสก์ของคุณมีพื้นที่เสียหายอยู่เป็นจำนวนมาก CHIP แนะนำว่าควรเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่เลยจะดีกว่า

ปัญหาพื้นที่เสียหายบนฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แต่คุณสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้โดยการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี โดยการคลิกปุ่ม Shut Down รวมทั้งควรจะมีอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ากระชากและไฟตก (UPS with Stabilizer) ไว้ใช้งานด้วย

คุณรู้หรือไม่?
ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ใช้ทั่วไปมักเข้าใจว่าเมื่อไฟล์ข้อมูลใดๆ ถูกลบไปแล้วข้อมูลดังกล่าวจะสูญหายไปในทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลต่างๆเหล่านั้นจะยังคงถูกเก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ เพราะการทำงานที่แท้จริงนั้นเมื่อคุณทำการลบไฟล์ใดๆออกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์จะเป็นเพียงแค่การลบข้อมูลที่ Disk Index เก็บไว้เท่านั้น หมายความว่า พื้นที่ที่ใช้สำหรับเก็บไฟล์ดังกล่าวนั้นพร้อมที่จะให้นำข้อมูลอื่นๆ มาเก็บทับบริเวณดังกล่าวได้ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะถูกเรียกว่า "Overwriting" ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้ซอฟต์แวร์พิเศษบางตัวในการกู้ข้อมูลเหล่านั้นคืนมาได้ และเช่นเดียวกัน คุณก็สามารถจะกู้ข้อมูลไฟล์ต่างๆจากฮาร์ดดิสก์ที่ถูกฟอร์แมตคืนมาได้เช่นกัน

 

Clean Room :
ห้องปฏิบัติการพิเศษที่มีระบบตรวจสอบและป้องกันฝุ่นละอองอย่างดีสำหรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีความละเอียดอ่อนอย่างฮาร์ดดิสก์


โปรแกรมสำหรับป้องกันข้อมูลสูญหาย
ปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับการกู้ข้อมูลจากหลายผู้ผลิตหลายรายซึ่งโปรแกรมเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้หลากหลายดังนั้น หากคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สเอ็กซ์พีอยู่ก็จะต้องเลือกใช้เวอร์ชันสำหรับวินโดว์สเอ็กซ์พีด้วยโปรแกรมจึงจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง สำหรับระบบปฏิบัติการอื่นๆที่มักจะมีโปรแกรมดังกล่าวให้เลือกใช้งานได้ไม่ยากนัก ก็ได้แก่ Linux, Unix และ Novell

โปรแกรมที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มด้วยกันโดยใช้สำหรับการป้องกันหรือการแก้ไขปัญหาในลักษณะที่คุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดบางส่วน เช่นหากเกิดความเสียหายทางด้านกายภาพหรือแผ่นจานแม่เหล็กเสียหายก็อาจจะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาได้อีก